เปิดไทม์ไลน์สัปเหร่อลำปางติดโควิด ซ้ำไม่รู้ติดมาจากไหน!

25 กันยายน 2564

สัปเหร่อลำปางติดโควิด ไม่รู้ว่าติดมาจากที่ไหน ทั้งที่ตนนั้นอยู่บ้านมาตลอด และไปช่วยงานศพชาวบ้าน กับไป รพ.ตามหมอนัดเพียงเท่านั้น

 ศูนย์ข้อมูล  COVID-19 วันที่ 25 ก.ย. 2564 มีรายงานจังหวัดลำปาง เปิดเผยไทม์ไลน์ผู้ป่วยติดเชื้อรายที่ 1,894 เป็นชายวัยชรา อายุ 80 ปี ชาว ต.แม่วะ อ.เถิน จ.ลำปาง อาชีพสัปเหร่อ มีโรคประจำตัว เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ไม่มีประวัติเดินทางไปต่างจังหวัด เจ้าตัวยัง ไม่รู้ติดเชื้อมาจากไหน ทั้งที่อยู่บ้านมาตลอด และไปช่วยงานศพชาวบ้าน กับไป รพ.ตามหมอนัดเท่านั้น โดยเจ้าตัวได้รับวัคซีนโควิด-19 ครบ 2 เข็ม เป็นวัคซีนสูตรไขว้ ซิโนแวค+แอสตร้าเซเนก้า แล้ว

โดยได้มีการเผยไทม์ไลน์ผู้ป่วยชายรายนี้ วันที่ 8 ก.ย.64 ไปพบแพทย์ รพ.เถิน ด้วยอาการ ปวดท้อง จุกแน่นใต้ลิ้นแสบร้อนท้อง และปวดขั้นเอวทั้ง 2 ข้าง

วันที่ 13 ก.ย.64 ไปร่วมงานฌาปนกิจศพบ้านแม่วะแล้ง ต.แม่วะ วันที่ 14 ก.ย.64 ไปร่วมงานฌาปนกิจศพ บ้านแม่วะเด่นชัย ต.แม่วะ

วันที่ 15 ก.ย.64 ไปพบแพทย์ตามนัด ที่ รพ.เถิน ด้วยอาการปวดบั้นเอวทั้ง 2 ข้าง วันที่ 16 ก.ย.64 ไปทำพิธีเก็บอัฐิ บ้านแม่วะแล้ง และบ้านแม่วะเด่นชัย วันที่ 17 ก.ย.64 ไป รพ.เถิน ด้วยอาการแขนขาอ่อนแรง มีไข้ต่ำๆ ทานอาหารได้น้อย อาเจียน

วันที่ 18-19 ก.ย.64 เข้ารับการรักษาตัวที่แผนกผู้ป่วยใน รพ.เถิน วันที่ 20 ก.ย.64 ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก่อนทำหัตการ วันที่ 21 ก.ย.64 ผลตรวจพบเชื้อโควิด-19

 

เปิดไทม์ไลน์สัปเหร่อลำปางติดโควิด-19

-คลัสเตอร์ตลาดสุรนารี ทำลามหนัก "19 อำเภอ" แถมไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ
-เราเที่ยวด้วยกันเฟส 3 ย้ำเงื่อนไขสำคัญ ต้องจองผ่านโรงแรมโดยตรงเท่านั้น
-อ.ยิ่งศักดิ์ เดือด ดราม่าขนมไหว้พระจันทร์ ลั่นจนกันแล้วไม่มีเงินซื้อกิน
 

และยังมีอีกรายผู้ป่วยรายที่ 1,893 เป็นหญิง อายุ 44 ปี ชาวเมืองปาน อ.เมืองปาน อาชีพค้าขาย ที่กรุงเทพฯ มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยโควิด-19 ที่ กรุงเทพฯ

นอกจากนั้นยังเดินทางไปหลายที่ทั้ง จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำปาง นั่งเครื่องบินไปกรุงเทพฯ และมีผู้สัมผัสใกล้เสี่ยงสูง พ่อ แม่ เพื่อนร่วมงาน รวมทั้งกลุ่มเสี่ยงที่ผู้ป่วยติดเชื้อเดินทางไปทานอาหารที่ร้าน ไปส่งพ่อ-แม่ที่ รพ.เมืองปาน และ รพ.มะเร็งลำปาง และบ้านญาติที่ ต.ปงแสงทอง และ ต.พิชัย ศาลากลางจังหวัด และที่ว่าการอำเภอ และอีกหลายที่ 

 

ไวรัสโควิด-19


 ขอขอบคุณข้อมูลจาก Tnews