ไข่ต้มอยู่ได้กี่วัน? อย่าคิดว่าเก็บได้นาน หลายบ้านทำพลาด

ไข่ต้มอยู่ได้กี่วัน อย่าคิดว่าเก็บได้นาน เผยเวลาปลอดภัย กินผิดเสี่ยงป่วยทันที หลายบ้านทำพลาด ตู้เย็นก็ไม่ได้ช่วยเสมอไป
หลายบ้านมักคุ้นเคยกับการต้มไข่เก็บไว้กินหลายวัน เพราะเชื่อว่าแค่ใส่ตู้เย็นก็เพียงพอแล้ว แต่ความจริงอาจไม่เป็นอย่างที่คิด และอาจแฝงความเสี่ยงต่อสุขภาพโดยไม่รู้ตัว ซึ่งข้อมูลด้านสุขอนามัยอาหารชี้ว่า “ไข่ต้ม” มีอายุการเก็บรักษาสั้นกว่าที่หลายคนเข้าใจ โดยปัจจัยสำคัญคือ “อุณหภูมิ” และ “การปอกเปลือก” ซึ่งมีผลต่อความปลอดภัยโดยตรง
ในอุณหภูมิห้องประมาณ 25°C ไข่ต้มที่ยังไม่ปอกเปลือกควรรับประทานภายใน 4 ชั่วโมง หากปอกเปลือกแล้วไม่ควรวางทิ้งไว้เกิน 2 ชั่วโมง เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
ส่วนการเก็บในตู้เย็นที่อุณหภูมิไม่เกิน 4°C ไข่ต้มแบบไม่ปอกเปลือกไม่ควรเก็บเกิน 48 ชั่วโมง หรือ 2 วัน ขณะที่ไข่ที่ปอกเปลือกแล้วควรรับประทานภายใน 24 ชั่วโมง และต้องเก็บในภาชนะปิดสนิท แม้บางข้อมูลจะระบุว่าสามารถเก็บได้นานกว่านั้น แต่การ “กินได้” ไม่ได้หมายความว่า “ปลอดภัย” โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การเก็บไข่ต้มนานเกินไป อาจทำให้เชื้อแบคทีเรีย เช่น Salmonella เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในอากาศร้อน เชื้อสามารถเพิ่มจำนวนเป็นเท่าตัวในทุก 20 นาที เสี่ยงทำให้เกิดอาการท้องร่วงรุนแรง
นอกจากนี้ โปรตีนในไข่จะค่อย ๆ แปรสภาพ เกิดสารที่ทำให้มีกลิ่นผิดปกติ และเนื้อสัมผัสของไข่จะเหนียว กระด้าง ย่อยยาก ซึ่งอาจส่งผลต่อระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
สำหรับวิธีที่ปลอดภัย แนะนำให้ต้มไข่ในปริมาณที่พอดีต่อการบริโภคในแต่ละวัน และควรปล่อยให้ไข่เย็นสนิทก่อนนำเข้าตู้เย็น เพื่อป้องกันการเกิดไอน้ำสะสมที่เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค รวมถึงหลีกเลี่ยงการนำไข่ออกเข้า-ออกตู้เย็นบ่อยครั้ง
ทั้งนี้ หากพบว่าไข่มีกลิ่นเปรี้ยวหรือกลิ่นผิดปกติ ผิวไข่ลื่น เหนียว มีสีเปลี่ยน หรือมีเชื้อรา ควรทิ้งทันที และหากชิมแล้วพบรสผิดปกติ ควรคายทิ้งและบ้วนปากโดยเร็ว
ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า ตู้เย็นไม่สามารถหยุดเวลาอาหารได้ เพียงแค่ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพเท่านั้น ดังนั้นการรับประทานไข่ต้มที่ปรุงสุกใหม่จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดต่อสุขภาพของทุกคนในครอบครัว
ข้อมูลจาก กรมอนามัย และหน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหาร



















