กรมชลฯ เตือน 11 จังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยา รับมือมวลน้ำใหม่

กรมชลประทานออกหนังสือเตือน 11 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา เตรียมรับมือน้ำเพิ่มสูง 0.60–1.50 ม. หลังต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อน
กรมชลประทาน ออกหนังสือแจ้งเตือน สถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 1 ส่งตรงถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 11 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือปริมาณน้ำที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น
อิทธิพลจากร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักต่อเนื่อง และช่วงวันที่ 25–28 สิงหาคม 2569 จะมีฝนเพิ่มขึ้นอีกในหลายพื้นที่ ทำให้ กรมชลประทาน คาดการณ์ว่าในวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ที่ สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ จะมีน้ำไหลผ่านแตะระดับ 1,000–1,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รวมกับน้ำจากลำน้ำสาขาอีก 60–100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ปริมาณน้ำเหนือ เขื่อนเจ้าพระยา มีมากถึง 1,100–1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
เพื่อบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม มีการตัดรับน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้งสองฝั่ง 400–450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และจำเป็นต้อง ระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ในอัตรา 700–1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที การปรับเพิ่มการระบายน้ำครั้งนี้จะส่งผลให้ ระดับน้ำท้ายเขื่อน สูงขึ้นจากปัจจุบันราว 0.60–1.50 เมตร
พื้นที่เฝ้าระวังผลกระทบ มวลน้ำที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำใน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่
- อำเภอเสนา
- อำเภอผักไห่
- อำเภอบางบาล
- อำเภอพระนครศรีอยุธยา
- อำเภอบางปะอิน
- อำเภอบางไทร
ทั้งนี้ การระบายน้ำดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชน โดย กรมชลประทาน ย้ำเตือนประชาชนริมสองฝั่ง แม่น้ำเจ้าพระยา และ แม่น้ำน้อย รวมถึงหน่วยงานใน 11 จังหวัด ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากมีปริมาณน้ำเหนือเพิ่มขึ้นจนต้องระบายน้ำผ่านเขื่อนเกิน 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะมีการแจ้งเตือนความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

กรมชลฯ เตือน 11 จังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยา รับมือมวลน้ำใหม่

คนสมุทรปราการเช็กเลย เตรียมขยายถนน 4 เลนเชื่อม "บางบ่อ-บางเสาธง"

แพทย์เปิด 5 เมนูมื้อเที่ยง สะสมนานเสี่ยงไตเสื่อมไม่รู้ตัว

วิจารณ์สนั่น สาวป่วยนอน รพ.คืนเดียว 9.9 หมื่น อึ้งน้ำเกลือ 82 ถุง
















