เตือนด่วน 7 จังหวัดภาคกลาง! น้ำเหนือทะลักเขื่อนเจ้าพระยา

ชป.12 ออกประกาศฉบับที่ 2 เตือน 7 จังหวัดภาคกลางรับมือน้ำเหนือ เตือนระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาสูงขึ้น 1-1.50 เมตร ขอประชาชนติดตามสถานการณ์
วันที่ 7 สิงหาคม 2569 สำนักงานชลประทานที่ 12 โดยนายสงกรานต์ ชลอศรีทอง ผู้อำนวยการสำนักงานฯ ออกหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 2 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 7 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ อุทัยธานี, ชัยนาท, สิงห์บุรี, อ่างทอง, สุพรรณบุรี, พระนครศรีอยุธยา และลพบุรี เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับปริมาณน้ำหลาก
สาเหตุการยกตัวของระดับน้ำ
เกิดจากมีน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาไหลลงมายังเหนือเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราที่เพิ่มขึ้น รายละเอียดสถานีวัดน้ำล่าสุดมีดังนี้
- สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์: มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 939 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
- สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท:
- ปริมาณน้ำเหนือเขื่อน อยู่ที่ 16.14 เมตรรทก.
- ปริมาณน้ำท้ายเขื่อน อยู่ที่ 8.29 เมตรรทก.
- อัตราการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา: ปัจจุบันระบายลงสู่ท้ายเขื่อนอยู่ที่ 450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
แนวโน้มและการคาดการณ์สถานการณ์น้ำ
กรมชลประทาน คาดการณ์ว่าการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยามีแนวโน้มสูงขึ้นอยู่ในเกณฑ์ 500 – 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่ริมน้ำเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 1 - 1.50 เมตร แต่ระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นนี้ยังคงไม่ล้นตลิ่ง
พื้นที่ส่งผลกระทบระดับน้ำเพิ่มสูง
- บริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท
- ต.บ้านกระทุ่ม และ ต.หัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา
- ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา
มาตรการบริหารจัดการน้ำ
ชป.12 จะควบคุมการระบายน้ำผ่านเขื่อนให้อยู่ในเกณฑ์ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร หากมีปริมาณน้ำหลากเพิ่มขึ้นจนต้องระบายน้ำเกิน 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะมีการแจ้งให้ทราบต่อไป จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เฝ้าระวังและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด




















