กระดูกสันหลังยุบ มีอาการอย่างไร? รักษาหายไหม ใครต้องระวัง

กระดูกสันหลังยุบ มักส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการปวดหลังเฉียบพลัน โดยเฉพาะเวลาเคลื่อนไหว ส่วนสูงลดลง หลังโก่งงอ ในรายที่มีการกดทับเส้นประสาทอาจชาและอ่อนแรงด้วย
ภาวะกระดูกสันหลังยุบ เป็นหนึ่งในภาวะทางกระดูกที่สร้างความทรมานและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้ที่ประสบอุบัติเหตุ หากปล่อยกระดูกสันหลังยุบทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังและการสูญเสียสมรรถภาพในการเคลื่อนไหว
การทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการ ปัจจัยเสี่ยง และแนวทางการรักษาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อีกครั้ง
ทำความรู้จักกระดูกสันหลังยุบ คืออะไร?
ภาวะกระดูกสันหลังยุบ (Vertebral Compression Fracture) คือการที่ตัวกระดูกสันหลัง (Vertebral Body) มีมวลน้อยลง ทำให้เกิดการแตก หัก หรือยุบตัวลง ส่งผลให้ความสูงของข้อกระดูกสันหลังลดลง ผิดรูปไปจากเดิม และมีอาการปวดรุนแรง ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นบริเวณกระดูกหลังระดับเอวตอนบนหรือระดับอกตอนล่าง
กระดูกสันหลังยุบ ใครอยู่ในกลุ่มเสี่ยงบ้าง?
ภาวะกระดูกสันหลังยุบสามารถเกิดได้กับทุกวัย แต่จะพบมากในผู้ที่มีกระดูกเปราะบางหรือมีแรงกระแทกต่อกระดูกสันหลังโดยตรง โดยกลุ่มเสี่ยงสำคัญ ได้แก่
- ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะกระดูกพรุน
- ผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน เนื่องจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง
- ผู้ที่มีโรคกระดูกพรุนหรือกระดูกเสื่อม
- ผู้ที่ใช้ยาสเตียรอยด์ (Steroid) เป็นเวลานาน
- ผู้ที่สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
- ผู้ที่ขาดแคลเซียมและวิตามินดี
- ผู้ที่มีโรคมะเร็งที่แพร่กระจายสู่กระดูก
- ผู้ที่เกิดอุบัติเหตุรุนแรง เช่น กระดูกสันหลังยุบจากอุบัติเหตุทางรถยนต์
- ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากหรือมีภาวะอ้วน ซึ่งจะเพิ่มแรงกดต่อกระดูกสันหลัง
กระดูกสันหลังยุบ อาการเป็นอย่างไร?
กระดูกสันหลังยุบ อาการแสดงอาจมีความแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของการยุบตัว โดยมีสัญญาณเตือนที่สำคัญดังต่อไปนี้
- อาการปวดหลังเฉียบพลัน (Acute Back Pain) : มักมีอาการปวดอย่างรุนแรงเมื่อเคลื่อนไหว ยืน เดิน หรือก้มตัว และอาการจะทุเลาลงเมื่อนอนราบ
- ส่วนสูงลดลง : เนื่องจากตัวกระดูกสันหลังยุบตัว ทำให้ความสูงของร่างกายลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเมื่อเกิดการยุบตัวหลายข้อ
- หลังค่อมหรือหลังโก่ง (Kyphosis) : เมื่อกระดูกส่วนหน้ายุบตัวลง แต่ส่วนหลังยังคงอยู่ จะทำให้กระดูกสันหลังผิดรูป โค้งงอไปข้างหน้า ส่งผลเสียต่อบุคลิกภาพและการทรงตัว
- อาการชาและอ่อนแรง : หากกระดูกสันหลังยุบเคลื่อนไปกดทับเส้นประสาท ผู้ป่วยจะมีอาการชา เสียวแปลบ ปวดร้าวลงขา หรือมีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อขา ในรายที่รุนแรงอาจสูญเสียการควบคุมการขับถ่ายอุจจาระและปัสสาวะ
กระดูกสันหลังยุบ มีแนวทางรักษาแบบใดบ้าง?
กระดูกสันหลังยุบ สามารถรักษาให้หายหรือบรรเทาอาการจนกลับมาใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติได้ โดยการรักษากระดูกสันหลังยุบจะพิจารณาจากความรุนแรงและสาเหตุเป็นหลัก ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 แนวทางหลัก ดังนี้
1. การรักษาโดยไม่ผ่าตัด (Conservative Treatment) : เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการกระดูกสันหลังยุบไม่รุนแรง และกระดูกสันหลังยังมีความมั่นคงอยู่ ทำได้โดย
