ข่าว

เล็บรูบุ๋ม ไม่ใช่แค่ขาดแคลเซียม ที่แท้ร่างกายส่งสัญญาณเตือนโรค

01 ก.ย. 2569 | 17:16 น.
เล็บรูบุ๋ม ไม่ใช่แค่ขาดแคลเซียม ที่แท้ร่างกายส่งสัญญาณเตือนโรค

หลายคนเข้าใจผิด “เล็บเป็นรูบุ๋ม” ไม่ใช่แค่ขาดแคลเซียม ที่แท้ร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือนโรคนี้ อย่าปล่อยผ่านเด็ดขาด

หลายคนอาจเคยสังเกตเห็นว่าบริเวณผิวเล็บมีรอยบุ๋มเล็ก ๆ คล้ายถูกเข็มจิ้ม และมักเข้าใจว่าเป็นสัญญาณของการขาดแคลเซียม จนพยายามหาผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียมมารับประทานเพื่อแก้ปัญหา แต่ในความเป็นจริง “เล็บเป็นรูบุ๋ม” หรือ Pitting Nails อาจมีสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับโรคผิวหนังและความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน

 

เล็บรูบุ๋ม ไม่ใช่แค่ขาดแคลเซียม ที่แท้ร่างกายส่งสัญญาณเตือนโรค

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เล็บที่มีสุขภาพดีโดยทั่วไปควรมีพื้นผิวเรียบและค่อนข้างเงางาม หากพบว่ามีรอยบุ๋มตื้น ๆ หรือลึกไม่เท่ากันเกิดขึ้นหลายจุด โดยเฉพาะเมื่อเป็นพร้อมกันหลายเล็บ ลักษณะคล้ายผิวของปลอกนิ้วเย็บผ้า อาจสะท้อนว่ากระบวนการสร้างเล็บบริเวณโคนเล็บถูกรบกวนจากการอักเสบหรือโรคบางชนิด

 

หนึ่งในโรคที่พบความผิดปกติของเล็บได้บ่อยคือ โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) โดยมีรายงานว่าผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินประมาณ 40-50% อาจพบความผิดปกติของเล็บ และหากมีโรคข้ออักเสบสะเก็ดเงินร่วมด้วย อัตราการเกิดความผิดปกติของเล็บอาจสูงขึ้นเป็นประมาณ 70-80%

 

นอกจากโรคสะเก็ดเงินแล้ว รอยบุ๋มบนเล็บยังสามารถพบร่วมกับโรคผมร่วงเป็นวง (Alopecia Areata), ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) และโรคของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันบางชนิดได้ ดังนั้นการพบรอยบุ๋มบนเล็บจึงไม่ได้หมายความว่าจะเป็นโรคใดโรคหนึ่งอย่างแน่นอน แต่ควรพิจารณาร่วมกับอาการผิดปกติอื่น ๆ ของร่างกาย

เล็บรูบุ๋ม ไม่ใช่แค่ขาดแคลเซียม ที่แท้ร่างกายส่งสัญญาณเตือนโรค

4 สัญญาณร่วม หากพบควรพบแพทย์

สำหรับผู้ที่มีรอยบุ๋มบนเล็บ ควรสังเกตอาการอื่นร่วมด้วย โดยเฉพาะ 4 สัญญาณสำคัญ ได้แก่

  • มีรอยบุ๋มเล็ก ๆ กระจายบนเล็บหลายเล็บพร้อมกัน
  • หนังศีรษะลอกเป็นแผ่นหนา คล้ายรังแคเรื้อรัง
  • มีผื่นแดงและลอกเป็นสะเก็ด บริเวณข้อศอกหรือหัวเข่า และกลับมาเป็นซ้ำ
  • เล็บหนาตัวหรือแยกออกจากเตียงเล็บ ซึ่งเรียกว่า Onycholysis

 

หากพบความผิดปกติเหล่านี้ร่วมกัน โดยเฉพาะเมื่ออาการเป็นต่อเนื่องหรือมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ควรเข้าพบแพทย์ผิวหนังเพื่อประเมินหาสาเหตุ เพราะการรักษาจำเป็นต้องจัดการกับโรคหรือการอักเสบที่เป็นต้นเหตุ ไม่ใช่เพียงการบำรุงผิวเล็บจากภายนอก

 

แนวทางการรักษาอาจแตกต่างกันไปตามสาเหตุและความรุนแรง ตั้งแต่ยาทาภายนอก เช่น ยาสเตียรอยด์หรืออนุพันธ์วิตามินดี การฉีดยาเฉพาะที่ การบำบัดด้วยแสง ไปจนถึงยารับประทานที่มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน หรือยาชีวภาพในผู้ป่วยบางราย โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม

 

ทั้งนี้ เล็บมือเติบโตค่อนข้างช้า การที่เล็บจะงอกขึ้นมาแทนส่วนเดิมทั้งหมดอาจใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือน ดังนั้นผู้ที่อยู่ระหว่างการรักษาจึงต้องอาศัยเวลาและความต่อเนื่องในการดูแล

 

อย่างไรก็ตาม รอยบุ๋มบนเล็บเพียงอย่างเดียวไม่ได้เป็นหลักฐานว่ากำลังป่วยด้วยโรคสะเก็ดเงินหรือโรคภูมิคุ้มกันผิดปกติ และไม่ควรซื้อยาหรืออาหารเสริมมารับประทานเองเพียงเพราะพบรอยดังกล่าว หากมีความกังวลหรือพบอาการผิดปกติหลายอย่างร่วมกัน การพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริงจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด

เล็บรูบุ๋ม ไม่ใช่แค่ขาดแคลเซียม ที่แท้ร่างกายส่งสัญญาณเตือนโรค
ข้อมูลจาก mirrormedia

ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

"เงินเยียวยาน้ำท่วมน่าน" 9,000 บาท เตรียมโอนเข้าบัญชี 8 ก.ย. 69 นี้

"เงินเยียวยาน้ำท่วมน่าน" 9,000 บาท เตรียมโอนเข้าบัญชี 8 ก.ย. 69 นี้

รายชื่อจังหวัดพื้นที่สีแดง เจอฝนตกหนักถึงหนักมาก 6–7 ก.ย. 69

รายชื่อจังหวัดพื้นที่สีแดง เจอฝนตกหนักถึงหนักมาก 6–7 ก.ย. 69

เดือดจัด "หนุ่ม ศรราม" เจอคนนำชื่อไปแอบอ้าง ลั่นไม่เคยยุ่งเกี่ยว

เดือดจัด "หนุ่ม ศรราม" เจอคนนำชื่อไปแอบอ้าง ลั่นไม่เคยยุ่งเกี่ยว

อาลัย "เชฟจ่อย อร่อยทุกเมนู" คนดังสายเบเกอรี่ จากไปกะทันหัน

อาลัย "เชฟจ่อย อร่อยทุกเมนู" คนดังสายเบเกอรี่ จากไปกะทันหัน

ศิษยานุศิษย์แห่ร่วมพิธีแน่นวัด วันเสาร์ 5 ตรงวันพระ ก่อนได้เลขกลับบ้าน

ศิษยานุศิษย์แห่ร่วมพิธีแน่นวัด วันเสาร์ 5 ตรงวันพระ ก่อนได้เลขกลับบ้าน