ข่าว

5 ยาเม็ด ห้ามหัก บด เคี้ยว ถ้ายังไม่อยากไปนอนคุยกับรากมะม่วง

30 ส.ค. 2569 | 13:51 น.
5 ยาเม็ด ห้ามหัก บด เคี้ยว ถ้ายังไม่อยากไปนอนคุยกับรากมะม่วง

ยาเม็ด 5 ประเภท ห้ามหัก บด เคี้ยวเองอย่างเด็ดขาด ถ้ายังไม่อยากไปนอนคุยกับรากมะม่วง รู้ไว้ก่อนเกิดแเสี่ยงถึงชีวิต

กลายเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ที่รับประทานยารักษาโรคเรื้อรัง หลังชายวัยกลางคนรายหนึ่งตัดสินใจหักยาลดความดันโลหิตกินเพียงครึ่งเม็ด เพราะรู้สึกอ่อนเพลียและกังวลว่าการรับประทานยาเต็มเม็ดอาจมากเกินความจำเป็น แต่หลังจากนั้นเพียงไม่นานกลับมีอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด และหมดสติ จนต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
 

5 ยาเม็ด ห้ามหัก บด เคี้ยว ถ้ายังไม่อยากไปนอนคุยกับรากมะม่วง

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามรายงานจากสื่อจีน ชายรายดังกล่าวอาศัยอยู่ในมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน และมีภาวะความดันโลหิตสูง โดยรับประทานยาควบคุมความดันตามแพทย์สั่งมาเป็นเวลาหลายปี ก่อนเกิดเหตุเขารู้สึกอ่อนเพลียและไปค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต จึงตัดสินใจหักยาออกเป็นสองส่วนและรับประทานเพียงครึ่งเม็ด โดยเชื่อว่าจะช่วยลดปริมาณยาและลดผลข้างเคียง

 

อย่างไรก็ตาม ประมาณ 30 นาทีหลังรับประทานยา ชายคนดังกล่าวกลับมีอาการเวียนศีรษะและหน้ามืดอย่างรุนแรง ก่อนล้มลงหมดสติ ครอบครัวจึงรีบนำตัวส่งห้องฉุกเฉิน แพทย์พบว่าความดันโลหิตลดลงอย่างมากจนแทบไม่สามารถวัดได้ ก่อนจะได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีและพ้นจากภาวะวิกฤตในที่สุด

 

แพทย์ระบุว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การรับประทานยา “มากเกินไป” แต่เกี่ยวข้องกับลักษณะของยาที่ผู้ป่วยรับประทาน เนื่องจากเป็นยาที่ออกแบบมาให้ ควบคุมการปลดปล่อยตัวยา โดยค่อย ๆ ปล่อยยาออกมาในอัตราที่กำหนดต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมง เพื่อรักษาระดับยาในร่างกายให้สม่ำเสมอ

 

ยาประเภทดังกล่าวอาจอาศัยชั้นเคลือบ เยื่อพิเศษ หรือโครงสร้างภายในเม็ดยาในการควบคุมความเร็วของการปลดปล่อยตัวยา หากนำไปหัก บด หรือเคี้ยว อาจทำให้กลไกดังกล่าวเสียหาย และทำให้ตัวยาถูกปล่อยออกมาเร็วกว่าที่ออกแบบไว้ จึงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงได้
 

5 ยาเม็ด ห้ามหัก บด เคี้ยว ถ้ายังไม่อยากไปนอนคุยกับรากมะม่วง

สำหรับยาที่มีฤทธิ์ลดความดันโลหิต หากตัวยาถูกปล่อยออกมาเร็วผิดปกติ อาจทำให้ความดันลดลงอย่างรวดเร็ว จนนำไปสู่อาการหน้ามืด เป็นลม หรือหมดสติได้ อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ยาควบคุมการปลดปล่อยทุกชนิดจะมีลักษณะหรือปริมาณตัวยาเหมือนกัน จึงไม่ควรนำกรณีนี้ไปเหมารวมกับยาทุกผลิตภัณฑ์

