เจาะกลไก ดื่มกาแฟตอนเย็น ตัวการร้ายทำลาย คุณภาพการนอนหลับ

ไขความลับ คาเฟอีนในกาแฟ ส่งผลต่อ การนอนหลับ อย่างไร ทำไมบางคนดื่มแล้วยังง่วง พร้อมแนะเวลาที่ควรหยุดดื่มก่อนนอน เช็กเลย!
สำหรับคนส่วนใหญ่ ข้อความนี้คือเรื่องจริง เพราะ คาเฟอีนในกาแฟ จะเข้าไปขัดขวางการทำงานของสารเคมีในสมองที่ทำให้เกิดความรู้สึกง่วง แต่ระดับผลกระทบจะแตกต่างกันออกไปตามร่างกายของแต่ละบุคคล โดยมีกลไกสำคัญที่เกิดขึ้นในร่างกาย ดังนี้
1. เข้าไปบล็อกสารง่วงในสมอง
โดยปกติแล้ว ร่างกายจะหลั่งสารที่เรียกว่า อดีโนซีน (Adenosine) สะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างวัน เพื่อส่งสัญญาณบอกร่างกายว่าถึงเวลานอนหลับ แต่เนื่องจากโครงสร้างของคาเฟอีนมีความคล้ายคลึงกับสารนี้ คาเฟอีนจึงเข้าไปแย่งจับกับ ตัวรับสัญญาณ (Receptors) ส่งผลให้สมองไม่รับรู้ถึงความเหนื่อยล้าที่แท้จริง
2. ระยะเวลาตกค้างยาวนานในกระแสเลือด
คาเฟอีนมีค่าครึ่งชีวิต (Half-life) อยู่ที่ประมาณ 5–7 ชั่วโมง หมายความว่าหากดื่มกาแฟในเวลา 16:00 น. พอถึงเวลา 22:00 น. ร่างกายจะยังคงมีปริมาณคาเฟอีนตกค้างอยู่ในกระแสเลือดมากถึงครึ่งหนึ่ง
3. คุณภาพการนอนหลับลดลงโดยไม่รู้ตัว
แม้ว่าบางคนจะสามารถผล็อยหลับได้ทันทีหลังดื่มกาแฟ แต่ตัวคาเฟอีนยังส่งผลให้เกิดภาวะ หลับตื้น มากขึ้น ทำให้วงจร การนอนหลับลึก (Deep Sleep) รวมถึงช่วง REM Sleep สั้นลง ส่งผลให้ตื่นนอนขึ้นมาแล้วรู้สึกไม่สดชื่น
ไขข้อข้องใจ: ทำไมบางคนดื่มกาแฟแล้วยังหลับได้ตามปกติ?
เหตุผลที่แต่ละคนตอบสนองต่อกาแฟไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลัก
• พันธุกรรมและการเผาผลาญ: ยีนบางชนิด เช่น CYP1A2 มีส่วนช่วยให้ตับสามารถย่อยสลายคาเฟอีนได้รวดเร็วกว่าคนทั่วไป
• ความคุ้นชินของร่างกาย (Tolerance): ผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำในปริมาณมาก ร่างกายจะปรับตัวด้วยการสร้างตัวรับสัญญาณขึ้นมาเพิ่ม ทำให้ต้องเพิ่มปริมาณคาเฟอีนให้สูงขึ้น ถึงจะรู้สึกตื่นตัวได้เท่าเดิม
คำแนะนำเพื่อการพักผ่อนที่ดี
หากต้องการหลีกเลี่ยง ปัญหาการนอนหลับ และตื่นมาอย่างสดชื่น ควรงดดื่มกาแฟอย่างน้อย 6–8 ชั่วโมงก่อนถึงเวลาเข้านอน

เจาะกลไก ดื่มกาแฟตอนเย็น ตัวการร้ายทำลาย คุณภาพการนอนหลับ

ศธ. พร้อม สพฐ. ลงพื้นที่กาญจนบุรี เดินหน้าแก้หนี้ครู-ผลักดันโรงเรียนคุณภาพ

เผยภาพ “แม่ชีบัวตูม” พี่สาวแท้ๆ “หลวงปู่จื่อ” เฝ้าดูแลสังขารพระน้องชาย

เปิดภาพ “แม็กเวลล์” น้องชาย “เร แม๊คโดแนลด์” น้อยคนจะเคยเห็นหน้า
















