วิธีเอาตัวรอดจากแผ่นดินไหว ย้ำ "หมอบ-บัง-ยึด" เพิ่มโอกาสรอดชีวิต

"แผ่นดินไหว" หยุดวิ่งหาทางออก เปิดคู่มือสากลวิธีเอาตัวรอดจากแผ่นดินไหว ย้ำ "หมอบ-บัง-ยึด" เพิ่มโอกาสรอดชีวิต
"แผ่นดินไหว" หยุดวิ่งหาทางออก เปิดคู่มือสากลวิธีเอาตัวรอดจากแผ่นดินไหว ย้ำ "หมอบ-บัง-ยึด" เพิ่มโอกาสรอดชีวิต
เมื่อเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่าง "แผ่นดินไหว" สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยแปรเปลี่ยนสถานการณ์จากเสี่ยงเป็นรอดชีวิตได้ คือ "ความตั้งมั่นในสติและความรู้ที่ถูกต้อง" ทว่าปัจจุบันหลายคนยังคงมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติเมื่ออาคารถล่มหรือเกิดแรงสั่นสะเทือน กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ หน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยสากล (FEMA) จึงได้ให้คำแนะนำหลักการเอาตัวรอดที่ใช้ได้จริงและมีผลรองรับทางวิทยาศาสตร์ไว้ดังนี้
ลบความเชื่อเก่าด่วน ถอดสูตร 3 วินาทีแรกเพื่อเอาชีวิตรอดเมื่อตึกเริ่มสั่น (ที่ทุกคนต้องรู้)
หลายคนยังเข้าใจผิด คิดว่าเมื่อเกิดแผ่นดินไหวต้องรีบวิ่งออกจากอาคาร หรือไปยืนหลบที่กรอบประตู แต่คู่มือสากลล่าสุดเผยชัด พฤติกรรมเหล่านั้นเสี่ยงอันตรายมากกว่าเดิม
มาเช็กกฎเหล็ก '3 วินาทีชีวิต' และสิ่งที่ต้องห้ามทำเด็ดขาด หากคุณกำลังอยู่บนตึกสูง บ้านพัก หรือแม้กระทั่งตอนกำลังขับรถ เพื่อรักษาชีวิตของตัวเองและคนที่คุณรัก
'วิธีเอาตัวรอด' สไตล์สากลที่ถูกต้อง และสิ่งของ 5 ชิ้นที่ต้องคว้าให้ทัน
1. กฎเหล็กเมื่ออยู่ภายในอาคาร: "หมอบ บัง ยึด" (Drop, Cover, Hold On)
หากคุณกำลังอยู่ในบ้านพัก หรืออาคารสำนักงานตึกสูง เมื่อรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน ห้ามพยายามวิ่งออกจากตึกทันทีเด็ดขาด เนื่องจากโครงสร้างด้านนอกและบันไดเป็นจุดที่มักจะหักพังลงมาก่อน ให้รีบปฏิบัติตามหลัก 3 ขั้นตอนดังนี้
หมอบ (Drop): ทรุดตัวลงหมอบกับพื้นทันทีเพื่อป้องกันการเสียการทรงตัวหรือล้มกระแทก
บัง (Cover): คลานเข้าไปอยู่ใต้โต๊ะทำงาน โต๊ะกินข้าว หรือเฟอร์นิเจอร์ที่แข็งแรงมั่นคง หากไม่มีโต๊ะ ให้ใช้หมอน กระเป๋า หรือแขนของตนเองบังบริเวณศีรษะและลำคอไว้น
ยึด (Hold On): ใช้มือยึดขาโต๊ะหรือเฟอร์นิเจอร์นั้นไว้ให้แน่น เพื่อเคลื่อนตัวไปพร้อมกับเฟอร์นิเจอร์จนกว่าการสั่นสะเทือนจะสงบลง
