ชาวสวนควรรู้ ให้คลอเรตยังไง ลำไยถึงออกดอกสวย ใช้พลาดเสี่ยงพัง

ชาวสวนลำไยต้องรู้ คลอเรตไม่ใช่ยาวิเศษ ผู้เชี่ยวชาญชี้ ถ้าให้พลาดลำไยไม่ออกดอก ผศ.พาวิน เผยสูตรคิดก่อนให้คลอเรต
ผศ.พาวิน มะโนชัย อดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ แชร์ประสบการณ์ตรงเรื่องการชักนำการออกดอกลำไยด้วยสารคลอเรต เทคนิคยอดนิยมที่เกษตรกรใช้กันทั้งในและนอกฤดู แต่ไม่ใช่ให้แล้วจะได้ผลเสมอไป หากพลาดจังหวะหรือเงื่อนไข ลำไยอาจออกดอกน้อย ช่อสั้น หรือไม่ออกดอกเลย พร้อมเปิดปัจจัยสำคัญที่ต้องรู้ ตั้งแต่อายุใบ ฤดูกาล อัตราสาร ไปจนถึงวิธีเตรียมต้น เพื่อช่วยให้ชาวสวนวางแผนออกดอกได้แม่นยำมากขึ้น
การชักนำการออกดอกของลำไยด้วยสารคลอเรต
เป็นที่ทราบกันดีว่าสารโพแทสเซียมคลอเรตและโซเดี่ยมคลอเรตมีคุณสมบัติที่สามารถชักนำการออกดอกของลำไยโดยไม่ต้องพึ่งพาอากาศหนาวเย็น ปัจจุบันได้มีการใช้อย่างแพร่หลายในการชักนำการออกดอกของลำไยทั้งในและนอกฤดู แต่อย่างไรก็ตามในหลายๆครั้งที่เกษตรกรให้สารคลอเรตแล้วลำไยออกดอกน้อย มีใบอ่อนเกิดขึ้นแล้วแทงช่อดอกตามทำให้ช่อดอกสั้น ที่หนักไปกว่านั้นคือให้สารคลอเรตแล้วลำไยก็ไม่ออกดอก
วันนี้จะเล่าประสบการณ์ในการทดลองให้สารคลอเรตกับลำไย พอสรุปได้ว่าการที่ลำไยจะออกดอกได้ดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่างดังนี้
ปัจจัยที่มีผลต่อการตอบสนองของลำไยต่อสารคลอเรตในการชักนำการออกดอกได้แก่
1.อายุใบลำไย ผมและทีมงานทดลองให้สารคลอเรตกับต้นลำไยที่มีอายุต่างกัน 3 ระยะคือ ระยะใบอ่อน(อายุใบไม่เกิน10ว้น) ระยะใบเพสลาด (อายุใบ20-25วัน)กับระยะใบแก่(อายุใบ45วัน)ทดลองต้นฤดูหนาว พบว่าระยะใบแก่ออกดอกดีที่สุด(100%) รองลงมาคือระยะใบเพสลาด (67%)ส่วนการให้สารในระยะใบอ่อนออกดอกน้อยที่สุด ออกดอกได้เพียง7% ทดลองหลายๆครั้งก็ได้ผลสอดคล้องกัน ดังนั้นการให้สารคลอเรตกับต้นลำไยในฤดูหนาวควรให้ในระยะใบแก่ อย่างไรก็ตามการให้สารในฤดูฝนและร้อน สามารถให้ตั้งแต่ระยะใบเพสลาดหรืออายุใบ20-30วันก็ได้เพราะฤดูฝนใบลำไยจะเจริญเติบโตได้ดี การให้ระยะใบแก่ในบางกรณีให้สารไปไม่กี่วันแล้วลำไยแตกใบอ่อนเกิดขึ้นก็ทำให้เปอร์เซ็นต์การออกดอกลดลง ดังนั้นในฤดูฝนอาจมีความจำเป็นต้องใช้ปุ๋ย 0-52-34 หรือสารพาโคลบิวทราโซลร่วมด้วยเพื่อเพิ่มเปอร์เซ็นต์การออกดอกและการเกิดช่อดอกล้วนมากขึ้น
2.ฤดูกาลในการให้สาร พบว่าฤดูหนาว(ตุลาคมถึงต้นกุมภาพันธุ์)ออกดอกได้ดีที่สุด รองลงมาคือฤดูร้อน(มีนาคมถึงต้นพฤษภาคม)ส่วนฤดูฝน ออกดอกน้อยที่สุด ดังนั้นการให้สารคลอเรตในฤดูฝนจะใช้ปริมาณมากกว่าฤดูหนาวและต้องมีการใช้สารอื่นๆร่วมด้วยจึงจะออกดอกได้ดี สาเหตุที่ฤดูฝนต้นลำไยออกดอกได้น้อยอาจเป็นเพราะฝนที่ตกลงมาจะชะล้างสารคลอเรต นอกจากนี้ฤดูฝนใบและยอดลำไยมีไนโตรเจนสูงและมีฮอร์โมนจิบเบอเรลลินในใบและยอดสูงซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าสารดังกล่าวถ้ามีมากจะยับยั้งการออกดอก นอกจากนี้ฤดูฝนยังมีแสงแดดน้อยซึ่งก็มีผลทำให้การออกดอกลดลง
