ข่าว

ลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมอาจเจอหนักกว่าเดิม เปิดมาตรการใหม่ถึงขั้นยึดทรัพย์

08 พ.ย. 2569 | 14:20 น.
ลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมอาจเจอหนักกว่าเดิม เปิดมาตรการใหม่ถึงขั้นยึดทรัพย์

"ทิ้งกากอุตสาหกรรม" เตรียมใช้มาตรการใหม่ยึดทรัพย์ อัปเดตข่าวสังคม 76 จังหวัดโดนตรวจเข้ม รัฐเดินหน้ากวาดล้างโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรมผิดกฎหมาย

ลักลอบ "ทิ้งกากอุตสาหกรรม" มีโทษใหม่ รัฐบาลยืนยันว่าการเติบโตทาง เศรษฐกิจ และ อุตสาหกรรม ต้องไม่แลกกับสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน โรงงานที่ประกอบกิจการต้องรับผิดชอบต่อของเสียที่เกิดขึ้น ไม่ปล่อยให้เป็นภาระของชุมชนและสิ่งแวดล้อม การตรวจสอบครั้งนี้จึงต้องดำเนินการอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง และบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม เพื่อป้องกันความเสียหายและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่า อุตสาหกรรมไทย สามารถเติบโตควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน” นางสาวลลิดากล่าว

 

ลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมอาจเจอหนักกว่าเดิม เปิดมาตรการใหม่ถึงขั้นยึดทรัพย์

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อัปเดตข่าว โรงงานทิ้งกากอุตสาหกรรมผิดกฎหมาย เมื่อวันที่ (5 พฤศจิกายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้ายกระดับการจัดการกากอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง โดยกระทรวงอุตสาหกรรมเร่งตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับโรงงานประกอบกิจการลำดับที่ 105 และ 106 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการคัดแยกและจัดการของเสียจากอุตสาหกรรม ครอบคลุมทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยยึดความปลอดภัยและสุขภาพของประชาชนเป็นสำคัญ

ลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมอาจเจอหนักกว่าเดิม เปิดมาตรการใหม่ถึงขั้นยึดทรัพย์

นางสาวลลิดากล่าวว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้กำชับในการประชุมผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ให้ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจดำเนินการตรวจสอบโรงงานอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง หลังเริ่มปฏิบัติการเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยวันแรกตรวจสอบได้ 80 โรงงาน และวันที่สองอีก 91 โรงงาน รวม 171 โรงงาน พร้อมย้ำว่าต้องไม่ผ่อนปรนการบังคับใช้กฎหมาย แม้การปฏิบัติการจะผ่านไปหลายสัปดาห์


การตรวจสอบไม่ได้จำกัดเฉพาะ 5 จังหวัดอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และสมุทรปราการ แต่ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงโรงงานที่ไม่ได้จดทะเบียนกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม และโรงงานที่ถูกสั่งระงับกิจการแล้วแต่ยังไม่มีการดำเนินการแก้ไข โดยให้ชุดปฏิบัติการในพื้นที่ 5 จังหวัด และอีก 71 จังหวัด ตรวจสอบเชิงรุก พร้อมติดตามผลการดำเนินการตามคำสั่งอย่างใกล้ชิด

 

ลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมอาจเจอหนักกว่าเดิม เปิดมาตรการใหม่ถึงขั้นยึดทรัพย์


ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้กำหนดแนวทางดำเนินงานสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ การยึดความปลอดภัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด การตรวจสอบเชิงรุกและติดตามผลจนสิ้นสุดกระบวนการ การบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและฝ่ายปกครองท้องถิ่น และการปฏิบัติงานอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้


สำหรับ โรงงานที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เจ้าหน้าที่ใช้มาตรการตามพระราชบัญญัติโรงงานอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะการออกคำสั่งตามมาตรา 37 และมาตรา 39 ต้องกำหนดระยะเวลาแก้ไขให้ชัดเจนและเหมาะสมตั้งแต่ต้น ไม่ปล่อยให้มีการขยายเวลาซ้ำจนเกิดช่องว่างในการบังคับใช้กฎหมาย หากไม่ดำเนินการตามคำสั่งต้องพิจารณามาตรการทางกฎหมายขั้นต่อไป รวมถึงเพิ่มความเข้มงวดกับโรงงานที่กระทำผิดซ้ำซาก พร้อมติดตามปัญหากลิ่น ควัน เสียง น้ำเสีย และการปนเปื้อนในแหล่งน้ำหรือพื้นที่เกษตรกรรมอย่างต่อเนื่อง


นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมยังสั่งให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมชะลอการออกใบอนุญาตโรงงานลำดับที่ 105 และ 106 ไว้ก่อน โดยยังไม่กำหนดข้อยกเว้นเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลกิจการจัดการกากอุตสาหกรรม


นางสาวลลิดากล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงอุตสาหกรรมยังได้หารือร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อผลักดันให้ความผิดเกี่ยวกับการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม การฝ่าฝืนกฎหมายโรงงาน และกฎหมายวัตถุอันตราย เป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบเส้นทางการเงิน การยึดทรัพย์สิน และการตัดวงจรเครือข่ายผู้กระทำผิด โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการผลักดันแนวทางดังกล่าว


ขณะเดียวกัน กรมโรงงานอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างขับเคลื่อนร่างพระราชบัญญัติจัดการกากอุตสาหกรรม โดยได้เสนอเรื่องต่อสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้ว และอยู่ระหว่างจัดเตรียมข้อมูลและความเห็นเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบกระบวนการพิจารณาตามขั้นตอน


“รัฐบาลยืนยันว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมต้องไม่แลกกับสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน โรงงานที่ประกอบกิจการต้องรับผิดชอบต่อของเสียที่เกิดขึ้น ไม่ปล่อยให้เป็นภาระของชุมชนและสิ่งแวดล้อม การตรวจสอบครั้งนี้จึงต้องดำเนินการอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง และบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม เพื่อป้องกันความเสียหายและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่าอุตสาหกรรมไทยสามารถเติบโตควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน” นางสาวลลิดากล่าว

ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

ลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมอาจเจอหนักกว่าเดิม เปิดมาตรการใหม่ถึงขั้นยึดทรัพย์

ลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมอาจเจอหนักกว่าเดิม เปิดมาตรการใหม่ถึงขั้นยึดทรัพย์

ดื่มชาแล้วใจสั่น อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก อาจมีสัญญาณสุขภาพที่ต้องระวัง

ดื่มชาแล้วใจสั่น อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก อาจมีสัญญาณสุขภาพที่ต้องระวัง

สะดุดตา เลขรถคุมขัง บังเอิญตรงกับ บ้านเลขที่ "บุ๋ม ปนัดดา"

สะดุดตา เลขรถคุมขัง บังเอิญตรงกับ บ้านเลขที่ "บุ๋ม ปนัดดา"

โรงพยาบาล 894 แห่ง จ่อรับเงิน 2,812 ล้านบาท รัฐเร่งแก้ปัญหาสภาพคล่อง

โรงพยาบาล 894 แห่ง จ่อรับเงิน 2,812 ล้านบาท รัฐเร่งแก้ปัญหาสภาพคล่อง

3 ราศีเท่านั้น! "อ.คฑา" ชี้ชัด ดาวอังคารย้าย 10 พ.ย. ดวงเฮงยืนหนึ่ง

3 ราศีเท่านั้น! "อ.คฑา" ชี้ชัด ดาวอังคารย้าย 10 พ.ย. ดวงเฮงยืนหนึ่ง