ฉี่ถี่เกินไปอันตรายไหม ปัสสาวะแบบไหนถึงจะยังสุขภาพดี

เข้าห้องน้ำถี่เกินไปอันตรายไหม เข้าห้องน้ำบ่อยแค่ไหนถึงปกติ? หมอเผยสัญญาณที่กระเพาะปัสสาวะเริ่มผิดปกติ
หลายคนอาจคิดว่าเมื่อเริ่มปวดปัสสาวะ ควรรีบเข้าห้องน้ำทันที แต่แพทย์จากสหราชอาณาจักรออกมาเตือนว่า หากเข้าห้องน้ำถี่เกินไปเป็นประจำ โดยเฉพาะทุกชั่วโมง อาจทำให้ร่างกาย “ชิน” กับสัญญาณปวดปัสสาวะที่ไวเกินไป และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะปัสสาวะเล็ดแบบปวดปัสสาวะฉับพลันได้
โดยเว็บไซต์ ETtoday รายงานคำแนะนำของ คารัน ราจัน ซึ่งอธิบายว่า แม้จะดื่มน้ำเพียงพอ โดยทั่วไปคนเราควรมีระยะห่างของการปัสสาวะเฉลี่ยประมาณ 2-4 ชั่วโมง
ขณะที่ NHS ระบุว่า ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่สามารถดูแลได้หลายวิธี เช่น การปรับพฤติกรรม การฝึกกระเพาะปัสสาวะ และการบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน
- รีบเข้าห้องน้ำทุกครั้ง สมองอาจจำสัญญาณผิด
นพ. ราจัน อธิบายว่า กระเพาะปัสสาวะกับสมองมีระบบส่งสัญญาณถึงกัน เมื่อกระเพาะปัสสาวะค่อย ๆ เก็บน้ำปัสสาวะ ผนังกระเพาะปัสสาวะจะยืดออก และตัวรับการยืดตัวจะส่งสัญญาณไปยังสมอง ทำให้เริ่มรู้สึกปวดปัสสาวะ
โดยปกติ เมื่อมีน้ำปัสสาวะประมาณ 150-200 มิลลิลิตร หรือราวครึ่งหนึ่งของความจุ ร่างกายอาจเริ่มรู้สึกปวดเล็กน้อย ซึ่งถือเป็นกลไกปกติ แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องรีบเข้าห้องน้ำทันทีทุกครั้ง
หากคนเราปัสสาวะทันทีที่เริ่มรู้สึกปวดเพียงเล็กน้อยติดต่อกันเป็นเวลานาน สมองอาจเริ่มจดจำว่า แม้มีน้ำปัสสาวะเพียง 50-100 มิลลิลิตรก็ควรต้องเข้าห้องน้ำแล้ว ส่งผลให้ความรู้สึกปวดปัสสาวะเกิดบ่อยและรุนแรงขึ้น
- ปัสสาวะทุกชั่วโมง เสี่ยงปัสสาวะเล็ด
แพทย์รายนี้อธิบายเพิ่มเติมว่า เมื่อตัวรับการยืดตัวของกระเพาะปัสสาวะไวเกินไป ก็อาจส่งสัญญาณเตือนทั้งที่ปริมาณปัสสาวะยังไม่มาก คล้ายกับเกิด “สัญญาณเตือนผิด” ซ้ำ ๆ
ภาวะดังกล่าวอาจเชื่อมโยงกับอาการปัสสาวะเล็ดแบบปวดปัสสาวะฉับพลัน ซึ่งหมายถึงการเกิดอาการปวดปัสสาวะอย่างรุนแรงขึ้นมากะทันหัน และบางครั้งอาจเข้าห้องน้ำไม่ทันจนมีปัสสาวะเล็ดออกมา
อย่างไรก็ตาม การปัสสาวะบ่อยไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมเพียงอย่างเดียวเสมอไป แต่อาจเกี่ยวข้องกับการดื่มน้ำมาก คาเฟอีน แอลกอฮอล์ การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เบาหวาน การตั้งครรภ์ ยาบางชนิด หรือโรคประจำตัวอื่น ๆ หากมีอาการผิดปกติร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ
- วิธีรับมือเมื่อปวดปัสสาวะฉับพลัน
นพ. ราจัน แนะนำว่า หากเกิดอาการปวดปัสสาวะฉับพลัน ควรหยุดกิจกรรมก่อน แล้วพยายามอยู่นิ่ง ๆ จากนั้นเกร็งและคลายกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานสลับกันอย่างรวดเร็ว เพื่อช่วยส่งสัญญาณไปยังสมองให้ลดแรงกระตุ้นของการปัสสาวะ
แนวทางนี้สอดคล้องกับคำแนะนำของ NHS ที่ระบุว่า การบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานสามารถช่วยลดปัญหาปัสสาวะเล็ดได้ และการฝึกกระเพาะปัสสาวะก็เป็นหนึ่งในวิธีดูแลภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มจากยา หรือการผ่าตัดในบางกรณี
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเข้าใจผิดว่าต้องกลั้นปัสสาวะจนปวดมากหรือฝืนร่างกาย เพราะการฝึกพฤติกรรมควรทำอย่างเหมาะสม และหากมีโรคประจำตัวหรืออาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
- สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม
หากมีอาการปัสสาวะบ่อยผิดปกติ ปัสสาวะแสบขัด มีเลือดปน ปวดท้องน้อย มีไข้ กระหายน้ำมากผิดปกติ น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ปัสสาวะเล็ดรบกวนชีวิตประจำวัน หรือปวดปัสสาวะกลางคืนบ่อยจนกระทบการนอน ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์
แม้อาการปวดปัสสาวะบ่อยอาจเกิดจากพฤติกรรมในบางคน แต่ก็อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ต้องได้รับการดูแลเช่นกัน การสังเกตความถี่ของการเข้าห้องน้ำ รวมถึงปรับพฤติกรรมอย่างเหมาะสม จึงสำคัญกว่าการรีบเข้าห้องน้ำทันทีทุกครั้งที่เริ่มรู้สึกปวด
ข้อมูลจาก ETtoday

ฉี่ถี่เกินไปอันตรายไหม ปัสสาวะแบบไหนถึงจะยังสุขภาพดี

เลิกทำด่วน! ชาร์จมือถือทิ้งไว้ทั้งคืน แบตเสื่อมจริงไหม? มีคำตอบ

"เปลือกแตงโม" ถูกใช้เป็นสมุนไพรโบราณ หมอนำมาใช้ดูแลสุขภาพ

4 ราศี ดาวพุธย้ายครั้งใหญ่ เงินไหลเข้า งานพุ่ง รุ่งที่สุดช่วงนี้
