5 กลุ่มยาที่ควรระวัง ห้ามหัก บด เคี้ยว หรือเปิดเอง

ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่าไม่ใช่ยาทุกชนิดที่ห้ามหัก เพราะยาเม็ดธรรมดาบางรายการสามารถแบ่งตามรอยบากได้ หากแพทย์หรือเภสัชกรระบุว่าสามารถทำได้ แต่ยาบางกลุ่มควรตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนเปลี่ยนวิธีรับประทาน ได้แก่

1. ยาเม็ดควบคุมการปลดปล่อย
อาจมีคำว่า Controlled Release หรืออักษรย่อ CR บนฉลาก ยากลุ่มนี้ถูกออกแบบให้ค่อย ๆ ปล่อยตัวยา การหัก บด หรือเคี้ยวอาจทำให้ระบบควบคุมการปลดปล่อยเสียหาย

2. ยาเม็ดออกฤทธิ์นานหรือออกฤทธิ์เนิ่น
อาจพบคำว่า Extended Release, Sustained Release, Modified Release หรืออักษรย่อ ER, XR, SR และ MR หากบดหรือเคี้ยว อาจทำให้ตัวยาถูกปล่อยออกมาเร็วเกินไป ส่งผลให้ระดับยาในร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียง

3. ยาเม็ดเคลือบลำไส้หรือยาออกฤทธิ์หลังผ่านกระเพาะ
อาจระบุว่า Enteric Coated, Gastro-resistant หรือ Delayed Release รวมถึงอักษรย่อ EC และ DR ชั้นเคลือบมีหน้าที่ป้องกันตัวยาจากกรดในกระเพาะ หรือช่วยให้ยาไปออกฤทธิ์ในตำแหน่งที่กำหนด หากบดหรือทำลายชั้นเคลือบ อาจทำให้ยาออกฤทธิ์ผิดตำแหน่งหรือเพิ่มการระคายเคืองได้

4. แคปซูลบางชนิด
แคปซูลไม่ได้หมายความว่าห้ามเปิดทุกชนิด เพราะยาบางรายการสามารถเปิดแล้วโรยบนอาหารได้ แต่บางชนิดบรรจุเม็ดเล็กที่มีสารเคลือบควบคุมการออกฤทธิ์ หรือมีตัวยาที่ไม่ควรสัมผัสหรือสูดดม ดังนั้นจึงไม่ควรแกะแคปซูลเองโดยไม่ตรวจสอบข้อมูลของยา

5. ยาเม็ดฟู่
ยาเม็ดฟู่ถูกออกแบบให้ละลายในน้ำตามปริมาณที่กำหนดก่อนรับประทาน ไม่ควรกลืน เคี้ยว หรืออมทั้งเม็ด เพราะอาจทำให้เกิดก๊าซและได้รับยาไม่ตรงตามวิธีที่ผู้ผลิตกำหนด

5 ยาเม็ด ห้ามหัก บด เคี้ยว ถ้ายังไม่อยากไปนอนคุยกับรากมะม่วง

มีรอยบากตรงกลาง ไม่ได้แปลว่าหักได้ทุกเม็ด

อีกความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยคือการคิดว่า หากเม็ดยามีเส้นบากตรงกลาง ก็สามารถหักครึ่งได้เสมอ แต่ในความเป็นจริงรอยบากของยาบางชนิดอาจไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้แบ่งขนาดยาอย่างแม่นยำ และยาบางประเภทอาจเป็นยาออกฤทธิ์นานที่มีข้อจำกัดในการแบ่ง

ดังนั้น หากไม่แน่ใจว่ายาสามารถหักได้หรือไม่ ควรตรวจสอบฉลาก เอกสารกำกับยา หรือสอบถามแพทย์และเภสัชกรก่อน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องรับประทานยารักษาโรคเรื้อรังเป็นประจำ

