สังคม

เข้าใจผิดหมด "ให้อาหารหมาจร" เสี่ยงคุกจริงหรือ ไขข้อข้องใจชัด ๆ

16 มี.ค. 2569 | 14:44 น.
เข้าใจผิดหมด "ให้อาหารหมาจร" เสี่ยงคุกจริงหรือ ไขข้อข้องใจชัด ๆ

ดราม่าโซเชียล! Watchdog Thailand แจงชัด การให้อาหารสุนัขหรือแมวจรจัดไม่ใช่ความผิดกฎหมาย พร้อมเตือนอย่าเข้าใจผิดว่าให้อาหารแล้วจะกลายเป็นเจ้าของสัตว์ทันที

อย่าแชร์ข้อมูลผิด! มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ โพสต์ชี้ข้อกฎหมาย หลังมีข่าวลือให้อาหารสัตว์จรจัดอาจติดคุก ระบุความจริงไม่ได้ผิดกฎหมาย แต่ต้องรักษาความสะอาดพื้นที่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Watchdog Thailand Foundation - WDT ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุ

โพสต์ชี้แจงข้อเท็จจริงทางกฎหมาย

ช่วงนี้มีข้อความในสื่อออนไลน์เผยแพร่ในลักษณะ “เตือนสายบุญ” ว่า การให้อาหารสุนัขหรือแมวจรจัดตามที่สาธารณะอาจทำให้ติดคุก ถูกปรับหนัก หรือถูกถือว่าเป็นเจ้าของสัตว์โดยอัตโนมัติ

มูลนิธิขอชี้แจงว่า ข้อความดังกล่าวมีหลายส่วนที่คลาดเคลื่อนจากข้อกฎหมายจริง และอาจทำให้สังคมเข้าใจผิดอย่างมาก

1. การให้อาหารสัตว์จรจัด ไม่ใช่ความผิดตามกฎหมายโดยตัวมันเอง

กฎหมายไทย ไม่ได้บัญญัติห้ามประชาชนให้อาหารสัตว์จรจัด การช่วยเหลือสัตว์ด้วยความเมตตาจึงไม่ใช่ความผิดทางอาญา

อย่างไรก็ตาม หากการให้อาหารทำให้เกิด เศษอาหารสกปรก หมักหมม หรือก่อเหตุรำคาญแก่ผู้อื่น เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอาจใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น

• พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535

• พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535

เพื่อสั่งให้แก้ไขหรือปรับปรุงสภาพพื้นที่ เช่น การเก็บเศษอาหาร ดูแลความสะอาด หรือป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรำคาญ

แต่ ไม่ได้หมายความว่าการให้อาหารสัตว์จรจัดเป็นความผิดอาญาโดยตรง

2. การให้อาหารสัตว์ ไม่ได้ทำให้กลายเป็น “เจ้าของสัตว์” โดยอัตโนมัติ

มีการอ้างคำพิพากษาศาลฎีกาหมายเลข 1639/2565 เพื่อสรุปว่า ผู้ที่ให้อาหารสุนัขจรจัดจะกลายเป็นเจ้าของทันที ซึ่งเป็นการ นำคำพิพากษามาอธิบายเกินข้อเท็จจริง

ในคดีดังกล่าว ข้อเท็จจริงคือผู้ถูกพิพากษานำสุนัขไปเลี้ยงดูที่บ้านของตนเองเป็นเวลานานกว่า 5 ปี มีการครอบครอง ดูแล และเลี้ยงดูเสมือนเจ้าของอย่างต่อเนื่อง ศาลจึงวินิจฉัยว่าเป็นผู้มีสถานะเป็นเจ้าของสัตว์

ดังนั้น ประเด็นสำคัญของคำพิพากษาอยู่ที่การ “ครอบครองและเลี้ยงดูสัตว์เสมือนเจ้าของ” ไม่ใช่เพียงการให้อาหารสัตว์ในที่สาธารณะ

ตามหลักกฎหมายใน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 433

ผู้ที่ต้องรับผิดคือ เจ้าของสัตว์หรือผู้ควบคุมดูแลสัตว์ ที่ปล่อยปละละเลยจนสัตว์ก่อให้เกิดความเสียหาย

การจะถือว่าใครเป็นเจ้าของหรือผู้ควบคุมดูแลสัตว์ ต้องพิจารณาจากพฤติการณ์การครอบครองและการดูแลโดยรวม ไม่ใช่เพียงการให้อาหารเป็นครั้งคราว

3. การนำสัตว์เลี้ยงไปปล่อยทิ้ง เป็นความผิดตามกฎหมาย

กรณีนี้เป็นข้อกฎหมายที่ถูกต้อง โดยตาม

พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557

การนำสัตว์เลี้ยงไปปล่อยทิ้งจนสัตว์ต้องเผชิญความทุกข์ทรมานหรือขาดการดูแล ถือเป็นการละเลยสวัสดิภาพสัตว์ ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามกฎหมาย

สังคมควรเข้าใจข้อเท็จจริงร่วมกันว่า

ปัญหาสุนัขและแมวจรจัดไม่ได้เกิดจากการให้อาหารของประชาชนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก

• การนำสัตว์เลี้ยงไปปล่อยทิ้ง

• การไม่ทำหมันสัตว์เลี้ยง

• การขาดระบบจัดการสัตว์จรจัดอย่างยั่งยืน

แนวทางที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลคือ การทำหมัน ควบคุมจำนวนสัตว์ ฉีดวัคซีน และการดูแลอย่างรับผิดชอบของชุมชน

มูลนิธิขอความร่วมมือประชาชน ตรวจสอบข้อมูลทางกฎหมายก่อนเผยแพร่ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดหรือสร้างความหวาดกลัวต่อการช่วยเหลือสัตว์โดยไม่จำเป็น

ความเมตตาต่อสัตว์ไม่ใช่ความผิด แต่ควรทำควบคู่กับความรับผิดชอบ เพื่อให้คนและสัตว์สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างสมดุล

เข้าใจผิดหมด "ให้อาหารหมาจร" เสี่ยงคุกจริงหรือ ไขข้อข้องใจชัด ๆ

ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

YBN Thailand ฉลองครบรอบ 1 ปี ก้าวสู่อินเตอร์ เชื่อมเครือข่ายธุรกิจ 26 ประเทศทั่วโลก

YBN Thailand ฉลองครบรอบ 1 ปี ก้าวสู่อินเตอร์ เชื่อมเครือข่ายธุรกิจ 26 ประเทศทั่วโลก

จับตา อดีตนางเอก 90 โพสต์ล่าสุด หลังถูกโยง ลั่น ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร

จับตา อดีตนางเอก 90 โพสต์ล่าสุด หลังถูกโยง ลั่น ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร

เตือนระวัง เปิดชื่อยาแก้แพ้ปลอมล็อตใหญ่ เผยพิกัดส่งทำตกใจ

เตือนระวัง เปิดชื่อยาแก้แพ้ปลอมล็อตใหญ่ เผยพิกัดส่งทำตกใจ

วัยรุ่นไต้หวันแห่ซื้อ กุมารทอง จากไทย สุดท้ายเกิดเรื่องขนลุก

วัยรุ่นไต้หวันแห่ซื้อ กุมารทอง จากไทย สุดท้ายเกิดเรื่องขนลุก

กำไรพุ่ง 194% ! ทิพยประกันชีวิต โชว์ผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 เบี้ยโต 23%

กำไรพุ่ง 194% ! ทิพยประกันชีวิต โชว์ผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 เบี้ยโต 23%