การใช้ยารักษา : ประกอบด้วยยาแก้ปวด และยารักษาโรคกระดูกพรุน เพื่อเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูก
- การใส่เสื้อเกราะพยุงหลัง (Back Brace) : ช่วยจำกัดการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลัง ลดอาการปวด
- รักษากระดูกสันหลังยุบด้วยกายภาพบำบัด : การทำกายภาพบำบัดจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscles) ช่วยรองรับน้ำหนักแทนกระดูกสันหลัง และปรับปรุงการเคลื่อนไหว
2. การรักษาด้วยหัตถการและการผ่าตัด (Surgical Treatment) : ใช้ในกรณีที่กระดูกสันหลังยุบ แล้วรักษาด้วยวิธีประคับประคองแต่อาการไม่ดีขึ้น หรือมีการกดทับเส้นประสาท
- การฉีดซีเมนต์รักษากระดูกสันหลังยุบ (Vertebroplasty) : เป็นการผ่าตัดแผลเล็ก โดยแพทย์จะใช้เข็มเจาะผ่านผิวหนังเพื่อฉีดสาร PMMA เข้าไปในข้อกระดูกที่ยุบ เพื่อเพิ่มความมั่นคงและลดอาการปวดอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน
- การผ่าตัดใส่เหล็กยึดตรึงกระดูก (Spinal Fusion) : ใช้ในกรณีที่กระดูกสันหลังไม่มีความมั่นคงอย่างรุนแรง แพทย์จะผ่าตัดเพื่อคลายการกดทับและใช้โลหะยึดตรึงกระดูกสันหลังให้เข้าที่ บางกรณีอาจต้องทำร่วมกับการฉีดซีเมนต์ด้วย
กระดูกสันหลังยุบ ป้องกันได้ไหม ควรดูแลตัวเองอย่างไร?
การป้องกันภาวะกระดูกสันหลังยุบ ทำได้โดยการเสริมสร้างความแข็งแรงของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อตั้งแต่เนิ่น ๆ รวมถึงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยง ดังนี้
- ตรวจวัดความหนาแน่นของมวลกระดูก (Bone Mineral Density - BMD) โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี หรือหญิงวัยหมดประจำเดือน เพื่อเฝ้าระวังภาวะกระดูกพรุน
- รับประทานอาหารที่อุดมด้วยแคลเซียมและวิตามินดี เช่น นม ผลิตภัณฑ์จากนม ปลาเล็กปลาน้อย และผักใบเขียว เพื่อช่วยเสริมสร้างมวลกระดูก
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เน้นการออกกำลังกายประเภทลงน้ำหนัก เช่น การเดิน การวิ่งเหยาะ ๆ หรือการออกกำลังกายแรงต้าน เพื่อเพิ่มมวลกระดูกและกล้ามเนื้อ
- ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมในบ้าน เพื่อป้องกันการหกล้ม โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เช่น การเพิ่มราวจับในห้องน้ำ การใช้แผ่นกันลื่น และการจัดแสงสว่างให้เพียงพอ
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากมีส่วนเร่งให้เกิดการสลายมวลกระดูกเร็วขึ้น
กระดูกสันหลังยุบ ปวดหลังเฉียบพลัน รีบรักษาลดเสี่ยงทุพพลภาพ
กระดูกสันหลังยุบ อาจเริ่มจากอาการปวดหลังทั่วไป แต่สามารถลุกลามจนกระทบต่อการเคลื่อนไหวและคุณภาพชีวิตได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีภาวะกระดูกพรุน หากได้รับการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนและความทุพพลภาพในระยะยาวได้
หากมีอาการที่เข้าข่ายกระดูกสันหลังยุบ ขอแนะนำรักษาที่โรงพยาบาลวิภาวดี พร้อมให้บริการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยทีมศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ที่พร้อมให้คำปรึกษาและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการรักษาทางยา การทำกายภาพบำบัด หรือการผ่าตัด เพื่อให้สามารถกลับมาเคลื่อนไหวได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง
- Facebook: Vibhavadi Hospital
- Line: @Vibhavadihospital
- Email: [email protected]
- Tel: 02-058-1111 หรือ 02-561-1111

มะนาวน้ำเยอะดูยังไง รวมวิธีเลือกมะนาวก่อนซื้อ ไม่ต้องผ่าก็รู้

ถกสนั่น! ลูกจ้างลาป่วยแต่ไปเดินห้าง นายจ้างชี้ไม่เหมาะสม

"หวยฮานอยวันนี้" 19/6/69 ผลฮานอยสด ฮานอยเฉพาะกิจ-พิเศษ-ปกติ-VIP

เปิดมาตรการเหล็กสะเทือนที่ดินทำกิน ลั่นเช็กบิลล้างกระดาน 100% ไม่ละเว้น
















