ไลฟ์สไตล์

กินข้าวเสร็จอย่าเพิ่งชะล่าใจ 5 อาการผิดปกติที่ไม่ควรมองข้าม

08 พ.ย. 2569 | 14:39 น.
กินข้าวเสร็จอย่าเพิ่งชะล่าใจ 5 อาการผิดปกติที่ไม่ควรมองข้าม

"5 สัญญาณเตือน เลือดหนืดข้น" ภาวะความดันโลหิตสูงเฉียบพลันหลังมื้ออาหาร (Postprandial Hypertension) สามารถเกิดขึ้นได้จริงในกลุ่มผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น

"5 สัญญาณเตือน เลือดหนืดข้น"  ภาวะความดันโลหิตสูงเฉียบพลันหลังมื้ออาหาร (Postprandial Hypertension) สามารถเกิดขึ้นได้จริงในกลุ่มผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง หรือผู้ที่รับประทานอาหารที่มีโซเดียมและไขมันสูงเป็นประจำ หากปล่อยให้มีความดันพุ่งสูงซ้ำ ๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเส้นเลือดในสมองและกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้

 

กินข้าวเสร็จอย่าเพิ่งชะล่าใจ 5 อาการผิดปกติที่ไม่ควรมองข้าม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นพ.ศุภฤกษ์ วิจารณาญาณ หรือ หมอโอ๊ค เจ้าของเพจ “หมอโอ๊ค DoctorSixpack” ได้โพสต์ข้อความให้ความรู้เกี่ยวกับสัญญาณเตือนเลือดข้นหนืด ระบุว่า 5 สัญญาณเตือน เลือดหนืดข้น หลังมื้ออาหาร เสี่ยงเส้นเลือดสมองตีบ อัมพาตฉับพลัน รู้ก่อน รอด

 

5 สัญญาณเตือนความดันพุ่งหลังกินข้าว พร้อมวิธีแก้อาการทันที

 

1. ปวดตึงท้ายทอย ร้าวลงคอบ่าไหล่ ปัญหาเริ่มต้นเมื่อทานอาหารที่มีรสเค็มจัดหรือผงชูรสสูง โซเดียมจำนวนมหาศาลจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เกิดการคั่งของน้ำในหลอดเลือด แรงดันที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันนี้จะไปกดทับเส้นประสาทบริเวณท้ายทอยและฐานกะโหลกศีรษะ

อาการปวดตึงนี้ไม่ใช่การปวดกล้ามเนื้อออฟฟิศซินโดรมธรรมดา แต่มันคือแรงดันเลือดที่กำลังพยายามหาทางระบายออก หากความดันสูงทะลุพิกัด หลอดเลือดฝอยในสมองอาจรับไม่ไหวและแตกได้

วิธีแก้ไขทันที : หยุดทานอาหารมื้อนั้นทันที ให้ดื่มน้ำเปล่าอุณหภูมิห้องตามเข้าไป 1-2 แก้ว เพื่อช่วยเจือจางความเข้มข้นของโซเดียมในเลือด และในมื้อถัดไปให้เน้นทานอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น กล้วยหอม หรือผักโขม เพื่อช่วยขับโซเดียมส่วนเกินออกทางปัสสาวะ

 

 

2. หน้าแดงร้อนวูบวาบ ใจสั่นเต้นแรง หลังมื้ออาหารที่เต็มไปด้วยแป้งขัดขาวและไขมันเลว ระบบย่อยอาหารจะต้องการเลือดจำนวนมากไปหล่อเลี้ยง ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นแบบโอเวอร์โหลด ยิ่งผนังหลอดเลือดของเราแข็งกระด้างจากอายุที่มากขึ้น หัวใจก็ยิ่งต้องบีบตัวแรงขึ้นเพื่อปั๊มเลือดไปให้ถึงปลายทาง

 

แรงดันที่พุ่งสูงนี้จะทำให้เส้นเลือดฝอยที่ใบหน้าขยายตัวจนเกิดอาการหน้าแดง และรู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอกครับ อาการนี้คือสัญญาณเตือนว่ากล้ามเนื้อหัวใจกำลังรับภาระหนักเกินไป ซึ่งเสี่ยงต่อภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน

วิธีแก้ไขทันที : นั่งพักในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ปลดกระดุมคอเสื้อให้หลวม และเริ่มฝึกลมหายใจแบบ 4-7-8 (หายใจเข้า 4 วินาที กลั้น 7 วินาที เป่าออก 8 วินาที) เพื่อกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติกให้สั่งหัวใจเต้นช้าลงและคลายหลอดเลือด

 

 

3. ตาพร่ามัว มองเห็นภาพซ้อนชั่วขณะ จอประสาทตาของเราเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยขนาดเล็กจิ๋วที่เปราะบางมาก เมื่อความดันโลหิตพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังมื้ออาหาร แรงดันนี้จะไปกระแทกผนังเส้นเลือดฝอยในตา ทำให้เกิดการบวมน้ำหรือมีเลือดออกเล็กน้อยที่จอประสาทตา

