รัฐบาลแย้ม “คนละครึ่งพลัส” สูตรใหม่ 60:40 หวังลดค่าครองชีพ

ความคืบหน้า “คนละครึ่งพลัส” รัฐบาลเตรียมปรับรูปแบบใหม่ อาจช่วยจ่ายสูงถึง 60% เพื่อลดภาระประชาชน ท่ามกลางภาวะค่าครองชีพและพลังงานที่ยังผันผวน
ความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “คนละครึ่งพลัส” เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น หลัง ภราดร ปริศนานันทกุล เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างออกแบบรายละเอียดโครงการ โดยมีแนวคิดสำคัญคือการปรับสัดส่วนการร่วมจ่ายใหม่
รูปแบบที่กำลังพิจารณาคือ รัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในสัดส่วน 60% ขณะที่ประชาชนร่วมจ่าย 40% ซึ่งแตกต่างจากโครงการเดิมที่ใช้หลัก “คนละครึ่ง” โดยการเพิ่มสัดส่วนฝั่งรัฐครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนโดยตรง ในช่วงที่ต้นทุนพลังงานและราคาสินค้ายังอยู่ในระดับสูง
ในเชิงกลไก โครงการมีแนวโน้มใช้วิธีทยอยเติมวงเงินเป็นช่วงๆ เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายอย่างต่อเนื่อง ไม่ให้เม็ดเงินกระจุกตัวในระยะสั้น ขณะที่ระยะเวลาดำเนินโครงการและวงเงินต่อคน ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาให้เหมาะสมกับงบประมาณ
ด้านคุณสมบัติผู้เข้าร่วม คาดว่าจะยังคงยึดเกณฑ์ประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปเป็นหลัก ส่วนจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์อยู่ระหว่างการคำนวณ อาจอยู่ในช่วงประมาณ 20–30 ล้านคน เพื่อให้ครอบคลุมประชาชนในวงกว้าง
นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีแนวคิดบูรณาการข้อมูลกับผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งมีอยู่กว่า 13 ล้านคน เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงกลุ่มรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางได้อย่างตรงจุดมากขึ้น
สำหรับแหล่งเงินที่จะนำมาใช้ในโครงการนี้ จะมาจากการบริหารงบประมาณภายในประเทศเป็นหลัก ทั้งงบกลาง งบโอนภายใต้ พระราชบัญญัติโอนงบประมาณ พ.ศ. 2569 และงบรายจ่ายตามกรอบปกติ โดยยืนยันว่าในขณะนี้ยังไม่มีแผนกู้เงินเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ภราดร ปริศนานันทกุล ระบุว่า โครงการยังอยู่ในขั้นตอนพิจารณารายละเอียด และอาจมีการปรับเงื่อนไขให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจ ก่อนจะสรุปเป็นมาตรการอย่างเป็นทางการในระยะต่อไป
มาตรการ “คนละครึ่งพลัส” จึงถูกจับตาว่าจะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นการใช้จ่าย และช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนในช่วงเศรษฐกิจที่ยังต้องการแรงพยุงอย่างต่อเนื่อง
แหล่งที่มาอ้างอิง
คำให้สัมภาษณ์ของ ภราดร ปริศนานันทกุล
ข้อมูลจากหน่วยงานเศรษฐกิจภาครัฐ
แนวทางโครงการ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ผ่านมา



















