ถึงว่า เจ้าอาวาสวัดดัง มีเงินให้คอลเซนเตอร์หลอกกว่า 8.7 ล้าน

ถึงว่า เจ้าอาวาสวัดดังเชียงราย มีเงินให้แก๊งคอลเซนเตอร์หลอกกว่า 8.7 ล้าน ล่าสุดโดนชาวบ้านจับโป๊ะ - แจ้งความจับ
กลายเป็นประเด็นที่สร้างความกังขาให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ต.แม่คำ อ.แม่จัน จ.เชียงราย หลังพบความผิดปกติเกี่ยวกับการเงินของวัดแม่คำ จนผู้นำชุมชน 3 หมู่บ้านต้องนำหลักฐานเข้าแจ้งความกับตำรวจ เพื่อขอให้ตรวจสอบการบริหารจัดการเงินของวัด พร้อมเรียกร้องให้ พระมหาหน่อแก้ว เป็งใจ อายุ 65 ปี เจ้าอาวาสวัดแม่คำ ย้ายออกจากวัดในระหว่างการตรวจสอบ
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2569 โดยนายเฉลิมพล นาใจ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 นายสุพจน์ ซาวคำเขต ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 และนางสาวสุจิตรา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.แม่จัน หลังชาวบ้านเริ่มตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องเงินของวัดมาตั้งแต่ปี 2568
ชนวนสำคัญเกิดขึ้นหลังผู้รับเหมาก่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่หยุดงาน เนื่องจากไม่ได้รับเงินตามสัญญา ทั้งที่ใกล้ครบกำหนดสัญญาแล้ว โดยก่อนหน้านี้มีผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญเพื่อก่อสร้างพระอุโบสถรวมกว่า 4 ล้านบาท ขณะที่วัดทำสัญญาก่อสร้างเป็นเงิน 4.2 ล้านบาท แบ่งจ่ายทั้งหมด 12 งวด งวดละ 350,000 บาท และมีการเบิกจ่ายไปแล้ว 6 งวด
ท่ามกลางข้อสงสัยเรื่องเงินก่อสร้าง กลับมีข้อมูลจากฝั่งเจ้าอาวาสว่า พระมหาหน่อแก้วตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยกลุ่มคนร้ายอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ส่งเอกสารปลอม ทั้งหมายศาลและคำสั่งศาล รวมถึงวิดีโอคอลโดยแต่งกายคล้ายตำรวจ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนหลอกให้เจ้าอาวาสโอนเงิน โดยอ้างว่าบัญชีถูกอายัดและต้องมีค่าใช้จ่ายสำหรับการตรวจสอบ
พระมหาหน่อแก้วเปิดเผยว่า ครั้งแรกได้โอนเงินส่วนตัวจากบัญชีเงินออมจำนวน 500,000 บาทให้กลุ่มคนร้าย ก่อนจะถูกหลอกให้โอนเงินเพิ่มเติมอีกหลายครั้ง รวมทั้งหมดถึง 207 ครั้ง คิดเป็นความเสียหายกว่า 8,745,187 บาท
เรื่องมาแตกเมื่อกลุ่มคนร้ายส่งเอกสารอ้างว่าจะเข้าตรวจค้นวัด และมีชื่อผู้ใหญ่บ้านอยู่ในเอกสาร ทำให้เจ้าอาวาสตัดสินใจโทรศัพท์สอบถามผู้ใหญ่บ้าน จึงทราบว่าตนเองกำลังถูกหลอก
อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านและคณะกรรมการวัดกลับไม่เชื่อคำกล่าวอ้างดังกล่าว โดยตั้งข้อสังเกตหลายประเด็น การโอนเงินหากเป็นการโอนเงินผิดพลาดเพียง 2-3 ครั้ง ยังพอเข้าใจได้ แต่การโอนเงินไปถึง 207 ครั้ง โดยไม่เอะใจหรือตรวจสอบ ถือเป็นเรื่องผิดปกติอย่างมาก เงินที่ได้จากการทำบุญของวัด จะต้องนำฝากผ่านธนาคารโดยตรง ไม่สามารถทำธุรกรรมผ่านแอปพลิเคชันมือถือได้ จึงไม่น่าจะสามารถโอนเงินผ่านมือถือตามที่เจ้าอาวาสอ้างได้
ขณะที่นายนิวัฒ ซาวคำเขต อดีตผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการดูแลเงินวัด และปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีตำบลแม่คำ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ล่าสุดมีเงินกฐินจำนวน 500,000 บาท ที่เจ้าอาวาสยังไม่ได้นำเข้าบัญชีวัดตามขั้นตอน อีกทั้งที่ผ่านมา เมื่อชาวบ้านและคณะกรรมการสอบถามเรื่องการจ่ายเงินให้ผู้รับเหมาก่อสร้าง เจ้าอาวาสก็มักบ่ายเบี่ยงไม่ชี้แจงรายละเอียด
นายนิวัฒ ซาวคำเขต อดีตผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็น 1 ใน 3 คณะกรรมการดูแลเงินวัด (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีตำบลแม่คำ) เปิดเผยว่า ล่าสุดเงินกฐินจำนวน 500,000 บาท เจ้าอาวาสไม่ได้นำเข้าบัญชีวัด ตามขั้นตอน ประกอบกับที่ผ่านมาเมื่อชาวบ้าน และกรรมการขอให้ชี้แจงเรื่องการจ่ายเงินช่างก่อสร้าง เจ้าอาวาสก็บ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด โดยนายนิวัฒ ให้ความเห็นส่วนตัวว่า กรณีนี้อาจไม่ใช่เรื่องของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่อาจเป็นการนำเงินวัดไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว เนื่องจากทราบข้อมูลว่า มีการนำเงินสดจากการทำบุญเก็บไว้โดยไม่เข้าธนาคาร และมีการเบิกเงินไปใช้จ่ายครั้งละสูงถึง 800,000 บาท
ขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจและกระบวนการทางกฎหมาย ขณะที่ชาวบ้านทั้ง 3 หมู่บ้านซึ่งเดินทางมาทำบุญที่วัดแม่คำเป็นประจำ ได้ประชุมหารือและมีมติร่วมกันขอให้พระมหาหน่อแก้วย้ายออกจากวัดเป็นการชั่วคราว จนกว่าการสอบสวนและการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะมีความชัดเจน

อัปเดตราคาทองช่วงบ่าย 11 ส.ค. 69 ราคาทองมีปรับตัวอีก ครั้งที่ 19

ถึงว่า เจ้าอาวาสวัดดัง มีเงินให้คอลเซนเตอร์หลอกกว่า 8.7 ล้าน

"ไฟดับ 12 ส.ค. 69" กฟน. ประกาศดับไฟ10 จุด กทม. นนทบุรี สมุทรปราการ

ญาติแจงที่มา ทรัพย์สิน 305 ล้าน "พ.ต.อ.ธงชัย" มีที่มาที่ไปอย่างไร
















