ทริกเตรียมตู้เย็นก่อนทิ้งบ้านยาว ถอดปลั๊กยังไงไม่ให้อับ

ก่อนจัดทริปยาวห้ามพลาด เจาะลึก 4 ขั้นตอนสยบกลิ่นอับและคราบเชื้อราดำในตู้เย็นหากจำเป็นต้องดึงปลั๊กออก เที่ยวเสร็จกลับมาบ้านไม่มีอับแน่นอน
ก่อนจะก้าวขาออกจากบ้าน นอกจากการเช็กปลั๊กไฟ ปลั๊กทีวี หรือพัดลมแล้ว เครื่องใช้ไฟฟ้าตัวใหญ่ที่ทำเอาหลายคนยืนเล็งและลังเลใจที่สุดก็คือ "ตู้เย็น"
ใจหนึ่งก็อยากถอดปลั๊กออกเพราะกลัวไฟลัดวงจร แถมอยากเซฟค่าไฟ แต่อีกใจก็กลัวว่าของข้างในจะเน่าเสีย หรือถอดๆ เสียบๆ แล้วตู้เย็นจะพังไวขึ้น วันนี้เรามาเคลียร์คัตให้ชัดๆ กันไปเลยว่า ไม่อยู่บ้านหลายวัน ต้องจัดการกับตู้เย็นยังไงให้ฉลาดและปลอดภัยที่สุด!
- ไปเที่ยวสั้นๆ (3 - 7 วัน): "เสียบปลั๊กค้างไว้เลย"
ถ้าคุณแค่ไปเที่ยวต่างจังหวัดช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ไม่จำเป็นและไม่ควรดึงปลั๊กตู้เย็นออก
เหตุผล: ตู้เย็นยุคนี้ฉลาดมาก เมื่อไม่มีการเปิด-ปิดประตูตู้ อุณหภูมิภายในจะนิ่งสนิท ทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานน้อยมากและกินไฟต่ำสุดๆ การถอดปลั๊กแล้วกลับมาเสียบใหม่ในเวลาอันสั้น จะบังคับให้เครื่องต้องสตาร์ทตัวและเร่งทำความเย็นจากศูนย์ ซึ่งกินไฟมากกว่าการเสียบเนียนๆ ทิ้งไว้เสียอีก
- ไปยาวๆ (10 วัน ถึงเป็นเดือนขึ้นไป): "ถอดปลั๊กดีที่สุด"
ถ้าต้องไปทำงานต่างประเทศ ไปเรียนต่อ หรือทิ้งบ้านไว้นานเป็นสัปดาห์ๆ การถอดปลั๊กคือคำตอบที่ถูกต้อง
เหตุผล: เพื่อป้องกันความเสียหายจาก "ภัยเงียบทางไฟฟ้า" เช่น ไฟกระชาก ไฟตก หรือฟ้าผ่าในวันที่ฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ราคาแพงไหม้เสียหายได้ รวมถึงช่วยตัดวงจรการกินไฟสะสมระยะยาวด้วย
ถอดปลั๊ก "บ่อยหรือเร็วเกินไป" ตู้เย็นพังจริงไหม?
คำตอบคือ มีสิทธิ์พังไวขึ้นจริง หากเราทำแบบผิดวิธี โดยเฉพาะกฎเหล็ก 2 ข้อนี้ที่ทาสเครื่องใช้ไฟฟ้าต้องรู้:
- อย่าเสียบปลั๊กกลับทันที!: ถ้าคุณเพิ่งถอดปลั๊กตู้เย็นออก หรือเกิดเหตุไฟดับ/ไฟตก ห้ามเสียบปลั๊กกลับคืนทันทีเด็ดขาด เพราะน้ำยาแอร์ยังมีความดันสูงค้างอยู่ในระบบ หากรีบเสียบ คอมเพรสเซอร์จะสตาร์ทไม่ไหว มอเตอร์จะโอเวอร์โหลดจนไหม้พังได้ ดังนั้น ต้องเว้นระยะรออย่างน้อย 5 - 10 นาที ค่อยเสียบปลั๊กกลับ
- ระวังความชื้นทำลายแผงวงจร: การถอดปลั๊กทิ้งไว้บ่อยๆ จนตู้เย็นร้อนเท่าอุณหภูมิห้อง จะเกิดหยดน้ำและความชื้นสะสมภายใน ซึ่งอาจทำให้แผงวงจรอินเวอร์เตอร์เกิดสนิมเขียวและเสื่อมสภาพเร็วกว่ากำหนด
หากคุณเลือกที่จะ ถอดปลั๊กตู้เย็น เพราะต้องไม่อยู่บ้านเป็นเดือน ห้ามถอดปลั๊กแล้วเดินหันหลังออกจากบ้านทันทีเด็ดขาด เพราะเมื่อคุณกลับมา คุณอาจต้องเจอกับ "ฝันร้าย" ย่อมๆ โดยมี 4 ขั้นตอนที่ต้องทำดังนี้:
- เคลียร์ของกินออกให้หมด: นำอาหารสด ผัก ผลไม้ และของที่เน่าเสียได้ง่ายออกจากตู้เย็นให้เกลี้ยง
- ละลายน้ำแข็งและเช็ดให้แห้ง: ถอดปลั๊กแล้วปล่อยให้น้ำแข็งละลาย เช็ดทำความสะอาดภายในตู้ให้แห้งสนิททุกซอกทุกมุม เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อราและแบคทีเรีย
- "เปิดประตูตู้เย็นทิ้งไว้": ข้อนี้สำคัญที่สุด! ต้องหาของมาค้ำประตูตู้เย็นให้แง้มไว้เล็กน้อย เพื่อให้อากาศถ่ายเท หากปิดประตูตู้เย็นสนิทในขณะที่ไม่มีความเย็น ความชื้นที่ตกค้างจะทำให้เกิด กลิ่นอับรุนแรงและเชื้อราดำ จนตู้อาจเสียหายจนใช้งานต่อไม่ได้
- ใส่ถ่านหรือกากกาแฟดับกลิ่น: วางถ่านก้อนหรือถ้วยใส่กากกาแฟไว้ภายในเพื่อช่วยดูดซับกลิ่นอับในระหว่างที่อากาศถ่ายเท

เปิดวิธีขอทุนประกอบอาชีพวัยเก๋า สูงสุด 30,000 บาท ผ่อนนาน 3 ปี

เปิดตัวตน "กาฟิว" คนรอบตัวเล่าทั้งน้ำตา นี่แหละฮีโร่ตัวจริง

ด่วน! น้ำป่าหลากแม่สะเรียง สั่งกำลังพลลุยเคลียร์สิ่งกีดขวาง

เปิดราศีคนดวงดี 10 มิ.ย. – 6 ก.ค. นี้ จังหวะดาวใหญ่ให้โชคครั้งใหญ่ในรอบปี
