 

ส่งผลให้มีอาการตาพร่ามัว มองเห็นจุดดำๆ ลอยไปมา หรือโฟกัสภาพไม่ได้ชั่วขณะ หากปล่อยให้เกิดเหตุการณ์นี้ซ้ำๆ อาจนำไปสู่ภาวะจอประสาทตาเสื่อมและสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้

 

วิธีแก้ไขทันที : หลับตาพักสายตาทันทีครับ ห้ามขยี้ตาเด็ดขาด ประคบดวงตาด้วยผ้าชุบน้ำเย็นเบาๆ เพื่อลดการขยายตัวของหลอดเลือด และงดการจ้องหน้าจอมือถือหรือคอมพิวเตอร์จนกว่าการมองเห็นจะกลับมาเป็นปกติครับ

 

4. มึนงง คลื่นไส้ คล้ายบ้านจะหมุน เมื่อความดันโลหิตสวิงขึ้นลงอย่างรุนแรงหลังมื้ออาหาร มันจะไปรบกวนการไหลเวียนของเลือดที่ส่งไปหล่อเลี้ยงสมองส่วนที่ควบคุมการทรงตัว

 

เลือดที่ไหลเวียนไม่สม่ำเสมอจะทำให้สมองขาดออกซิเจนชั่วขณะ เกิดอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้อยากอาเจียน และรู้สึกเหมือนสิ่งแวดล้อมรอบตัวหมุนเคว้ง ภาวะนี้อันตรายมากเพราะอาจทำให้ล้มฟาดพื้นจนเกิดอุบัติเหตุรุนแรงแทรกซ้อนได้

 

วิธีแก้ไขทันที : ห้ามลุกขึ้นยืนหรือเปลี่ยนอิริยาบถอย่างรวดเร็ว ให้นั่งพักหรือเอนตัวนอนราบลงกับพื้น ยกขาทั้งสองข้างให้สูงกว่าระดับหัวใจเล็กน้อย เพื่อให้เลือดไหลเวียนกลับไปหล่อเลี้ยงสมองได้เร็วขึ้น

 

5. หายใจไม่เต็มอิ่ม อึดอัดแน่นหน้าอก การทานอาหารมื้อใหญ่จนกระเพาะคราก จะทำให้กระเพาะอาหารขยายตัวไปดันกระบังลม ทำให้ปอดขยายตัวรับออกซิเจนได้ไม่เต็มที่ ผนวกกับความดันเลือดที่พุ่งสูง ทำให้หัวใจต้องการออกซิเจนมากขึ้นแต่ปอดกลับส่งให้ไม่พอ

 

ร่างกายจึงเกิดภาวะขาดออกซิเจนแฝง ส่งผลให้รู้สึกอึดอัด หายใจสั้น หอบเหนื่อย และแน่นหน้าอก นี่คือจุดเริ่มต้นของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดที่อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

 

วิธีแก้ไขทันที : ปลดเข็มขัดหรือกางเกงให้หลวมที่สุด ยืดตัวตรงเพื่อเปิดช่องว่างให้ปอดขยายตัว และค่อยๆ ลุกขึ้นเดินช้าๆ ห้ามนอนราบเด็ดขาด เพื่อช่วยให้กระเพาะอาหารบีบตัวและลดแรงกดทับที่กระบังลม

 

ที่มา : หมอโอ๊ค DoctorSixpack

ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

กินข้าวเสร็จอย่าเพิ่งชะล่าใจ 5 อาการผิดปกติที่ไม่ควรมองข้าม

กินข้าวเสร็จอย่าเพิ่งชะล่าใจ 5 อาการผิดปกติที่ไม่ควรมองข้าม

ลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมอาจเจอหนักกว่าเดิม เปิดมาตรการใหม่ถึงขั้นยึดทรัพย์

ลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมอาจเจอหนักกว่าเดิม เปิดมาตรการใหม่ถึงขั้นยึดทรัพย์

ดื่มชาแล้วใจสั่น อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก อาจมีสัญญาณสุขภาพที่ต้องระวัง

ดื่มชาแล้วใจสั่น อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก อาจมีสัญญาณสุขภาพที่ต้องระวัง

สะดุดตา เลขรถคุมขัง บังเอิญตรงกับ บ้านเลขที่ "บุ๋ม ปนัดดา"

สะดุดตา เลขรถคุมขัง บังเอิญตรงกับ บ้านเลขที่ "บุ๋ม ปนัดดา"

โรงพยาบาล 894 แห่ง จ่อรับเงิน 2,812 ล้านบาท รัฐเร่งแก้ปัญหาสภาพคล่อง

โรงพยาบาล 894 แห่ง จ่อรับเงิน 2,812 ล้านบาท รัฐเร่งแก้ปัญหาสภาพคล่อง