ข่าว

heading-ข่าว

หมอดังตีแผ่ความจริง ทำไม "ลงพุง" ถึงอันตรายกว่า "อ้วนทั้งตัว"

26 ม.ค. 2569 | 13:15 น.
หมอดังตีแผ่ความจริง ทำไม "ลงพุง" ถึงอันตรายกว่า "อ้วนทั้งตัว"

ความจริงเรื่องพุง ทำไมลงพุงทำร้ายร่างกายมากกว่าอ้วนทั้งตัว ล่าสุด นพ.จิรรุจน์ ชมเชย กุมารแพทย์โรคระบบหายใจ ออกมาให้ความรู้ชัด

แม้จะน้ำหนักไม่มาก แต่หลายคนกลับมี “พุง” ที่ยื่นออกมาโดยไม่รู้ตัว และพุงเล็ก ๆ นี้เอง อาจซ่อนความเสี่ยงร้ายแรงมากกว่าความอ้วนทั้งตัว ล่าสุด นพ.จิรรุจน์ ชมเชย กุมารแพทย์โรคระบบหายใจ ออกมาให้ความรู้ เตือนว่า “ลงพุง” ไม่ใช่แค่ปัญหาความสวยงาม แต่คือสัญญาณอันตรายของไขมันชนิดพิเศษที่แฝงตัวลึกในช่องท้อง ซึ่งมีบทบาทกระตุ้นการอักเสบ ทำลายระบบเผาผลาญ และเพิ่มความเสี่ยงโรคเรื้อรังหลายชนิด พร้อมอธิบายกลไกของเนื้อเยื่อไขมันที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ และแนวทางจัดการไขมันช่องท้องอย่างถูกวิธี ไม่ใช่แค่อดอาหาร แต่ต้องปรับฮอร์โมนทั้งระบบ

 

หมอดังตีแผ่ความจริง ทำไม ลงพุง ถึงอันตรายกว่า อ้วนทั้งตัว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

heading-ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หมอดังตีแผ่ความจริง ทำไม ลงพุง ถึงอันตรายกว่า อ้วนทั้งตัว

 

ทำไม "ลงพุง" ถึงอันตรายกว่า "อ้วนทั้งตัว" ? 

เรื่องของ เนื้อเยื่อไขมันที่อาจไม่เคยรู้ แต่ต้องเข้าใจ

ก่อนอื่นต้องเข้าใจเนื้อเยื่อไขมันที่ เป็นแหล่งสะสมไขมัน ในร่างกาย คือ

1. ไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat - SAT)

ไขมันที่จับได้เป็นก้อนนิ่มๆ ตามแขนขา สะโพก ไขมันชนิดนี้ทำหน้าที่เหมือน "ถังเก็บพลังงานที่ปลอดภัย" (Metabolic Sink) คอยเก็บไขมันส่วนไม่ให้ล่องลอยในเลือดไว้เป็นพลังงานสำรอง เปรียบเหมือนการฝากเงินในธนาคารที่มีความมั่นคง ปลอดภัยต่อร่างกาย

2. ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat - VAT)

นี่คือตัวร้ายที่ซ่อนอยู่ลึกในช่องท้อง แทรกตามตับและลำไส้ เขาไม่ได้แค่อยู่เฉยๆ แต่ทำตัวเหมือน "ต่อมไร้ท่อที่ป่วย" คอยปล่อยสารอักเสบเข้าสู่กระแสเลือด ตรงนี้สำคัญนะครับ ไขมันชนิดนี้มีความไวต่อความเครียดสูง และพร้อมจะปล่อยกรดไขมันออกมาทำลายระบบเผาผลาญของเราตลอดเวลา 

ทำไมไขมันช่องท้อง (VAT) ถึงน่ากลัว

เพราะเนื้อเยื่อไขมันนี้มี "ทางด่วน" วิ่งตรงเข้าสู่ตับครับ!  เรียก Portal vein

เมื่อไขมันช่องท้องปล่อยกรดไขมันและสารอักเสบออกมา มันจะไหลตรงไปที่ตับทันที ทำให้เกิดไขมันพอกตับ ตับดื้ออินซูลิน และเสี่ยงเบาหวาน

