เตรียมรับมือด่วน! ปภ. สั่งทุกจังหวัด ลุย 3 แผนสู้ฤดูฝนปีนี้

ปภ. สั่งด่วนทั่วประเทศ ยกระดับรับมือฤดูฝนปี 2569 ชู 3 กลยุทธ์หลัก "ตรวจสอบ-ระบาย-เฝ้าระวัง" พร้อมส่งเครื่องจักรกลลงพื้นที่เสี่ยงภัยตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อลดความสูญเสีย
เข้าสู่ช่วงมรสุมแบบนี้ทำเอาหลายคนนั่งไม่ติด ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ร่อนหนังสือประสานงานด่วนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ สั่งยกระดับแผนบริหารจัดการน้ำเพื่อเตรียมพร้อมรับมือ ฤดูฝนปี 2569 อย่างใกล้ชิด โดยรอบนี้จะพุ่งเป้าไปที่การจัดการพื้นที่เสี่ยงและจุดสำคัญทางเศรษฐกิจเป็นหลัก
ทางด้าน นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลน่าเป็นห่วงจากกรมอุตุนิยมวิทยาว่า ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเต็มตัวในช่วงครึ่งหลังของเดือนพฤษภาคม 2569 นี้ ซึ่งจะทำให้มี ฝนตกชุกหนาแน่น แถมยังมีสภาวะเสี่ยงที่จะเกิดพายุในทะเลอันดามันหรืออ่าวเบงกอลอีกด้วย งานนี้ทุกภาคส่วนเลยต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยพิบัติทางน้ำ ทั้งเรื่องของ น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง อย่างเข้มงวด
เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายซ้ำรอย ทาง ปภ. จึงได้งัด 3 กลยุทธ์ป้องกันน้ำท่วม ในรูปแบบเชิงรุกมาใช้ นั่นคือ "ตรวจสอบ-ระบาย-เฝ้าระวัง" โดยสั่งการให้ทุกจังหวัดลงมือทำทันที 3 ด้าน ดังนี้
• เร่งเปิดทางน้ำในเขตเมืองและเศรษฐกิจ: ลุยตรวจสอบพื้นที่ชุมชน ขุดลอกท่อระบายน้ำ และเคลียร์กำจัดตะกอนออกให้หมด เพื่อให้ระบายน้ำได้เร็วที่สุดเวลาฝนตกหนัก
• เพิ่มประสิทธิภาพการลำเลียงน้ำ: เคลียร์สิ่งกีดขวางทางน้ำและกำจัดวัชพืชตามคูคลองสาธารณะ เพื่อขยายพื้นที่รองรับน้ำและช่วยให้ไหลลงสู่แม่น้ำสายหลักได้ไวขึ้น
• จัดตั้งทีมเฝ้าระวังระดับพื้นที่: ดึงผู้นำชุมชน ฝ่ายปกครอง และจิตอาสามาร่วมมือกัน เดินหน้าตรวจตราและแจ้งเตือนคนในพื้นที่ โดยเฉพาะจุดเสี่ยงอย่างเส้นทางสัญจรหลักและสถานศึกษา
นอกจากเรื่องแผนงานแล้ว เรื่องอุปกรณ์ก็จัดเต็ม โดย ปภ. ได้กำชับให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตทั่วประเทศ นำ เครื่องจักรกลสาธารณภัย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสูบน้ำสมรรถนะสูงหรือเรือท้องแบน เข้าไปสแตนด์บายติดตั้งประจำจุดเสี่ยงภัยไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้พร้อมเผชิญเหตุได้ทันทีที่เกิดเรื่อง
นอกจากนี้ยังได้จับมือบูรณาการร่วมกับหน่วยทหาร ตำรวจ และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อทำ แผนสำรองฉุกเฉิน เผื่อกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น ไฟฟ้าดับจนกระทั่งกระทบต่อระบบระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำเกิดขัดข้อง หรือต้องเข้าไปจัดการจราจรตอนน้ำท่วมขัง
"เป้าหมายสูงสุดคือ การลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ได้มากที่สุด โดย ปภ. จะติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง" นายธีรพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย




















