กกต.ผนึก 4 หน่วยงาน คุมเข้มคัดแยกบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า

กกต.ร่วมไปรษณีย์ไทย กงสุล และสตช. เปิดศูนย์คัดแยกบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า จากในและต่างประเทศ เตรียมส่งต่อ 400 เขตทั่วประเทศ คุมเข้ม โปร่งใส และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
วันที่ 3 ก.พ. เวลา 14.00น. ที่ศูนย์ไปรษณีย์บัตรหลักสี่ สำนักงานคณะกรรมการ การเลือกตั้ง (กกต.) ร่วมกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) แถลงเปิดศูนย์ปฏิบัติการการคัดแยกบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ลงคะแนนแล้วจากต่างประเทศและในประเทศ เพื่อส่งมอบไปยังทั้งเขตเลือกตั้งปลายทาง 400 เขตทั่วประเทศ เดินหน้าภารกิจเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ ประจำปี พ.ศ. 2569 พร้อม ภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยและ การตรวจสอบที่เข้มงวดทุกขั้นตอน เพื่อให้กระบวนการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส โดยมี นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต.และ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ กกต. ร่วมสังเกตการณ์
นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ภายหลังการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งในประเทศและนอกราชอาณาจักรเสร็จสิ้น บัตรเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งหมดได้เข้าสู่กระบวนการจัดการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่การรวบรวม การคัดแยก จนถึงการจัดส่งไปยังพื้นที่เขตเลือกตั้งปลายทางทั่วประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการนับคะแนนในวันเลือกตั้งต่อไป สำนักงาน กกต.จึงบูรณาการความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่า ทุกคะแนนเสียงจะได้รับการดูแลอย่างปลอดภัย โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อให้ทุกคะแนนเสียงถูกนับอย่างถูกต้องและเป็นธรรม
นายมังกร ประทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล กล่าวว่า กรมการกงสุล ได้ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานในประเทศและติดตามการดำเนินงานของสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ และสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยทั้ง 95 แห่งทั่วโลก แบบ real-time ผ่านระบบเฝ้าติดตาม การจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร (Overseas Voting Monitoring System: OVMS) ตั้งแต่ขั้นตอนแรก จนถึงในขั้นตอนสำคัญขณะนี้ คือ การขนส่งบัตรเลือกตั้งที่มีการลงคะแนนแล้วส่งกลับมาประเทศไทย ภายในวันที่ 5 ก.พ. 2569 และส่งมอบเข้าสู่ระบบคัดแยกของไปรษณีย์ไทย เพื่อให้คะแนนเสียงจากคนไทยทั่วโลก สามารถเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งของประเทศได้อย่างครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นส่วนหนึ่ง ของการสะท้อนเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง
นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยมีความพร้อม 100% สำหรับการขนส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ลงคะแนนแล้วทั้งจากในประเทศและต่างประเทศไปยัง 400 เขตเลือกตั้งทั่วทุกภูมิภาค โดยจัดรถขนส่งเฉพาะกิจกว่า 600 เที่ยว เพื่อเร่งจัดส่งให้แล้วเสร็จก่อนถึง วันเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.2569 ขอยืนยันว่าการดำเนินงานทั้งหมดเป็นไปตามมาตรฐาน ความปลอดภัยและแผนปฏิบัติงานที่กำหนดร่วมกับสำนักงาน กกต.อย่างเคร่งครัด เพื่อให้บัตรเลือกตั้งทุกใบเข้าสู่กระบวนการอย่างถูกต้อง
“บัตรเลือกตั้งทุกหีบ ทุกซอง อยู่ภายใต้การควบคุมดูแล ตามมาตรการที่กำหนดอย่างเคร่งครัด มีการบันทึกสถานะการรับมอบ–ส่งมอบอย่างเป็นระบบ สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ในทุกขั้นตอน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและทุกภาคส่วน สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยยังคงนำระบบติดตามการขนส่งด้วยเทคโนโลยี GPS และระบบ POST-POD Dashboard มาใช้ควบคู่กับการดูแลพื้นที่ปฏิบัติงานอย่างเข้มงวด มีกล้อง CCTV เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง การจำกัดการเข้าถึงพื้นที่สำคัญ และประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อให้การลำเลียงบัตรเลือกตั้งมีความปลอดภัยสูงสุด” นายดนันท์ กล่าว
พล.ต.ท.อุดร ยอมเจริญ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สตช.ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยทั่วประเทศกว่า 126,000 นาย ปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง อย่างเข้มงวดในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การดูแลพื้นที่ศูนย์ประสานงาน ศูนย์คัดแยก และ การอำนวยความปลอดภัยในเส้นทางการขนส่ง ไปจนถึงการประสานงานกับไปรษณีย์ไทยขนส่งบัตรเลือกตั้งไปยังเขตเลือกตั้งปลายทางอย่างเป็นระบบและมีมาตรฐาน เดียวกันทั่วประเทศ ทั้งนี้ ยึดหลักความเป็นกลางทางการเมืองและการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย อย่างเคร่งครัด พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้กระบวนการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2569 ดำเนินไปด้วยความสงบเรียบร้อย โปร่งใส และเป็นที่เชื่อมั่นของประชาชน

ย้อนรอย "กี่เพ้า" แฟชั่นสู้ชีวิต จากชุดแมนจูสู่ไอคอนระดับโลก

ทำไมยิ่งนอนยิ่งง่วง? เผยสาเหตุที่หลายคนเป็น ทั้งที่นอนครบชั่วโมง

แบงก์ชาติคุมเข้มเทรดทองออนไลน์ จำกัดวงเงิน เริ่ม 1 มี.ค. 69

"หวยฮานอยวันนี้" 3/2/69 หวยฮานอยสดวันนี้ ฮานอยออกอะไร 3 ก.พ. 69
















