สังคม

heading-สังคม

"อ.ปานเทพ" วิเคราะห์แตก เปิดสาเหตุ "ราคาทองร่วง" แม้เกิดสงคราม

04 มี.ค. 2569 | 12:00 น.
"อ.ปานเทพ" วิเคราะห์แตก เปิดสาเหตุ "ราคาทองร่วง" แม้เกิดสงคราม

ความขัดแย้งสหรัฐ–อิสราเอล–อิหร่าน ดันตลาดผันผวนหนัก “อ.ปานเทพ” ชี้ทองคำยังมีฐานหนุนระยะยาว แม้ระยะสั้นปรับฐานแรง

แม้ราคาย่อตัว แต่เงินยังไหลเข้า Gold ETFs กว่า 6,200 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์เดียว “อ.ปานเทพ” มองเกมเปลี่ยน นักลงทุนแห่หาสินทรัพย์ปลอดภัย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

heading-ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โดย "อ.ปานเทพ" ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ระบุว่า

ทำไมเกิดสงครามแล้วเกิดราคาทองคำขาลง?

เมื่อคืนที่ผ่านมาราคาทองคำร่วงลงต่ำกว่า 5,100 เหรียญ/ออนซ์ โดยสรุปเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น เกิดแรงเทขายทำกำไร โดยเฉพาะข่าวเดือนมกราคม 2569 ความต้องการทองคำจากธนาคารกลางลดลงถึง 82% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยรายเดือนของปี 2568 โดยมีการซื้อสุทธิเพียง 5 ตัน

ผู้ซื้อ: อุซเบกิสถานซื้อมากที่สุด (9 ตัน) ตามด้วยมาเลเซีย (3 ตัน ซึ่งเป็นการซื้อครั้งแรกตั้งแต่ปี 2018) อินโดนีเซีย สาธารณรัฐเช็ก จีน และเซอร์เบีย

ผู้ขาย: รัสเซียขายสุทธิ 9 ตัน และบัลแกเรียขาย 2 ตัน (เพื่อเตรียมเข้าสู่โซนยูโร)

จุดที่น่าสนใจ: ธนาคารกลางเกาหลีใต้เริ่มหันมาลงทุนในกองทุน Gold ETFs ต่างประเทศแทนการถือครองทองคำแท่งโดยตรงเป็นครั้งแรก เนื่องจากสภาพคล่องสูงและซื้อขายง่ายกว่า

สิ่งที่มองข้ามไม่ได้คือนักลงทุนในประเทศที่ได้รับผลกระทบของสงครามอาจเทขายทำกำไรทรัพย์สินหลายชนิดเพื่อสภาพคล่องทางการเงินเพื่อ “การอพยพ” รวมถึง “ทองคำ” ส่งผลทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นด้วย

แรงขับเคลื่อน: ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้นักลงทุนแห่เข้าหา "สินทรัพย์ปลอดภัย" (Safe Haven)

โดยหันมาลงทุนในกองทุน Gold ETFs ต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยกองทุนทองคำทั่วโลกมีเงินไหลเข้ากว่า 6,200 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์เดียว และตั้งแต่ต้นปี 2568 มีเงินไหลเข้าสะสมสูงถึง 1.48 แสนล้านดอลลาร์ (คาดว่าจะทำลายสถิติปี 2568

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: นักวิเคราะห์แนะนำให้ทยอยเพิ่มสัดส่วนทองคำในพอร์ตการลงทุนอยู่ที่ 10-15% เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงถึง 38 ล้านล้านดอลลาร์

สรุปด้านข่าวสาร

1. ความผันผวนในระยะสั้น: แม้จะมีแรงซื้อจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (สงครามอิหร่าน) แต่ราคาทองคำถูกสกัดขาขึ้นด้วย ดอลลาร์ที่แข็งค่า ทำให้ราคาปรับฐานลงแรงในระยะสั้น

2. การเปลี่ยนรูปแบบการถือครอง: เราเห็นแนวโน้มที่ชัดเจนว่าทั้งนักลงทุนรายย่อยและธนาคารกลาง (เช่น เกาหลีใต้) เริ่มเปลี่ยนจากการถือทองคำแท่งไปสู่ Gold ETFs มากขึ้นเพื่อความสะดวกในการจัดการ

3. ปัจจัยหนุนระยะยาว: ปัญหาหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางยังคงเป็น "ฐาน" ที่สำคัญที่ทำให้ราคาทองคำในปี 2569 ยังอยู่ในระดับที่สูงมาก (เหนือ 5,000 เหรียญ/ออนซ์) เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านๆ มา

4. ข้อควรระวัง: แม้ทองคำจะเป็นสินทรัพย์ที่ดีในช่วงวิกฤต แต่นักวิเคราะห์เตือนว่าการพุ่งขึ้นกว่า 18% ในช่วงต้นปี 2569 อาจนำไปสู่การปรับฐานได้ตลอดเวลาหากสถานการณ์ตึงเครียดเริ่มคลี่คลาย หรือเศรษฐกิจสหรัฐฯ กลับมาแข็งแกร่งเกินคาดครับ

มุมมองเชิงเทคนิค: แม้ราคาจะร่วงลง แต่ภาพรวมยังมีปัจจัยความเสี่ยงจากสงครามอิหร่านคอยพยุงไว้

โดยมีแนวรับสำคัญอยู่ที่ 5,000 เหรียญ/ออนซ์และแนวต้านถัดไปที่ 5,200 - 5,250 เหรียญ/ออนซ์

สรุปภาพรวมทางเทคนิค (Technical Summary)

