ไฟไหม้รถบัส ผู้โดยสาร 33 ชีวิตรีบหนี แต่สุดท้ายเสียชีวิตอื้อ

รถบัสเสียหลักพุ่งชนแนวกั้นเหล็กริมถนน ก่อนเกิดไฟลุกไหม้ ผู้โดยสาร 33 ชีวิตรีบหนีเอาตัวรอด สุดท้ายเสียชีวิตอื้อ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุสลดเมื่อรถบัสโดยสารเดินทางข้ามคืนประสบอุบัติเหตุพุ่งชนขอบทางก่อนเกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง บนทางหลวงสาย 1 บริเวณจังหวัดด่งนาย (Dong Nai) ทางตอนใต้ของประเทศเวียดนาม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 5 ราย ขณะที่สาเหตุของอุบัติเหตุยังอยู่ระหว่างการสอบสวน
รายงานระบุว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 02:00-02:30 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2569 รถบัสโดยสารขนาด 24 ที่นั่ง ซึ่งดัดแปลงเป็นรถบัสนอนสำหรับเดินทางระยะไกล กำลังมุ่งหน้าจากจังหวัดเลิมด่ง (Lam Dong) ไปยังนครโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh City) ก่อนที่รถจะเสียหลักพุ่งชนแนวกั้นเหล็กริมถนน จากนั้นยังเคลื่อนที่ต่อไปและชนเข้ากับขอบทางอีกครั้งจนหยุดนิ่ง
หลังเกิดอุบัติเหตุ มีรายงานว่าเกิดเสียงระเบิด ก่อนเปลวไฟจะลุกไหม้จากบริเวณใต้ท้องรถและด้านหน้ารถ แล้วลุกลามเข้าสู่ห้องโดยสารอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้โดยสารจำนวนหนึ่งไม่สามารถหลบหนีออกมาได้ทัน
นายเจิ่น แท็ง ฮาย คนขับรถวัย 41 ปี เปิดเผยว่า เขาและผู้ช่วยคนขับได้ตะโกนเรียกให้ผู้โดยสารรีบอพยพออกจากรถ แต่เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว ทำให้มีเพียงผู้โดยสารที่อยู่บริเวณด้านหน้ารถบางส่วนเท่านั้นที่สามารถหนีออกมาได้ ส่วนผู้โดยสารที่อยู่ด้านในติดอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิง
ทั้งนี้สื่อในประเทศยังรายงานด้วยว่า สาเหตุหนึ่งเกิดมาจาก คนขับหลับใน ก่อนที่จะเสียหลักพุ่งชนแนวกั้นเหล็กริมถนน และไฟลุกไหม้ในที่สุด
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ หลังเพลิงสงบ เจ้าหน้าที่กู้ภัยพบร่างผู้เสียชีวิต 7 รายภายในซากรถบัสที่ถูกไฟไหม้ ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษา
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจเวียดนามอยู่ระหว่างเร่งสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุ รวมถึงสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ โดยยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม

สภาพอากาศคืนนี้ เตือนฉบับที่ 1 ฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วง 26 - 30 ก.ค.นี้

ถอดแนวคิด "คีรี กาญจนพาสน์" บ้านชาวไทยถึงไหน ความสุขถึงที่นั่น

เดินเกมด่วน เร่งระบายทุเรียนใต้ 3 แสนตัน ดันส่งออก-รักษาราคา

หนุ่มโดนยุงกัดคอ ตีไปป้าบเดียว ถึงกับต้องเข้าห้องฉุกเฉิน
