3.อัตราหรือความเข้มข้นของสารคลอเรต พบว่าถ้าน้อยเกินไปทำให้เปอร์เซ็นต์การออกดอกลดงและออกดอกช้า ในขณะที่การให้ในอัตราหรือความเข้มข้นที่สูงในกรณีที่ให้ทางใบจะทำให้ใบไหม้และใบร่วงมากขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้ต้นทุนสูงขึ้น อัตราและความเข้มข้นที่เหมาะสม ควรเป็นเท่าไร
ทางใบ ใช้ความเข้มขัน 1500-2000 มิลลิกรัมต่อลิตรหรือ300-400กรัมต่อน้ำ 200ลิตร (คิดจากสารบริสุทธิ์ 99.7%)อาจให้สาร1-3ครั้งห่างกัน3-5วัน
ส่วนทางดิน ใช้ 10-20กรัมของสารออกฤทธิ์ ต่อพื้นที่ทรงพุ่ม 1ตารางเมตร หรือจะใช้เส้นผ่าศูนย์กลางของทรงพุ่มก็แนะนำให้ใช้ 50-100กรัมต่อเส้นผ่าศูนย์กลางหนึ่งเมตร
การกำหนดอัตราของสารนั้นควรคำนึงถึงปัจจัยอื่นประกอบเช่นถ้าเป็นฤดูหนาวก็ลดปริมาณสารลง หรือทรงพุ่มลำไยที่ทึบใช้มากกว่าทรงพุ่มที่โปร่ง เป็นต้น
อยากแนะนำให้เกษตรกรได้ทดลองอัตราการให้สารของสวนตัวเอง
4.พันธุ์ลำไย พบว่าพันธุ์ลำไยสีชมพูใช้สารคลอเรตน้อยกว่าพันธุ์อีดอ
5.เทคนิคและวิธีให้สาร
-การให้สารคลอเรตทางดินมีหลักๆ 2วิธีคือผสมน้ำแล้วราดรอบๆทรงพุ่มให้เป็นวงกว้างจากปลายทรงพุ่มเข้ามาให้เป็นวงกว้าง50-100เซนติเมตร จากนั้นให้รักษาความชื้นให้สม่ำเสมอ ไม่ให้น้ำเยอะเกินไปเพราะจะชะล้างสารเลยเขตราก ส่วนอีกวิธีคือหว่านเป็นผงแล้วรดน้ำตาม ต้องบดเป็นผงละเอียด หลีกเลี่ยงการทุบหรือตำเพราะอาจเกิดระเบิดได้
-การให้ทางใบ ควรใช้สารให้เหมาะสมไม่มากเกินไปเพราะจะทำให้ใบไหม้(ดูข้อ3) การพ่นควรเป็นฝอยละเอียด พ่นตอนเช้า อากาศเย็นๆ หลีกเลี่ยงการพ่นสาในตอนกลางวันเพราะจะทำใหใบไหม้มากขึ้น
6.ปริมาณแสง พยว่าจะมีแสงน้อยการออกดอกจะลดลง ดังนั้นวันที่ให้สารคลอเรตควรเป็นวันที่ท้องฟ้าโปร่ง
7.สภาพต้นลำไย ควรมีการแตกใบอ่อนอย่างน้อย 2ครั้ง และควรพักฟื้นหลังเก็บเกี่ยวอย่างน้อย5เดือนให้ดูความสมบูรณ์ของต้นประกอบด้วย
8. การปฎิบัติอื่นก่อนให้สารคลอเรต(การเตรียมต้น) เช่นพ่น 0-52-34 อัตรา 1000กรัมต่อน้ำ200ลิตรพ่นก่อนให้สารคลอเรต2-3ครั้ง หรือจะใช้สารพาโคลบิวทราโซลอัตรา1000กรัมต่อน้ำ 200ลิตรพ่น2ครั้งก่อนให้สารคลอเรต
ที่กล่าวมานี้เกษตรกรชาวสวนลำไยก็ลองนำไปประยุกต์ดูนะครับ
ปล.สารคลอเรตเป็นพิษต่อร่างกายอาจทำให้เกิดการระคาบเคืองต่อผิวหนังและตา สามารถกระตุ้นให้ฮีโมโกลบินในร่างการเปลี่ยนไปเป็นเมทธิโมโกลบิน อาจทำให้โลหิตจาง การใช้สารควรสวมหน้ากากและชุดป้องกัน
ห้ามผสมสารคลอเรตกับผงถ่าน กำมะถันผง สารอินทรีย์ ปุ๋ยยูเรีย สารกำจัดแมลง เป็นต้น เพราะอาจเกิดระเบิดได้




















