ดื่มชาแล้วใจสั่น อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก อาจมีสัญญาณสุขภาพที่ต้องระวัง

"ดื่มชาแล้วใจสั่น" สาเหตุที่ทำให้บางคนดื่มชาแล้วใจสั่น อาจทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น มือสั่น หรือรู้สึกกระสับกระส่าย โดยเฉพาะผู้ที่ไวต่อคาเฟอีน แล้วมีอะไรน่ากังวลหรือไม่
ดื่มชาแล้วใจสั่น เกิดจากคาเฟอีนหรือสัญญาณเตือนโรคหัวใจ เช็กอาการที่ไม่ควรมองข้าม
อาการแบบไหนที่ "ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที"
หากมีอาการใจสั่นร่วมกับอาการเหล่านี้ อย่ารอช้า ควรรีบไปพบแพทย์
- เจ็บแน่นหน้าอก หรือหายใจหอบเหนื่อยมากกว่าปกติ
- เวียนศีรษะ หน้ามืด คล้ายจะวูบ หรือหมดสติ
- ใจสั่นอยู่นาน ไม่ดีขึ้นแม้จะหยุดดื่มชาไปแล้ว หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง
กินชาแล้วใจสั่น เกิดจากอะไร - สาเหตุที่ทำให้บางคนดื่มชาแล้วใจสั่น คือ คาเฟอีน ซึ่งเป็นสารกระตุ้นระบบประสาทที่พบในใบชา อาจทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น มือสั่น หรือรู้สึกกระสับกระส่าย โดยเฉพาะผู้ที่ไวต่อคาเฟอีน
ทีนี้มาดู 5 ปัจจัยที่ทำให้กินชาแล้วใจสั่น แม้ดื่มไม่มาก
- ดื่มชาที่ชงเข้มเกินไป ทำให้ได้รับคาเฟอีนในปริมาณสูง
- ดื่มชาหลายแก้วต่อวัน ร่างกายอาจกำจัดคาเฟอีนจากแก้วก่อนหน้าไม่หมด
- ดื่มชาร่วมกับกาแฟ ทำให้ได้รับคาเฟอีนรวมมากขึ้น
- พักผ่อนน้อยหรือมีความเครียด อาจกระตุ้นให้เกิดอาการใจสั่นได้ง่าย
- ร่างกายมีความไวต่อคาเฟอีน แม้ดื่มชาเพียงแก้วเดียวก็อาจมีอาการได้
หากดื่มชาแล้วใจสั่น ควรลดปริมาณชา หลีกเลี่ยงการดื่มร่วมกับกาแฟ และพักผ่อนให้เพียงพอ แต่หากมีอาการบ่อยควรลองสังเกตุเพิ่มเติม โดยเฉพาะอาการที่บอกถึงความเสี่ยงโรคหัวใจ
กินชาแล้วใจสั่น แบบไหนเสี่ยงโรคหัวใจ - อันนี้ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ อาการใจสั่นหลังดื่มชาส่วนใหญ่อาจเกี่ยวข้องกับคาเฟอีน แต่หากมีอาการผิดปกติบางอย่างร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือโรคหัวใจบางชนิด โดยสังเกตได้ดังนี้
- ใจสั่นแม้ไม่ได้ดื่มชา มีอาการหัวใจเต้นแรงหรือเต้นเร็วโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
- หัวใจเต้นผิดจังหวะบ่อยๆ รู้สึกหัวใจเต้นสะดุด เต้นรัว หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ
- ใจสั่นนาน แม้ลดหรือหยุดดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนแล้ว
- ใจสั่นและรู้สึกเหนื่อยง่าย โดยเฉพาะเมื่อทำกิจกรรมตามปกติ เช่น เดินหรือขึ้นบันได
- ใจสั่นและมีอาการเวียนศีรษะหรือหน้ามืด อาจเกี่ยวข้องกับการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ
ข้อควรรู้ อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคหัวใจเสมอไป แต่อาจเกิดจากภาวะอื่นได้ เช่น ไทรอยด์เป็นพิษหรือโลหิตจางได้ ควรปรึกษาแพทย์ เบื้องต้นควรลดปริมาณการดื่มและสังเกตอาการของตัวเอง หากยังมีอาการใจสั่นบ่อยแม้ไม่ได้ดื่มชา หรือมีอาการเหนื่อยง่าย หน้ามืดร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ

ดื่มชาแล้วใจสั่น อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก อาจมีสัญญาณสุขภาพที่ต้องระวัง

โรงพยาบาล 894 แห่ง จ่อรับเงิน 2,812 ล้านบาท รัฐเร่งแก้ปัญหาสภาพคล่อง

3 ราศีเท่านั้น! "อ.คฑา" ชี้ชัด ดาวอังคารย้าย 10 พ.ย. ดวงเฮงยืนหนึ่ง

ส่องเลข ยอดมหากฐินล้านกองล้านความดี จารึกประวัติศาสตร์แห่งศรัทธา
















