ผิดคาดเลย หนุ่มใหญ่ป่วยเบาหวาน กินมันเทศ หมอแทบไม่เชื่อผลลัพธ์

ผิดคาดเลย หนุ่มใหญ่ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 กินมันเทศ ต่อเนื่องจาก 5 เดือน ตรวจสุขภาพอีกที หมอแทบไม่เชื่อผลลัพธ์
หลายคนอาจเคยได้ยินความเชื่อว่า “มันเทศมีรสหวาน ผู้ป่วยโรคเบาหวานจึงไม่ควรรับประทาน” จนทำให้ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยเลือกหลีกเลี่ยงมันเทศไปโดยปริยาย แต่ในความเป็นจริง มันเทศสามารถนำมารับประทานเป็นส่วนหนึ่งของอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวานได้ หากรู้จักควบคุมปริมาณและนำมาใช้ทดแทนแหล่งคาร์โบไฮเดรตอื่นอย่างเหมาะสม
กรณีหนึ่งที่ถูกหยิบยกมาเป็นตัวอย่างคือ นายหลี่ (นามสมมติ) ชายวัย 55 ปี จากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ซึ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 หลังมีอาการอ่อนเพลีย ตาพร่ามัว หิวน้ำและคอแห้งบ่อยครั้ง โดยแพทย์ได้ให้ยาและแนะนำให้ควบคุมอาหารอย่างจริงจัง
หลังทราบว่าตัวเองป่วย นายหลี่มีความกังวลเกี่ยวกับการรับประทานยาในระยะยาว จึงพยายามปรับพฤติกรรมการกิน โดยจากคำแนะนำที่ได้รับ เขาเลือกนำ มันเทศนึ่งหรือต้มมารับประทานแทนข้าวสวยในมื้อหลัก พร้อมกับหลีกเลี่ยงอาหารหวานและอาหารมัน รวมถึงออกกำลังกายด้วยการเดินเบา ๆ ในช่วงเย็น และพยายามเข้านอนก่อนเวลา 23:00 น.
หลังปรับพฤติกรรมต่อเนื่องประมาณ 5 เดือน ผลตรวจติดตามพบว่า ระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารของนายหลี่ลดลงจาก 8.9 mmol/L เหลือ 6.7 mmol/L ขณะที่ระดับน้ำตาลหลังรับประทานอาหาร 2 ชั่วโมงลดจาก 11 mmol/L เหลือ 8 mmol/L นอกจากนี้ น้ำหนักตัวยังลดลงประมาณ 4 กิโลกรัม และอาการอ่อนเพลียที่เคยเป็นก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ผลลัพธ์ดังกล่าวไม่ควรตีความว่า “มันเทศเป็นยารักษาโรคเบาหวาน” แต่การนำมันเทศมาใช้แทนแหล่งแป้งขัดสีบางส่วน อาจเป็นส่วนหนึ่งของการปรับอาหารที่เหมาะสม เนื่องจากมันเทศมีใยอาหารและสารอาหารหลายชนิด
แล้วทำไมมันเทศจึงอาจเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน?
ประการแรกคือ ใยอาหาร ซึ่งช่วยชะลอกระบวนการย่อยและการดูดซึมคาร์โบไฮเดรต ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดหลังรับประทานอาหารเพิ่มขึ้นไม่รวดเร็วเท่ากับการรับประทานคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการขัดสีบางชนิด
ประการที่สองคือ คาร์โบไฮเดรตและโครงสร้างของอาหาร แม้มันเทศจะมีคาร์โบไฮเดรตและมีรสหวาน แต่เมื่อรับประทานในปริมาณเหมาะสมและใช้แทนอาหารประเภทแป้งอื่น ก็สามารถนำมาจัดสัดส่วนในมื้ออาหารได้ โดยสิ่งสำคัญคือปริมาณคาร์โบไฮเดรตรวมที่รับประทาน ไม่ใช่เพียงดูจากรสชาติว่าอาหารชนิดนั้นหวานหรือไม่
นอกจากนี้ มันเทศยังมีสารอาหารหลายชนิด เช่น โพแทสเซียม วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระ รวมถึงในมันเทศสีส้มยังมีเบต้าแคโรทีน ซึ่งล้วนเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยเบาหวานไม่ควรรับประทานมันเทศในปริมาณมากเพียงเพราะเชื่อว่าเป็นอาหารที่ช่วยควบคุมน้ำตาล เพราะมันเทศยังคงเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรต และการรับประทานมากเกินไปก็สามารถทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นได้
4 ข้อ ควรรู้ก่อนผู้ป่วยเบาหวานกินมันเทศ
1. คุมปริมาณให้เหมาะสม
หากนำมันเทศมาแทนข้าวหรืออาหารประเภทแป้ง ควรคำนึงถึงปริมาณคาร์โบไฮเดรตรวมของมื้อนั้น ไม่ใช่รับประทานมันเทศเพิ่มเข้าไปจากอาหารมื้อปกติ
2. รับประทานร่วมกับอาหารอื่น
ควรจัดมื้ออาหารให้มีโปรตีน ผัก และไขมันในปริมาณที่เหมาะสม เช่น ปลา ไก่ เต้าหู้ หรือถั่ว เพื่อให้มื้ออาหารมีความสมดุลมากขึ้น
3. เลือกวิธีปรุงที่ไม่เพิ่มน้ำตาลและไขมัน
การนึ่ง ต้ม หรืออบ เป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าการทอดหรือการนำไปเชื่อมน้ำตาล เพราะการปรุงแบบหลังสามารถเพิ่มพลังงานและน้ำตาลในมื้ออาหารได้มาก
4. ควบคู่กับการออกกำลังกายและการรักษาตามแพทย์
การควบคุมอาหารควรทำควบคู่กับการออกกำลังกายและการใช้ยาตามคำสั่งแพทย์ ไม่ควรหยุดหรือลดขนาดยาเอง แม้จะพบว่าระดับน้ำตาลในเลือดดีขึ้นก็ตาม
ทั้งนี้ ผู้ป่วยโรคเบาหวานแต่ละคนมีภาวะสุขภาพ ยาที่ใช้ และความต้องการทางโภชนาการแตกต่างกัน การปรับเมนูอาหารจึงควรพิจารณาร่วมกับแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร โดยเฉพาะผู้ที่กำลังใช้ยาลดระดับน้ำตาลหรืออินซูลิน เพื่อให้สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้อย่างปลอดภัย
ข้อมูลจาก SOHA

ผิดคาดเลย หนุ่มใหญ่ป่วยเบาหวาน กินมันเทศ หมอแทบไม่เชื่อผลลัพธ์

“นายกฯ อนุทิน” รวมพลังคนไทย แอโรบิก ลดเสี่ยง NCDs “74 วัน 74 ล้านแคลอรี” เฉลิมพระเกียรติฯ

เตือนกรมอุตุฯ ออกประกาศฉบับสุดท้าย ฝนตกหนักมาก เสี่ยงน้ำท่วม!

อาลัย นร. นายสิบตำรวจ เสียชีวิตขณะฝึกงาน ก่อนสิ้นใจที่โรงพยาบาล
















