ขายรถไปนานแล้ว แต่ทำไมไม่ผ่านสิทธิ์? ถอดรหัสพิษ "โอนลอย"

ยืนยันขายรถไปนานแล้ว แต่ทำไมถึงไม่ผ่านเกณฑ์สิทธิ์รัฐ? หลังประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569
รัฐบาลปรับเกณฑ์ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" แก้ปมรถโอนลอย-รถเก่า
ความคืบหน้าการประกาศผลคัดกรองคุณสมบัติ โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังพบประเด็นดราม่าประชาชนจำนวนมากถูกตัดสิทธิ์เนื่องจากระบบตรวจพบว่ามีชื่อถือครองยานพาหนะ
ทั้งที่รถถูกขายแบบโอนลอยไปแล้ว รถซากพังใช้การไม่ได้ หรือถูกสวมสิทธิ์ซื้อรถ
กระทรวงคมนาคมร่วมกับกระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงแนวทางแก้ไขปัญหา โดยยอมรับว่าข้อจำกัดของฐานข้อมูลราชการทำให้เกิดความคลาดเคลื่อน จึงเตรียมนำข้อเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์คัดกรองใหม่ให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง และขยายระยะเวลารับเรื่องอุทธรณ์ออกไปจนถึงวันที่ 20 กันยายน
เปิด 4 ปรับเกณฑ์ใหม่ เรื่องยานพาหนะ (ไม่ถูกตัดสิทธิ์)
เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเป้าหมายเปราะบางที่สุด ภาครัฐเตรียมปรับผ่อนปรนเงื่อนไขดังนี้:
1.รถยนต์เก่า: หากมีอายุการใช้งาน เกิน 20 ปีขึ้นไป จะไม่ถูกนำมาคำนวณตัดสิทธิ์
2.รถจักรยานยนต์เก่า: หากมีอายุการใช้งาน เกิน 15 ปีขึ้นไป จะไม่ถูกนำมาคำนวณตัดสิทธิ์เช่นกัน
3.รถจักรยานยนต์ผ่อนชำระ: เพิ่มเกณฑ์ยกเว้นกรณีถือครองรถจักรยานยนต์ความจุไม่เกิน 300 ซีซี ได้ไม่เกิน 2 คัน (หากยังอยู่ระหว่างผ่อนชำระ)
4.กลุ่มรถโอนลอย/รถสิ้นสภาพ/ถูกสวมสิทธิ์: เปิดช่องให้ยื่นหลักฐานและบันทึกข้อเท็จจริงเพิ่มเติมกับกรมการขนส่งทางบก
วิธีดำเนินการสำหรับผู้ขายรถแบบ "โอนลอย" เพื่อขอคืนสิทธิ์
สำหรับผู้ลงทะเบียนที่ขายรถไปนานแล้วแต่เป็นการ โอนลอย (ผู้ซื้อยังไม่ได้ไปทำเรื่องเปลี่ยนชื่อที่สำนักงานขนส่ง) สามารถดำเนินการเพื่อขอคืนสิทธิ์ตามขั้นตอนดังนี้:
- ยื่นคำร้องขอทบทวนสิทธิ์: ผ่านช่องทางออนไลน์ (เว็บไซต์โครงการฯ, แอปฯ ทางรัฐ, แอปฯ เป๋าตัง) หรือหน่วยรับลงทะเบียน
- ติดต่อสำนักงานขนส่งจังหวัด: นำบัตรประชาชนและหลักฐาน (เช่น สัญญาซื้อขาย หรือสลิปโอนเงิน ถ้ามี) ไปติดต่อเพื่อ "ทำบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริง" ว่าได้จำหน่ายรถออกไปแล้ว
- ขนส่งส่งข้อมูลคืนคลัง: กรมการขนส่งทางบกจะรวบรวมข้อมูลการบันทึกถ้อยคำส่งกลับไปยังกระทรวงการคลัง เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการฯ และคืนสิทธิ์ให้ต่อไป
ข้อเตือนใจ: ทำไมการโอนลอยถึงสร้างปัญหาระยะยาว?
เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่เตือนให้ประชาชนตระหนักถึงความเสี่ยงของการขายรถแบบโอนลอย เพราะตราบใดที่ยังไม่มีการเปลี่ยนชื่อผู้ครอบครองในเล่มทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากจะเสี่ยงหลุดสิทธิ์มาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐแล้ว หากรถคันดังกล่าวถูกนำไปฝ่าฝืนกฎจราจร เกิดอุบัติเหตุ หรือนำไปใช้ทำผิดกฎหมาย เจ้าของเดิมตามเล่มทะเบียนยังคงเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบและถูกเรียกตัวมาสอบสวนเป็นคนแรก
สรุปกรอบเวลาการคืนสิทธิ์
รัฐบาลมุ่งหวังให้การปรับปรุงเกณฑ์และการรับเรื่องอุทธรณ์ดำเนินไปอย่างครอบคลุมที่สุด โดยคาดว่าจะเร่งรัดกระบวนการทั้งหมดให้เสร็จสิ้น เพื่อให้ผู้ที่ผ่านการทบทวนสิทธิ์รอบใหม่ สามารถเริ่มใช้สิทธิประโยชน์สวัสดิการแห่งรัฐได้พร้อมกันในวันที่ 1 ตุลาคม
แหล่งที่มาอ้างอิง
การแถลงข่าวร่วม: แถลงข่าวเรื่องการอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยกระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม และกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงมาตรการ: ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (โฆษกกระทรวงการคลัง) และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

จดทะเบียนรับความคุ้มครอง IP ในไทยต่อเนื่อง ครึ่งปี 69 ขอจดทะเบียนทะลุ 3.8 หมื่น

รู้จัก "เนื้อครามสกลนคร" วัตถุดิบล้ำค่า สู่ผ้าย้อมครามระดับโลก

หญิงชะล่าใจ ใส่คอนแทคเลนส์ไม่ยอมถอด สุดท้ายต้องเย็บเปลือกตา

"รพ.สมุทรสาคร" ผนึก "รพ.ไทยนครินทร์" จัดประชุมวิชาการด้านการปลูกถ่ายไต
















