นาทีระทึก!! พายุงวงช้างถล่มแหลมงอบ หอบหลังคาปลิวว่อน

เกิดเหตุพายุงวงช้างพัดถล่มอำเภอแหลมงอบ จ.ตราด บ้านเรือนและโรงเรียนพังเสียหาย โชคดีครูไหวพริบดีนำนักเรียนหลบภัยทัน ไร้ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต
เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 2 มิถุนายน 2569 เกิดเหตุการณ์ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ครั้งใหญ่ในพื้นที่จังหวัดตราด โดยเกิดเหตุ พายุหมุนงวงช้าง ก่อตัวและเคลื่อนที่มาจากทางฝั่งเกาะช้าง ข้ามทะเลช่องช้าง ก่อนพัดเข้าสู่ฝั่ง อำเภอแหลมงอบ จ.ตราด อย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่
จากการตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่าสถานที่ได้รับความเสียหายหลักประกอบด้วย บ้านเรือนประชาชน โรงเรียนชุมชนแหลมงอบ และสถานีตำรวจ สภ.แหลมงอบ ทว่าจากเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวนี้กลับไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด
นางสาว นวรัตน์ บุญดีนิธิสิงข์ ครูประจำชั้น ป.4 โรงเรียนชุมชนแหลมงอบ ซึ่งเป็นผู้เผชิญเหตุและบริหารจัดการสถานการณ์วิกฤตได้ให้ข้อมูลว่า พายุได้ก่อตัวขึ้นในช่วงพักกลางวัน ซึ่งเป็นจังหวะที่นักเรียนกำลังเข้าแถวเตรียมตัวกลับเข้าห้องเรียน เมื่อสังเกตเห็น พายุงวงช้าง กำลังเคลื่อนตัวเข้ามา จึงได้ตัดสินใจใช้ไหวพริบสั่งให้นักเรียนทุกคนเข้าไปหลบภัยภายในห้องเรียนอย่างเร่งด่วน
"นอกจากต้อนเด็กเข้าห้องเรียนแล้ว ยังได้ให้เด็ก ๆ สับคัตเอาต์ลงทันที เพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่ว ในกรณีที่มีน้ำฝนรั่วซึมเข้ามา"
หลังจากนำนักเรียนเข้าห้องภัยได้เพียง 10 นาที พายุหมุน ก็ได้พัดถล่มสถานศึกษาอย่างรุนแรงแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยกินเวลานานถึง 20 นาที ความแรงของลมพายุส่งผลให้กระถางกระเบื้องที่มีน้ำหนักมากถูกพัดล้มพังเสียหายทั้งหมด แต่ด้วยการตัดสินใจที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพของครูประจำชั้น ทำให้ไม่มีนักเรียนคนใดได้รับอันตราย
ทางด้าน นายธวัฒน์ แน่นหนา อายุ 56 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่มานานเกือบ 20 ปี ได้สะท้อนมุมมองเกี่ยวกับความรุนแรงของพายุครั้งนี้ว่า ตนเองไม่เคยพบเจอเหตุการณ์พายุที่รุนแรงขนาดนี้มาก่อนในชีวิต โดยก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงพายุดังสนั่นและพัดเข้ามาอย่างรวดเร็วมาก
อานุภาพของ ลมพายุรุนแรง ได้หอบเอาหลังคาเมทัลชีทที่มีน้ำหนักรวมกันนับตันให้ปลิวเปิดออก และลอยข้ามเสาไฟฟ้าแรงสูงไปตกยังพื้นที่ฝั่งตรงข้าม ทำให้ชาวบ้านต้องรีบทิ้งข้าวของหน้าร้านและวิ่งหนีหาที่หลบภัยอย่างอลหม่าน ทั้งนี้ ถือเป็นความโชคดีอย่างมากเนื่องจากบริเวณโรงหลังคาที่พังถล่มลงมา ปกติจะมีคนนอนพักผ่อนอยู่เป็นประจำ แต่ในขณะเกิดเหตุไม่มีใครอยู่ตรงนั้น




















