ภาษีรถปรับใหญ่รับปี 2569 รถน้ำมันขึ้นราคา หลักหมื่นถึงหลักล้าน

ภาษีรถยนต์ใหม่ปี 2569 เริ่มบังคับใช้แล้ว เน้นเก็บตามปริมาณการปล่อย CO₂ รถน้ำมันและรถหรูเตรียมจ่ายแพงขึ้น ขณะที่รถไฟฟ้าได้สิทธิภาษีลด ช่วยดันเทรนด์รักษ์โลก
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ผู้ที่กำลังวางแผนซื้อรถใหม่ต้องจับตาให้ดี หลังรัฐบาลเริ่มบังคับใช้ โครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ ซึ่งปรับแนวคิดครั้งใหญ่ โดยนำ “ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂)” มาเป็นตัวชี้วัดหลักในการคำนวณภาษี
นโยบายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดมลพิษทางอากาศ และผลักดันให้ผู้บริโภคหันมาเลือกใช้รถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ส่งผลให้ราคาจำหน่ายรถใหม่ในตลาดเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนในหลายกลุ่ม
รถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (น้ำมันล้วน) ถือเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะรถที่มีการปล่อย CO₂ สูง รถใช้งานทั่วไปมีแนวโน้มปรับราคาขึ้นตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่นบาท ขณะที่รถหรูและซูเปอร์คาร์ เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ อาจเผชิญภาษีเพิ่มสูงจนราคาขยับขึ้นถึงระดับหลักแสนหรือหลักล้านบาท
ด้าน รถไฮบริด (HEV / MHEV) แม้จะประหยัดน้ำมันกว่าเดิม แต่ยังต้องวัดผลจากค่าไอเสียเป็นหลัก หากปล่อย CO₂ เกินเกณฑ์ที่กำหนด อัตราภาษีจะถูกปรับเพิ่ม ส่งผลให้ราคาขายสูงขึ้นในบางรุ่น
ส่วน รถปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) จะได้สิทธิภาษีในอัตราต่ำ ก็ต่อเมื่อผ่านเงื่อนไขใหม่ที่เข้มงวดกว่าเดิม ทั้งระยะทางการวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน ระบบความปลอดภัย และแหล่งผลิตแบตเตอรี่
ขณะที่ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) กลายเป็นผู้ได้รับอานิสงส์ชัดเจนที่สุด โดยรถเก๋งไฟฟ้าถูกปรับลดภาษีลงอย่างมาก ช่วยให้ราคาจำหน่ายเข้าถึงง่ายขึ้น และตอกย้ำทิศทางตลาดรถยนต์ไทยที่กำลังมุ่งสู่พลังงานสะอาดอย่างจริงจัง
ทั้งนี้ การปรับภาษีครั้งนี้มีผลเฉพาะกับ รถใหม่ป้ายแดง เท่านั้น ไม่กระทบต่อการเสียภาษีรถประจำปีที่กรมการขนส่งทางบก ซึ่งยังคงคิดตามขนาดเครื่องยนต์และอายุการใช้งานเช่นเดิม
แหล่งที่มาอ้างอิง
กรมสรรพสามิต
ประกาศโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569




