ปัจจุบันราคาทองคำอยู่ในสภาวะ "ผันผวนสูง" โดยมีการปรับฐานลงแรง (Correction) หลังจากพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เหนือ 5,500 เหรียญ/ออนซ์ในช่วงก่อนหน้า ปัจจุบันราคาวิ่งอยู่ในกรอบประมาณ 5,080 - 5,140 เหรียญ/ออนซ์ โดยมีปัจจัยทางเทคนิคที่สำคัญดังนี้:

แนวรับและแนวต้านที่สำคัญ (Support & Resistance)

นักลงทุนควรจับตาดูระดับราคาเหล่านี้อย่างใกล้ชิด:

แนวต้าน (Resistance):

• 5,200 - 5,250 เหรียญ/ออนซ์: ด่านแรกที่ต้องผ่านเพื่อกลับไปทดสอบขาขึ้น

• 5,400 เหรียญ/ออนซ์: จุด High เดิมของสัปดาห์ หากผ่านได้จะยืนยันการจบการปรับฐาน

• 5,560 เหรียญ/ออนซ์: เป้าหมายถัดไปตามรูปแบบ Ascending Channel

แนวรับ (Support):

• 5,095 - 5,100 เหรียญ/ออนซ์: แนวรับทางจิตวิทยาที่สำคัญมากในปัจจุบัน

• 5,000 เหรียญ/ออนซ์: แนวรับหลักสุดท้าย หากหลุดระดับนี้อาจเปลี่ยนแนวโน้มเป็นขาลงระยะกลาง

• 4,850 เหรียญ/ออนซ์ : เป้าหมายหากเกิดการเทขายรุนแรง (Panic Sell)

วิเคราะห์รูปแบบราคา (Chart Patterns)

1. Bearish Flag: ในกราฟราย 4 ชั่วโมง (H4) เริ่มเห็นการฟอร์มตัวของธงขาลง (Bearish Flag) ซึ่งเตือนว่าหากราคาไม่สามารถยืนเหนือ 5,100 เหรียญ/ออนซ์ได้ อาจมีการทิ้งตัวลงไปทดสอบระดับ 4,900-5,000 เหรียญ/ออนซ์อีกครั้ง

2. Shooting Star: มีการปรากฏของแท่งเทียนกลับตัว (Reversal Pattern) ที่จุดสูงสุดเดิมแถว 5,400 เหรียญ/ออนซ์ ซึ่งเป็นสาเหตุของการร่วงลงอย่างรุนแรงในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กลยุทธ์การลงทุน (Trading Strategy) รอและเฝ้าดู "Wait and See" หรือ ทยอยซื้อเก็บ"Buy on Dip"ดังนี้

สายเก็งกำไร: แนะนำให้รอดูการสร้างฐานที่แนวรับ 5,095 เหรียญ/ออนซ์หากเริ่มมีแท่งเทียน Rejection (ไส้เทียนยาวด้านล่าง) สามารถเสี่ยงซื้อเพื่อเป้าหมายสั้นๆ ที่ 5,200 เหรียญ/ออนซ์ โดยวางตัดขาดทุน Stop Loss ไว้ที่ 5,050 เหรียญ/ออนซ์

สายถือยาว: การย่อตัวลงมาใกล้ 5,000 เหรียญ/ออนซ์ ประมาณบาทละ 74,750 บาท หรือต่ำกว่านั้นถือเป็นโอกาสในการสะสมเพิ่ม เนื่องจากปัจจัยพื้นฐาน (สงครามอิหร่านและหนี้สหรัฐฯ) ยังคงสนับสนุนทองคำในระยะยาวถึงสิ้นปี 2569

3. Volatility (ATR): ค่าความผันผวนพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง ทำให้การตั้ง Stop Loss ต้องกว้างกว่าปกติ

โพสต์วันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 06:18 น.

"อ.ปานเทพ" วิเคราะห์แตก เปิดสาเหตุ "ราคาทองร่วง" แม้เกิดสงคราม

"อ.ปานเทพ" วิเคราะห์แตก เปิดสาเหตุ "ราคาทองร่วง" แม้เกิดสงคราม

"อ.ปานเทพ" วิเคราะห์แตก เปิดสาเหตุ "ราคาทองร่วง" แม้เกิดสงคราม
 

ข่าวล่าสุด

heading-ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

ทลายโรงแรมดังท่าขี้เหล็ก! รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์เกือบ 400 ราย

ทลายโรงแรมดังท่าขี้เหล็ก! รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์เกือบ 400 ราย

"หมอเจด" เผยเอง "น้ำมัน" ควรใช้ซ้ำไม่เกินกี่ครั้ง ก่อน อันตราย

"หมอเจด" เผยเอง "น้ำมัน" ควรใช้ซ้ำไม่เกินกี่ครั้ง ก่อน อันตราย

เปิดปมแค้น สั่งอุ้ม ผู้จัดการหนุ่ม จับขัง ก่อนอำพรางคาบ้านร้าง

เปิดปมแค้น สั่งอุ้ม ผู้จัดการหนุ่ม จับขัง ก่อนอำพรางคาบ้านร้าง

ปตท.เคลื่อนไหวล่าสุด ถึงลูกค้าทุกคนเรื่องราคาน้ำมัน

ปตท.เคลื่อนไหวล่าสุด ถึงลูกค้าทุกคนเรื่องราคาน้ำมัน

"อ.ปานเทพ" วิเคราะห์แตก เปิดสาเหตุ "ราคาทองร่วง" แม้เกิดสงคราม

"อ.ปานเทพ" วิเคราะห์แตก เปิดสาเหตุ "ราคาทองร่วง" แม้เกิดสงคราม