3 ส่วนของหมู ที่ขนาดหมอยังไม่กิน แต่หลายคนชอบแต่ไม่รู้

ถึงว่า หมอหลายคนยังเลี่ยง รู้แล้วจะอึ้ง 3 ส่วนของหมู คอเลสเตอรอลสูงกว่าที่คิด หลายคนชอบแต่ไม่รู้ หมอเตือนให้เลี่ยง
หลายคนมักเข้าใจว่า "มันหมู" หรือ "หมูสามชั้น" เป็นชิ้นส่วนของหมูที่มีคอเลสเตอรอลสูงที่สุด แต่ในความเป็นจริงยังมีเครื่องในบางชนิดที่มีปริมาณคอเลสเตอรอลสูงกว่าหลายเท่า ซึ่งหากรับประทานในปริมาณมากและต่อเนื่อง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และความดันโลหิตสูงได้
ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการระบุว่า การรับประทานอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูงเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดการสะสมของคราบไขมันบริเวณผนังหลอดเลือด (Atherosclerosis) ส่งผลให้หลอดเลือดตีบ แข็ง และเลือดไหลเวียนได้ไม่สะดวก เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และหากคราบไขมันหลุดไปอุดตันหลอดเลือดสำคัญ อาจทำให้เกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันได้
1. สมองหมู แชมป์คอเลสเตอรอลสูงที่สุด
แม้หลายคนจะเชื่อว่า "กินสมองบำรุงสมอง" และนิยมนำสมองหมูมาตุ๋นรับประทาน แต่ในทางโภชนาการพบว่า สมองหมู 100 กรัม มีคอเลสเตอรอลสูงถึงประมาณ 2,500 มิลลิกรัม มากกว่ามันหมูเกือบ 20 เท่า และสูงกว่าปริมาณคอเลสเตอรอลที่แนะนำต่อวันหลายเท่า
นอกจากนี้ หากเป็นสมองหมูที่ไม่ได้มาตรฐาน ยังอาจมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียหรือพยาธิได้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากต้องการรับประทาน ควรจำกัดไม่เกินเดือนละ 1 ครั้ง ขณะที่ผู้ป่วยโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก ควรหลีกเลี่ยง
2. ตับหมู แม้อุดมสารอาหาร แต่คอเลสเตอรอลสูง
ตับหมูเป็นแหล่งของธาตุเหล็กและวิตามินหลายชนิด จึงได้รับความนิยมในเมนูต้มเลือดหมูและอาหารบำรุงร่างกาย อย่างไรก็ตาม ตับเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเผาผลาญไขมัน จึงมีการสะสมคอเลสเตอรอลในปริมาณสูง โดย ตับหมู 100 กรัม มีคอเลสเตอรอลประมาณ 300 - 400 มิลลิกรัม
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้รับประทานเพียงสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 50 กรัม และควรปรุงให้สุกทั่วถึง หลีกเลี่ยงการรับประทานแบบกึ่งสุกกึ่งดิบ รวมถึงลดเมนูทอดหรือผัดน้ำมัน เพราะจะยิ่งเพิ่มปริมาณไขมันอิ่มตัว
3. หัวใจหมู ไขมันน้อยแต่คอเลสเตอรอลไม่น้อย
หลายคนมองว่าหัวใจหมูเป็นเนื้อแดงที่มีไขมันต่ำ จึงเลือกนำมาต้มหรือทำอาหารบำรุงร่างกาย แต่ข้อมูลทางโภชนาการระบุว่า หัวใจหมู 100 กรัม มีคอเลสเตอรอลประมาณ 140 มิลลิกรัม ซึ่งสูงกว่ามันหมู
นอกจากนี้ เมนูหัวใจหมูตุ๋นหรืออาหารประเภทต้มยาจีน มักมีการปรุงรสด้วยเกลือ ซีอิ๊ว หรือเครื่องปรุงโซเดียมสูง การได้รับทั้งคอเลสเตอรอลและโซเดียมในปริมาณมาก อาจยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้รับประทานไม่เกินสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 100 กรัม และเลือกวิธีปรุงแบบต้มหรือนึ่งแทนการทอด
แม้เครื่องในหมูจะมีสารอาหารหลายชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ด้วยปริมาณคอเลสเตอรอลที่ค่อนข้างสูง การรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม ควบคู่กับการเลือกวิธีปรุงอาหารแบบต้ม นึ่ง หรืออบ รวมถึงรับประทานผักและผลไม้ให้เพียงพอ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ดีกว่าการรับประทานเป็นประจำหรือในปริมาณมาก
ข้อมูลจาก phunutoday

"หนิง ปัทมา"เอาจริง ฟ้อง 5 เกรียนคีย์บอร์ดกุเรื่องชู้สาว รายชื่อชัด

3 ส่วนของหมู ที่ขนาดหมอยังไม่กิน แต่หลายคนชอบแต่ไม่รู้

บีบหัวใจ นักร้องสาว ร่วมแต่งหน้าส่งร่างสุดท้าย เหยื่อไฟไหม้

"หวยลาววันนี้" 15 ก.ค. 69 ตรวจผลหวยลาวพัฒนางวดล่าสุด ผลหวยลาว
















