โต้ข่าวลือขับไล่พระ! ยันแค่ต้องการเคลียร์หมาแมวแก้ปัญหาวัด

ร้อนสะท้อนเมืองน่าน! วัดน้ำหินสั่งเคลียร์สุนัข-แมว 20 ชีวิตพ้นวัดเหตุทำส่งกลิ่นเหม็น จนเจ้าอาวาสต้องย้ายหนีกลางดึก ห่วงสัตว์หาบ้านใหม่ไม่ทันเส้นตาย
น่าน (18 ก.ค. 2569) – ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีดราม่าระอุในพื้นที่ตำบลเชียงของ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน หลังเกิดข้อพิพาทภายในวัดน้ำหิน โดยช่วงเช้าวันนี้จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบบรรยากาศเป็นไปด้วยความเงียบเหงา ประตูทางเข้าออกของวัดทุกด้านถูกล็อกด้วยแม่กุญแจอย่างแน่นหนาจนไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ แต่ยังคงมองเห็นสุนัขและแมวจำนวนหนึ่งเดินวนเวียนอยู่ภายในบริเวณด้วยความสับสน ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนยังคงเดินทางมาเกาะติดสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง หลังมีกระแสข่าวว่าเจ้าอาวาสได้ตัดสินใจย้ายออกจากวัดไปกลางดึกเมื่อคืนวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อลดการเผชิญหน้า
ด้านตัวแทนคณะกรรมการวัดน้ำหิน ได้เปิดเผยถึงเหตุดราม่าดังกล่าวว่า ปัญหาสุนัขและแมวภายในวัดเกิดขึ้นเรื้อรังมานานจากการที่มีกลุ่มคนมักง่ายนำสัตว์มาปล่อยทิ้งภาระไว้ให้วัดจนมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ปัญหาหลักไม่ใช่เรื่องที่พระท่านเลี้ยงสัตว์ แต่เป็นเรื่องของผลกระทบทางสุขอนามัย เนื่องจากมูลและปัสสาวะของแมวส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งอย่างรุนแรงลามเข้าไปในกุฏิและวิหาร จนญาติโยมที่มาทำบุญหรือประชุมหมู่บ้านบ่นทนไม่ไหว ซ้ำร้ายแมวยังปีนป่ายทำลายฝ้าเพดานและทรัพย์สินของวัดเสียหาย ทั้งนี้ กรรมการวัดยืนยันว่าเจ้าอาวาสเป็นพระนักพัฒนาที่ดีและรักสัตว์มาก ข่าวที่ว่ากรรมการวัดขับไล่ไสส่งพระนั้นไม่เป็นความจริง แต่ทางวัดเพียงต้องการให้มีการบริหารจัดการเคลียร์สัตว์ออกไปเพื่อคืนความสะอาดให้ศาสนสถานเท่านั้น
ขณะที่ด้าน เจ้าอาวาสวัดน้ำหิน ซึ่งปัจจุบันได้ลี้ภัยความขัดแย้งมาจำวัดชั่วคราวอยู่ที่วัดหนองบัว ตำบลศรีษะเกษ ยอมรับว่าตนเองเป็นคนรักสัตว์จริงแต่ไม่เคยนำมาเลี้ยงเอง สัตว์ทั้งหมดเป็นสัตว์เด็ดขาดที่มีคนนำมาโยนทิ้งไว้ เมื่อเห็นมันอดอยากตนด้วยความความเป็นพระก็ทำใจดำปล่อยให้อดตายไม่ได้ จึงคอยให้อาหารและน้ำเรื่อยมา ส่วนเรื่องที่กรรมการวัดขีดเส้นตายให้ย้ายสัตว์ออกภายในวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคมนี้ ตนรู้สึกเป็นกังวลอย่างมากเพราะเกรงว่าจะหาบ้านใหม่ให้พวกมันไม่ทันเวลา ล่าสุดกำลังเร่งประสานเครือข่ายคนรักสัตว์เข้ามาช่วยเหลือ และอยากให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาคุยกันเพื่อทางออกที่ดีที่สุดแก่ทุกชีวิต
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนปัญหาระดับชาติเรื่องการนำสัตว์เลี้ยงมาปล่อยทิ้งตามวัดจนกลายเป็นภาระของพระและชุมชน ซึ่งในกรณีนี้ทำให้ชาวบ้านแบ่งเป็นสองกระแสชัดเจน ฝ่ายหนึ่งเห็นใจวัดที่ต้องรักษาความสะอาดและศาสนพิธี ขณะที่อีกฝ่ายมองว่าการขีดเส้นตายระยะสั้นเป็นการโหดร้ายและผลักภาระให้สัตว์ ซึ่งทุกฝ่ายยังคงจับตาว่าก่อนจะถึงวันสิ้นสุดกำหนดการในวันพรุ่งนี้ จะมีหน่วยงานใดเข้ามาช่วยคลี่คลายวิกฤตหมาแมว 20 ชีวิตนี้ได้ทันเวลาหรือไม่




