ทฤษฎี "เขื่อนแตก" (Spillover Effect)

ทำไมเราถึงลงพุง

เพราะถังเก็บไขมันใต้ผิวหนัง (SAT) ของแต่ละคนมีขีดจำกัดครับ เมื่อเรากินเกินจนถังนี้เต็ม ไขมันไม่มีที่ไป จึงต้องล้นทะลัก (Spillover) เข้าไปยัดเยียดในช่องท้อง (VAT) และตับแทน โดยเฉพาะ "ในคนเอเชีย" ที่ถังเก็บไขมันใต้ผิวหนังมักจะเล็กกว่าฝรั่ง  ทำให้เสี่ยงลงพุงและป่วยง่ายกว่า

4 วิธีจัดการ "ไขมันช่องท้อง" (ปรับฮอร์โมน ไม่ใช่แค่อดอาหาร)

1. ตัดท่อน้ำเลี้ยง (Diet) ลดแป้ง ขัดขาว และที่สำคัญที่สุดคือ "ตัดน้ำตาลฟรุกโตส" (น้ำหวาน, ผลไม้หวานจัด) เพราะฟรุกโตสคือวัตถุดิบหลักที่ตับใช้สร้างไขมันช่องท้องโดยตรง

2. เว้นช่วงมื้ออาหาร (IF) การทำ Intermittent Fasting (เช่น 16/8)  ช่วยลดอินซูลิน และกระตุ้นฮอร์โมนที่ช่วยดึงไขมันช่องท้องมาเผาผลาญได้ดีมาก

3. ออกกำลังกายให้ถูกจุด (Exercise) ไขมันช่องท้องไวต่อฮอร์โมนกระตุ้นการเผาผลาญ (Adrenaline) มาก การออกกำลังกายแบบหนักสลับเบา (HIIT) หรือเวทเทรนนิ่ง จะช่วยกำจัดมันได้ไวกว่าการวิ่งเหยาะๆ (ดูกำลังและสภาวะร่างกายแต่ละท่านด้วยนะครับ)

4. นอนดี-หนีเครียด (Lifestyle) ความเครียดกระตุ้นฮอร์โมน Cortisol ซึ่งมีตัวรับอยู่ที่พุงเยอะมาก ยิ่งเครียด ร่างกายยิ่งสั่งให้เก็บไขมันไว้ที่พุง 

ดังนั้น  นอนน้อยหรือเครียดจัด พุงจะไม่ยุบครับ

สรุป การลดพุงไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่คือการ "เจรจาต่อรองกับฮอร์โมน" เพื่อหยุดกระบวนการอักเสบในร่างกาย เริ่มต้นวันนี้ด้วยการลดหวาน ลดเครียด และขยับตัวให้มากขึ้นนะครับ! 

ข่าวล่าสุด

heading-ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

อัปเดตราคาทองช่วงบ่าย 26 ม.ค. 69 ราคาทองมีปรับอีกครั้งที่ 18

อัปเดตราคาทองช่วงบ่าย 26 ม.ค. 69 ราคาทองมีปรับอีกครั้งที่ 18

5 พฤติกรรมแมว ที่ใช้จิตวิทยาสื่อสารและฝึกให้มนุษย์ยอมเป็นทาส

5 พฤติกรรมแมว ที่ใช้จิตวิทยาสื่อสารและฝึกให้มนุษย์ยอมเป็นทาส

หมอดังตีแผ่ความจริง ทำไม "ลงพุง" ถึงอันตรายกว่า "อ้วนทั้งตัว"

หมอดังตีแผ่ความจริง ทำไม "ลงพุง" ถึงอันตรายกว่า "อ้วนทั้งตัว"

สวดก่อนออกจากบ้าน บทสวดมนต์ตอนเช้าเปิดทางความสำเร็จ

สวดก่อนออกจากบ้าน บทสวดมนต์ตอนเช้าเปิดทางความสำเร็จ

“โจ๊ก โซคูล” เล่าประโยคเดียวสะเทือนใจทั้งโซเชียล วัดอายุความดัง

“โจ๊ก โซคูล” เล่าประโยคเดียวสะเทือนใจทั้งโซเชียล วัดอายุความดัง