เล็บรูบุ๋ม ไม่ใช่แค่ขาดแคลเซียม ที่แท้ร่างกายส่งสัญญาณเตือนโรค

หลายคนเข้าใจผิด “เล็บเป็นรูบุ๋ม” ไม่ใช่แค่ขาดแคลเซียม ที่แท้ร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือนโรคนี้ อย่าปล่อยผ่านเด็ดขาด
หลายคนอาจเคยสังเกตเห็นว่าบริเวณผิวเล็บมีรอยบุ๋มเล็ก ๆ คล้ายถูกเข็มจิ้ม และมักเข้าใจว่าเป็นสัญญาณของการขาดแคลเซียม จนพยายามหาผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียมมารับประทานเพื่อแก้ปัญหา แต่ในความเป็นจริง “เล็บเป็นรูบุ๋ม” หรือ Pitting Nails อาจมีสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับโรคผิวหนังและความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน
เล็บที่มีสุขภาพดีโดยทั่วไปควรมีพื้นผิวเรียบและค่อนข้างเงางาม หากพบว่ามีรอยบุ๋มตื้น ๆ หรือลึกไม่เท่ากันเกิดขึ้นหลายจุด โดยเฉพาะเมื่อเป็นพร้อมกันหลายเล็บ ลักษณะคล้ายผิวของปลอกนิ้วเย็บผ้า อาจสะท้อนว่ากระบวนการสร้างเล็บบริเวณโคนเล็บถูกรบกวนจากการอักเสบหรือโรคบางชนิด
หนึ่งในโรคที่พบความผิดปกติของเล็บได้บ่อยคือ โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) โดยมีรายงานว่าผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินประมาณ 40-50% อาจพบความผิดปกติของเล็บ และหากมีโรคข้ออักเสบสะเก็ดเงินร่วมด้วย อัตราการเกิดความผิดปกติของเล็บอาจสูงขึ้นเป็นประมาณ 70-80%
นอกจากโรคสะเก็ดเงินแล้ว รอยบุ๋มบนเล็บยังสามารถพบร่วมกับโรคผมร่วงเป็นวง (Alopecia Areata), ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) และโรคของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันบางชนิดได้ ดังนั้นการพบรอยบุ๋มบนเล็บจึงไม่ได้หมายความว่าจะเป็นโรคใดโรคหนึ่งอย่างแน่นอน แต่ควรพิจารณาร่วมกับอาการผิดปกติอื่น ๆ ของร่างกาย
4 สัญญาณร่วม หากพบควรพบแพทย์
สำหรับผู้ที่มีรอยบุ๋มบนเล็บ ควรสังเกตอาการอื่นร่วมด้วย โดยเฉพาะ 4 สัญญาณสำคัญ ได้แก่
- มีรอยบุ๋มเล็ก ๆ กระจายบนเล็บหลายเล็บพร้อมกัน
- หนังศีรษะลอกเป็นแผ่นหนา คล้ายรังแคเรื้อรัง
- มีผื่นแดงและลอกเป็นสะเก็ด บริเวณข้อศอกหรือหัวเข่า และกลับมาเป็นซ้ำ
- เล็บหนาตัวหรือแยกออกจากเตียงเล็บ ซึ่งเรียกว่า Onycholysis
หากพบความผิดปกติเหล่านี้ร่วมกัน โดยเฉพาะเมื่ออาการเป็นต่อเนื่องหรือมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ควรเข้าพบแพทย์ผิวหนังเพื่อประเมินหาสาเหตุ เพราะการรักษาจำเป็นต้องจัดการกับโรคหรือการอักเสบที่เป็นต้นเหตุ ไม่ใช่เพียงการบำรุงผิวเล็บจากภายนอก
แนวทางการรักษาอาจแตกต่างกันไปตามสาเหตุและความรุนแรง ตั้งแต่ยาทาภายนอก เช่น ยาสเตียรอยด์หรืออนุพันธ์วิตามินดี การฉีดยาเฉพาะที่ การบำบัดด้วยแสง ไปจนถึงยารับประทานที่มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน หรือยาชีวภาพในผู้ป่วยบางราย โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม
ทั้งนี้ เล็บมือเติบโตค่อนข้างช้า การที่เล็บจะงอกขึ้นมาแทนส่วนเดิมทั้งหมดอาจใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือน ดังนั้นผู้ที่อยู่ระหว่างการรักษาจึงต้องอาศัยเวลาและความต่อเนื่องในการดูแล
อย่างไรก็ตาม รอยบุ๋มบนเล็บเพียงอย่างเดียวไม่ได้เป็นหลักฐานว่ากำลังป่วยด้วยโรคสะเก็ดเงินหรือโรคภูมิคุ้มกันผิดปกติ และไม่ควรซื้อยาหรืออาหารเสริมมารับประทานเองเพียงเพราะพบรอยดังกล่าว หากมีความกังวลหรือพบอาการผิดปกติหลายอย่างร่วมกัน การพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริงจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด
ข้อมูลจาก mirrormedia

“เนื้อไทย FESTIVAL” ปลุกกระแส ดันตลาดพรีเมียม จับคู่ธุรกิจ 11 ล้าน

เล็บรูบุ๋ม ไม่ใช่แค่ขาดแคลเซียม ที่แท้ร่างกายส่งสัญญาณเตือนโรค

"หวยฮานอยวันนี้" 1/9/69 ตรวจหวยฮานอย ผลฮานอยล่าสุด เช็กสดที่นี่

จับผู้โดยสารจีน ขน “ปากกาลดน้ำหนักเถื่อน” ล็อตใหญ่ ยัดกระเป๋าเข้าไทย
















