เจาะลึกข้อดี-ข้อเสีย "การสูดดมแมว" พฤติกรรมฮิตของคนรักสัตว์

เจาะลึกพฤติกรรม "ดมแมว" ทุกวัน ส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร? เผยข้อดีช่วยลดความเครียด พร้อมข้อควรระวังเรื่องสารก่อภูมิแพ้และเชื้อราที่ทาสแมวต้องรู้
สาย "ทาสแมว" ที่ชอบเข้าวงการ เสพแมว หรือชอบเอาหน้าไปซุกพุงเพื่อ ดมแมว ฟินๆ ทุกวัน รู้หรือไม่ว่าพฤติกรรมสุดฮิตนี้ส่งผลกระทบต่อเรามากกว่าที่คิด ทั้งในแง่ของจิตวิทยาและสุขภาพร่างกายที่เราไม่ควรมองข้าม
ในทางวิทยาศาสตร์ การสูดดมกลิ่นตัวของสัตว์เลี้ยงพร้อมสัมผัสขนที่นุ่มนวล จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่ง ฮอร์โมนออกซิโทซิน (Oxytocin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความสุขและความผูกพัน ช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจและบรรเทาความเครียดได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้การที่น้องแมวเอาหัวมาถูไถยังเป็นการแลกเปลี่ยน กลิ่นฟีโรโมน ทำให้ทั้งเจ้าของและแมวรู้สึกปลอดภัยร่วมกัน
แต่ในอีกมุมหนึ่ง การซุกดมใกล้ชิดทุกวันก็มีภัยเงียบที่ต้องระวัง โดยเฉพาะอาการ ภูมิแพ้และหอบหืด ซึ่งหลายคนมักเข้าใจผิดว่าเกิดจากขนแมว แต่แท้จริงแล้วเกิดจาก สารก่อภูมิแพ้ ที่ชื่อว่า Fel d 1 ในน้ำลาย ผิวหนัง และต่อมไขมันของแมว ซึ่งจะแห้งและฟุ้งกระจายตอนแมวเลียขน หากสูดดมสะสมระยะยาวอาจทำให้จาม คัดจมูก หรือเป็นโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจได้
ยิ่งไปกว่านั้น การดมแมวยังเสี่ยงต่อการติดโรค เชื้อราบนผิวหนัง (Microsporum canis) ที่อาจทำให้ทาสแมวเกิดผื่นกลากขึ้นบนใบหน้าหรือลำคอ รวมถึงเสี่ยงสูดเอาฝุ่น ไรฝุ่น และเศษทรายแมวสกปรกจากตัวน้องเข้าไปในปอดโดยตรงด้วย
สำหรับใครที่หักห้ามใจไม่ได้จริงๆ แนะนำให้ แปรงขนแมว เป็นประจำเพื่อลดเศษขนและฝุ่น ใช้ทิชชู่เปียกสัตว์เลี้ยงเช็ดตัว และพาน้องไปถ่ายพยาธิ ฉีดวัคซีน หยดยาป้องกันเห็บหมัดอย่างสม่ำเสมอ หากเริ่มมีอาการไอหรือจามบ่อยๆ ควรเว้นระยะห่างแล้วเปลี่ยนมาใช้วิธีลูบหัวเกาพุงแทนการเอาหน้าซุกจะปลอดภัยที่สุด

รายชื่อจังหวัดพื้นที่สีแดง อุตุฯ เตือนฝนตกหนักมาก จนถึง 21 พ.ค.

ดวงความรักประจำสัปดาห์ วันไหนเสน่ห์แรง วันไหนเสี่ยงรักพัง

เจาะลึกข้อดี-ข้อเสีย "การสูดดมแมว" พฤติกรรมฮิตของคนรักสัตว์

หวานหนักมาก ยิว ฉัตรมงคล เปย์แหวนเพชรเม็ดโตให้ ครบรอบแต่งงาน 5 ปี
















