คนรุ่นใหม่ ผ่อนชานม ผ่อนข้าวมันไก่จนหนี้เสียพุ่ง 27%!

ธปท. เล็งออกเกณฑ์คุม Buy Now Pay Later ดัดหลังพฤติกรรมผ่อนชานม-ข้าวมันไก่ หลังพบ First Jobbers หนี้เสียพุ่ง 27% คาดชัดเจน ต.ค. นี้
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เร่งเดินหน้ามาตรการกำกับดูแลบริการ Buy Now Pay Later (BNPL) หรือการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง เพื่อสกัดกั้นพฤติกรรมการก่อหนี้เกินตัวในกลุ่มคนรุ่นใหม่ หลังพบข้อมูลที่น่ากังวลว่ากลุ่มผู้เริ่มทำงานใหม่ (First Jobbers) มีหนี้เสียพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หนี้เสียกลุ่ม First Jobbers พุ่งแตะ 27%
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันคนไทยเป็นหนี้รวมกว่า 25.5 ล้านคน โดยกลุ่มที่น่ากังวลที่สุดคือ กลุ่มคนรุ่นใหม่ (First Jobbers) อายุระหว่าง 20-35 ปี ซึ่งพบว่าเป็นหนี้สูงถึง 52.7% และในจำนวนนี้มีสัดส่วนหนี้เสีย (NPL) สูงถึง 27%
นอกจากนี้ ข้อมูลยังชี้ให้เห็นถึงการเติบโตแบบก้าวกระโดดของบริการ BNPL โดยจำนวนบัญชีผู้ใช้พุ่งจาก 600,000 บัญชีในปี 2564 เป็นเกือบ 5 ล้านบัญชีในปี 2567 และมีมูลค่าสินเชื่อรวมกว่า 17,908 ล้านบาท ซึ่งมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีสูงถึงร้อยละ 99.9
"หนี้ล่องหน" และพฤติกรรมการผ่อนของกินราคาต่ำ
ผู้ว่าฯ ธปท. ระบุว่า เทคโนโลยีทำให้การเข้าถึงสินเชื่อง่ายเกินไปจนกลายเป็น "หนี้ล่องหน" เนื่องจากบางแพลตฟอร์มตั้งค่าการจ่ายเงินผ่าน BNPL เป็นค่าเริ่มต้น (Default) ทำให้ผู้บริโภคก่อหนี้โดยไม่ตั้งใจ ที่น่าสนใจคือพบพฤติกรรมการใช้ BNPL ในสินค้าที่ไม่จำเป็นและมีราคาต่ำ เช่น การผ่อนชานมไข่มุกราคา 106 บาท หรือข้าวมันไก่ราคา 50 บาท โดยเลือกผ่อนชำระนาน 3-4 เดือน ซึ่งเป็นการสร้างนิสัยการบริโภคโดยไม่มีเงินและสร้างหนี้เร็วเกินความจำเป็น
เปิดมาตรการคุมเข้ม 3 ด้าน
เพื่อให้การกำกับดูแลครอบคลุมทั้งกลุ่มที่มีใบอนุญาตและกลุ่มที่ใช้กฎหมายแพ่ง ธปท. เตรียมออกเกณฑ์ใหม่ที่มีความชัดเจนภายในเดือนตุลาคมนี้ โดยมีแนวทางสำคัญ ดังนี้:
• กำหนดอายุขั้นต่ำของผู้กู้: เพื่อป้องกันเยาวชนและกลุ่มอายุ 20 ปีที่ยังไม่มีรายได้ประจำเข้าถึงสินเชื่อ
• คัดกรองประเภทสินค้าและยอดซื้อขั้นต่ำ: พิจารณาห้ามผ่อนชำระสินค้าบางประเภท เช่น ของกินราคาต่ำ เพื่อลดการเกิดหนี้จุกจิก
• ระบบ Opt-in ที่ชัดเจน: ผู้ใช้ต้องเป็นคนกดเลือกใช้สินเชื่อเอง ไม่ใช่การยัดเยียดให้โดยอัตโนมัติ
กรอบเวลาการดำเนินงาน
ธปท. คาดว่ากระบวนการออกกฎเกณฑ์จะใช้เวลาประมาณ 5-6 เดือน โดยจะมีการทำประชาพิจารณ์ (Public Hearing) 2 รอบ เพื่อให้เกิดความรอบคอบและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย คาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคมนี้
เจตนาของการเข้ามากำกับดูแลครั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เยาวชนถูกจูงใจให้ก่อหนี้เร็วเกินไปจนส่งผลกระทบต่ออนาคตทางการเงินของประเทศในระยะยาว
ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

เตรียมรับมือเย็นนี้ กรุงเทพฯ ปริมณฑล เจอฝนร้อยละ 60 ของพื้นที่

เปิดดวง 12 นักษัตร ประจำเดือน มิ.ย. 69 พบบางนักษัตรต้องระวัง

เช็กเงื่อนไขเวลาที่ดินมรดก หากปล่อยรกร้าง อาจเปลี่ยนมือเป็นของคนอื่นไม่รู้ตัว

เปิดภาพย้อนวันวาน สมัยเล่นจักรๆ วงศ์ๆ สวยจึ้งหน้าหวานละมุนมาก
