ข้อห้าม: ห้ามใช้ลิฟต์เด็ดขาด เพราะไฟฟ้าอาจดับและทำให้คุณติดอยู่ภายใน และให้อยู่ห่างจากหน้าต่างกระจกหรือตู้ขนาดใหญ่ที่อาจล้มทับ
2. วิธีปฏิบัติตนเมื่ออยู่นอกอาคาร หรือกำลังขับรถ
กรณีที่เกิดการสั่นสะเทือนขณะที่คุณใช้ชีวิตอยู่บนท้องถนนหรือพื้นที่ภายนอก ให้ปฏิบัติตามแนวทางความปลอดภัยดังนี้
หากเดินอยู่กลางแจ้ง: ให้รีบเคลื่อนย้ายตนเองเข้าสู่ พื้นที่โล่งแจ้ง ที่ไม่มีสิ่งปลูกสร้าง พยายามอยู่ให้ห่างจากเสาไฟฟ้า ป้ายโฆษณา ต้นไม้ใหญ่ และแนวกำแพงอาคารที่อาจโค่นล้มลงมาทับ
หากกำลังขับรถ: ให้เปิดสัญญาณไฟเลี้ยว แล้วค่อยๆ ชะลอความเร็วเพื่อ นำรถเข้าจอดข้างทางในพื้นที่โล่ง ห้ามจอดรถใต้สะพานลอย ใต้ทางด่วน หรือใต้แนวสายไฟ จากนั้นให้ดึงเบรกมือและนั่งรออยู่ภายในตัวรถจนกว่าแรงสั่นจะหยุดลง เพราะตัวถังรถสามารถช่วยป้องกันเศษอิฐหรือเศษหินที่ร่วงหล่นได้ในระดับหนึ่ง
3. สิ่งที่ต้องทำทันทีหลังการสั่นสะเทือนระลอกแรกหยุดลง
เมื่อเหตุการณ์สงบลงชั่วคราว อย่าเพิ่งชะล่าใจเพราะอาจเกิด อาฟเตอร์ช็อก (Aftershocks) หรือแรงสั่นสะเทือนระลอกหลังตามมาได้อีก ควรเร่งตรวจสอบความปลอดภัยดังต่อไปนี้
ตรวจสอบวาล์วแก๊สและไฟฟ้า: หากเปิดแก๊สทำอาหารอยู่ให้รีบปิดวาล์วถังแก๊ส และตัดสะพานไฟทันทีเพื่อป้องกันอัคคีภัย
ข้อควรระวัง: ห้ามจุดไม้ขีดไฟ แช็ก หรือเปิดสวิตช์ไฟจนกว่าจะมั่นใจว่าไม่มีแก๊สรั่วในบริเวณนั้น
อพยพอย่างมีสติ: สวมรองเท้าหุ้มส้นที่หนาเสมอเพื่อป้องกันเศษแก้วทิ่มแทง เดินลงทางบันไดหนีไฟเพื่อออกไปยังจุดรวมพลภายนอกอาคาร
กรณีติดอยู่ใต้ซากอาคาร: ห้ามใช้แรงตะโกนเสียงดังต่อเนื่องเพราะจะทำให้สูดดมฝุ่นและเสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์ ให้ใช้วิธี เคาะท่อเหล็กหรือฝาผนังอาคารเป็นจังหวะ เพื่อส่งสัญญาณให้ทีมกู้ภัยได้ยินเสียง หรือใช้เสียงนกหวีดหากมีพกติดตัวไว้
การเตรียมความพร้อมและซักซ้อมความเข้าใจภายในครอบครัวอยู่เสมอ จะช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์การรอดชีวิตจากภัยพิบัติที่ไม่คาดฝันได้อย่างมหาศาล

จับตาเส้นทางฝน เตือนมรสุมระลอกใหม่ เสี่ยงน้ำป่าหลาก-คลื่นสูง 3 เมตร

ซาบซึ้งใจ "อนุทิน ชาร์วีรกุล" โพสต์ซึ้งวันแม่ เผยความสุขที่สุดในชีวิตตอนนี้

กรมชลประทาน เร่งฟื้นฟูระบบระบายน้ำ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพิ่มศักยภาพรับฝนหนัก

วิธีเอาตัวรอดจากแผ่นดินไหว ย้ำ "หมอบ-บัง-ยึด" เพิ่มโอกาสรอดชีวิต
















