รมต.สุชาติ ขีดเส้นตาย 15 วัน! สั่งอิมภูฮิลล์รีสอร์ทรื้อถอน

อช.ทับลาน ขีดเส้น 15 วัน สั่ง อิมภูฮิลล์รีสอร์ท วังน้ำเขียว รื้อถอนหลังคดีรุกป่าถึงที่สุด รมต.สุชาติ ลั่นหากนิ่งเฉยเตรียมนำกำลังรื้อเอง
อช.ทับลาน เดินหน้าบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด หลัง นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ประกาศจัดระเบียบ ที่ดินทับซ้อนแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ย้ำชัดแก้ปัญหาเพื่อคืนสิทธิให้ชาวบ้าน แต่ไม่เอื้อประโยชน์ให้นายทุน พร้อมสั่งรื้อถอน รีสอร์ทรุกป่า ที่คดีถึงที่สุดแล้วทุกราย
ล่าสุด เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้นำหนังสือแจ้งเตือนไปติดหน้าร้าน อิมภูฮิลล์ รีสอร์ต ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา สั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายใน 15 วัน หลังศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้รื้อถอนและปรับพื้นที่คืนเป็นผืนป่ามาตั้งแต่ปี 2560 หากผู้ครอบครองไม่ดำเนินการ กรมอุทยานฯ เตรียมนำกำลังกว่า 200 นายเข้าทุบรื้อตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
นายสุชาติ ชมกลิ่น ระบุว่า "ขณะนี้อุทยานแห่งชาติทับลานได้นำประกาศแจ้งเตือนให้รื้อถอนไปติด 3 รีสอร์ต ในท้องที่อำเภอวังน้ำเขียว และจะเริ่มต้นรื้อถอนโรงแรมหรือรีสอร์ตทุกราย เพื่อนำที่ดินคืนมาให้อุทยานแห่งชาติฟื้นฟูป่าต่อไป ซึ่งหากผู้ครอบครองไม่ทุบรื้อเอง ทางกรมอุทยานฯ เตรียมดำเนินการทุบรื้อตามกฎหมายต่อไป"
เปิด 5 กลุ่ม แนวทางจัดการที่ดินทับซ้อนทับลาน
รัฐบาลได้จำแนกการแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนจำนวน 5 กลุ่ม เพื่อคัดกรองกลุ่มทุนและคุ้มครองชาวบ้าน ดังนี้:
- กลุ่มที่ 1 พื้นที่ ส.ป.ก. (53,416 ไร่): เห็นควรเพิกถอนจากเขตอุทยานฯ ตามหลักการ One Map
- กลุ่มที่ 2 หมู่บ้านตัวอย่างไทยสามัคคี (8,328 ไร่): เร่งตรวจสอบสิทธิ์และจัดการคดีความให้สิ้นสุด
- กลุ่มที่ 3 พื้นที่ พมพ.คจก. (87,500 ไร่): เห็นควรเพิกถอน และทำประชามติสอบถามรูปแบบสิทธิ์ของราษฎร
- กลุ่มที่ 4 พื้นที่นอกเขต ส.ป.ก. และโครงการมั่นคง (109,420 ไร่): ตรวจสอบสิทธิ์รายแปลงเข้มงวดเพื่อคัดกรองกลุ่มทุนออก
- กลุ่มที่ 5 พื้นที่ราชพัสดุ (6,621 ไร่): เห็นควรเพิกถอนคืนให้เป็นไปตามการใช้ประโยชน์ในราชการทหารเดิม
สำหรับประชาชนในกลุ่มที่ 4 รมต.สุชาติ ย้ำว่าได้หารือกับรองผู้ว่าฯ นครราชสีมาแล้ว ขอให้อย่ากังวล รัฐบาลจะตรวจสอบสิทธิ์อย่างเป็นธรรม โดยขั้นตอนต่อไปจะนำข้อมูลเสนอต่อ ครม. เพื่อทบทวนมติเดิมและกำหนดแนวกันชน (Buffer Zone) เพื่อรักษาผืนป่าควบคู่กับการคืนความเป็นธรรมให้ชาวบ้านอย่างแท้จริง




















