สาวปวดท้องนาน 3 เดือน ก่อนเอกซเรย์เจอต้นตอ ทำโกรธหมอยันลูกบวช

สาวปวดท้องทรมานรุนแรงนานถึง 3 เดือน หลังเข้ารับการผ่าตัดมดลูก สุดท้ายกลับไป รพ. อีกครั้งเอกซเรย์เจอต้นตอ ทำโกรธหมอยันลูกบวช
หญิงชาวบราซิลรายหนึ่งต้องเผชิญประสบการณ์เฉียดเสียชีวิต หลังเข้ารับการผ่าตัดมดลูก แต่กลับต้องทนทุกข์กับอาการปวดอย่างรุนแรงนานถึง 3 เดือน ก่อนแพทย์จะพบว่า มีการลืมกรรไกรผ่าตัดยาว 18 เซนติเมตรไว้ภายในช่องท้อง ส่งผลให้ลำไส้เล็กบางส่วนเกิดภาวะเนื้อตาย และต้องเข้ารับการผ่าตัดซ้ำหลายครั้ง
รายงานระบุว่า หญิงรายดังกล่าวเป็นคุณแม่ลูกสาม เข้ารับการผ่าตัดมดลูกที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในรัฐเซาเปาโล ประเทศบราซิล เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่หลังการผ่าตัด เธอกลับมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง อาเจียนต่อเนื่อง และรู้สึกไม่สบายตัวมาตลอด
แม้เวลาจะผ่านไปหลายเดือน แต่อาการกลับไม่ดีขึ้น กระทั่งครบประมาณ 3 เดือน เธอทนความเจ็บปวดไม่ไหว จึงเดินทางกลับไปยังแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาล โดยอยู่ในสภาพอ่อนแรงและสับสนจากความเจ็บปวดอย่างหนัก
หญิงรายนี้เปิดเผยว่า แม้จะได้รับยาแก้ปวด แต่อาการก็ไม่ทุเลาเลย เธอรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งกำลังดันออกมาจากภายในร่างกาย
ต่อมา แพทย์ได้ทำการเอกซเรย์และพบกรรไกรผ่าตัดความยาว 18 เซนติเมตร ตกค้างอยู่ภายในช่องท้อง จึงต้องรีบผ่าตัดฉุกเฉินเพื่อนำออก ก่อนพบว่าลำไส้เล็กบางส่วนเกิดภาวะเนื้อตายจากการได้รับความเสียหาย
นับตั้งแต่เกิดเหตุ หญิงรายนี้ต้องเข้ารับการผ่าตัดแล้วรวม 4 ครั้ง ได้แก่ การผ่าตัดมดลูกครั้งแรก การผ่าตัดนำกรรไกรออก การรักษาไส้เลื่อนและระบายฝีในลำไส้ รวมถึงการผ่าตัดรักษาฝีในตับ
เธอยอมรับว่า เพิ่งตระหนักว่าตัวเองเฉียดเสียชีวิตเพียงใด นอกจากการรักษาร่างกายแล้ว ยังต้องได้รับการฟื้นฟูสภาพจิตใจ เช่นเดียวกับลูก ๆ ทั้งสามคน พร้อมหวังว่าจะไม่ต้องกลับเข้าห้องผ่าตัดอีก
หญิงรายนี้ระบุว่า หลังพบกรรไกรตกค้าง ทางโรงพยาบาลได้ยอมรับความผิดพลาด และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาทั้งหมด รวมถึงให้การสนับสนุนด้านการดูแลสภาพจิตใจแก่ลูก ๆ ของเธอ
อย่างไรก็ตาม เธออ้างว่า หลังผ่าตัดนำกรรไกรออกได้เพียง 2 วัน ทนายความของศัลยแพทย์ได้ติดต่อมาเพื่อเสนอการยอมความ แต่การเจรจาไม่เป็นผล นอกจากนี้ยังกล่าวอ้างว่า ศัลยแพทย์คนดังกล่าวเคยพยายามชักชวนให้เธอเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมยกกระชับหน้าท้อง ซึ่งต้องออกค่าใช้จ่ายเอง ทั้งก่อนและหลังการผ่าตัดมดลูก
เธอยังแสดงความไม่พอใจที่ศัลยแพทย์รายดังกล่าวยังคงปฏิบัติหน้าที่รักษาผู้ป่วยตามปกติ โดยขณะนี้ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว และคดีอยู่ระหว่างการสืบสวนในทางอาญา
ขณะที่ข้อมูลจากศาลระบุว่า กระบวนการพิจารณาคดีเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา ส่วนทางโรงพยาบาลปฏิเสธให้ความเห็นเกี่ยวกับกรณีเฉพาะราย โดยให้เหตุผลว่าเป็นไปตามหลักการคุ้มครองความลับของผู้ป่วย
ข้อมูลจาก The Sun




