 

หากรับประทานยาแล้วเกิดอาการอ่อนเพลีย เวียนศีรษะ ง่วงซึม หรือสงสัยว่าขนาดยาแรงเกินไป ไม่ควรแก้ปัญหาด้วยการลดขนาดยา หักยา เพิ่มระยะห่างระหว่างมื้อ หรือหยุดยาเอง ควรติดต่อแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อประเมินและปรับการรักษาอย่างเหมาะสม

 

โดยเฉพาะยารักษาโรคเรื้อรัง เช่น ยาความดันโลหิต ยาเบาหวาน ยารักษาโรคหัวใจ ยากันชัก และยาทางจิตเวช การเปลี่ยนขนาดยาหรือหยุดยาอย่างกะทันหันอาจทำให้โรคควบคุมไม่ได้ หรือเกิดผลกระทบจากการหยุดยาในบางกรณี

 

หากเกิดอาการรุนแรงหลังรับประทานยา เช่น หายใจลำบาก ใบหน้าหรือลำคอบวม หมดสติ ใจสั่นรุนแรง เจ็บหน้าอก หรือเวียนศีรษะจนไม่สามารถยืนได้ ควรขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉินทันที และควรนำแผงยา ขวดยา หรือฉลากยาไปให้แพทย์ตรวจสอบ พร้อมแจ้งจำนวนและเวลาที่รับประทานอย่างชัดเจน

 

กรณีดังกล่าวจึงเป็นเครื่องเตือนใจว่า “ยาครึ่งเม็ด” ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยกว่ายาเต็มเม็ดเสมอไป เพราะยาบางชนิดถูกออกแบบให้มีกลไกการปลดปล่อยตัวยาโดยเฉพาะ การหัก บด เคี้ยว หรือเปิดยาโดยไม่ตรวจสอบก่อน อาจเปลี่ยนวิธีที่ร่างกายได้รับยาและเพิ่มความเสี่ยงต่ออันตรายได้ ดังนั้นก่อนเปลี่ยนวิธีรับประทานยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง

5 ยาเม็ด ห้ามหัก บด เคี้ยว ถ้ายังไม่อยากไปนอนคุยกับรากมะม่วง
ข้อมูลจาก soha
 

ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

กรมสรรพสามิต ปราบสินค้าผิดกฎหมาย "บุหรี่เถื่อน-เหล้าเถื่อน" ยึดของกลางเพียบ

กรมสรรพสามิต ปราบสินค้าผิดกฎหมาย "บุหรี่เถื่อน-เหล้าเถื่อน" ยึดของกลางเพียบ

โควิดหน้าฝนยังพุ่งต่อเนื่อง สธ. แนะหลัก “ป่วยพัก ลดใกล้ชิด” ย้ำระวังข่าวลือปลอม

โควิดหน้าฝนยังพุ่งต่อเนื่อง สธ. แนะหลัก “ป่วยพัก ลดใกล้ชิด” ย้ำระวังข่าวลือปลอม

กทม. แท็กทีม ป.ป.ส.-ตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจเข้ม 24 เขตทั่วกรุง เจอฉี่ม่วง 73 ราย

กทม. แท็กทีม ป.ป.ส.-ตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจเข้ม 24 เขตทั่วกรุง เจอฉี่ม่วง 73 ราย

5 ยาเม็ด ห้ามหัก บด เคี้ยว ถ้ายังไม่อยากไปนอนคุยกับรากมะม่วง

5 ยาเม็ด ห้ามหัก บด เคี้ยว ถ้ายังไม่อยากไปนอนคุยกับรากมะม่วง

เกือบมืดทั้งถนน หนุ่มมักง่ายแอบตัดสายไฟหลวง ตร.ทางหลวงตาไวรวบทันควัน

เกือบมืดทั้งถนน หนุ่มมักง่ายแอบตัดสายไฟหลวง ตร.ทางหลวงตาไวรวบทันควัน