ต่างประเทศ

เทรนด์ดังติ๊กต็อกสังเวยแล้ว 4 ชีวิต พ่อลูกสามทำตาม ดับสลดต่อหน้าครอบครัว

12 ก.ค. 2566 | 16:03 น.
เทรนด์ดังติ๊กต็อกสังเวยแล้ว 4 ชีวิต พ่อลูกสามทำตาม ดับสลดต่อหน้าครอบครัว

คอนเทนต์มรณะ เทรนด์ดังติ๊กต็อกสังเวยแล้ว 4 ชีวิต สุดช็อก เห็นพ่อลูก 3 ทำตาม ก่อนครอบครัวเห็นดับสลดต่อหน้าต่อตา

เทรนด์ดังติ๊กต็อกสังเวยแล้ว 4 ชีวิต พ่อลูกสามทำตาม ดับสลดต่อหน้าครอบครัว : กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อสำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ทางการแอลาบามา ประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุว่า มีครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 คน รวมทั้งพ่อด้วย เนื่องจากติดตามเทรนด์ใหม่อย่าง TikTok ที่อันตรายถึงชีวิต ซึ่งชอบความตื่นเต้นกระโดดจากด้านหลังของเรือเร็ว ทำให้คอของพวกเขาหักและจมน้ำ

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โดยการเล่นชาเลนจ์นี้ ผู้ที่เล่นจะต้องไปยืนอยู่บริเวณท้ายเรือ ของเรือที่กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง จากนั้นผู้ที่เล่นจะต้องกระโดดพุ่งออกไปจากท้ายเรือ ในลักษณะสวนทางกับทิศทางเรือที่พุ่งไปด้านหน้า และจะตกลงไปในน้ำ แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาเสียชีวิตไม่ใช่จากการจมน้ำ แต่เป็นคอหักก่อนที่จะสำลักน้ำ 

 

ด้าน ตำรวจในแอลาบามา ได้กล่าวว่า เทรนด์การเล่นแบบใหม่นี้ ได้คร่าชีวิตของผู้เล่นไปแล้วถึง 4 คน เนื่องจากพวกเขาคอหักหลังปะทะลงกับน้ำอย่างรุนแรง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้กล่าวเสริมว่า ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา พวกเขาต้องรับมือกับเหตุการณ์จมน้ำที่ไม่จำเป็น โดยมีสาเหตุมาจากการเล่นดังกล่าวด้วย

 


ร.อ.จิม เดนนิส (Jim Dennis) จากหน่วยกู้ภัยชิลเดรสบวร์ก เปิดเผยว่า "ผู้เสียชีวิตทั้ง 4 รายที่เราเข้าช่วยเหลือ ล้วนแต่อยู่ในสภาพคอหัก ซึ่งเป็นสิ่งพื้นฐานที่รู้กันดีอยู่แล้วว่ามันทำให้ตายได้ ผมคิดว่าผู้คนมักจะทำอะไรโง่ๆ เมื่ออยู่ต่อหน้ากล้อง เพราะพวกเขาอยากจะอวดเพื่อนๆ และโชว์มันลงโซเชียลมีเดีย" 

เทรนด์ดังติ๊กต็อกสังเวยแล้ว 4 ชีวิต พ่อลูกสามทำตาม ดับสลดต่อหน้าครอบครัว

อีกทั้งยังมีรายงานอีกว่า หนึ่งในผู้เสียชีวิตเป็นคุณพ่อลูก 3 โดยในขณะที่เกิดเหตุเจ้าตัวได้เดินทางบนเรือ พร้อมหน้าไปด้วยลูก ภรรยา และคนที่รักมากมาย ทว่าพวกเขาเหล่านั้นต้องมาเห็นฉากการเสียชีวิตของเขาแทน ซึ่งวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับ ชาเลนจ์กระโดดลงจากเรือ เริ่มได้รับคำเตือนจากชาวเน็ตมากขึ้น บางก็ว่า มันอันตรายมาก ไม่เจ๋งเลย และ อันตรายมาก มีคนตั้งสี่คนที่คอหักตายจากเหตุนี้

 


ทั้งนี้ ร.อ.จิม เดนนิส เปิดเผยอีกว่า เหยื่อรายแรกเสียชีวิตในเดือน ก.พ. หลังจากจมดิ่งลงไปในแม่น้ำคูซา ขณะที่ภรรยาและลูก ๆ เฝ้ามองจากในเรือ จุดจบที่น่าเศร้าดังกล่าว มีแนวโน้มเป็นปัญหาสำหรับผู้ปฏิบัติการฉุกเฉินเบื้องต้นในช่วงสองปีที่ผ่านมา เนื่องจากกรณีเลียนแบบนี้ได้เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษตั้งแต่ต้นปี

 


นี่ไม่ใช่เทรนด์การเล่นที่อันตรายจนมีผู้เสียชีวิตครั้งแรก เพราะหากมองย้อนกลับไปในช่วงปีที่ผ่านมา จะพบว่าเคยมีเหตุสลดเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง หนึ่งในนั้นคือเทรนด์การกลืนเม็ดยาต้านฮิสตามีนหลายเม็ดเพื่อกระตุ้นให้เกิดภาพหลอน ซึ่งในเหตุการณ์นั้นมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย ได้แก่ เด็กวัย 13 ปี 1 ราย และเด็กวัย 15 ปี อีก 1 ราย

 


สุดท้าย ร.อ.จิม เดนนิส จากหน่วยกู้ภัยชิลเดรสบวร์ก ยังเรียกร้อง โดยระบุชัดเจนว่า หากไม่อยากสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก จงอย่าทำพฤติกรรมเช่นนี้อีกเป็นต่างหาก

 


อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอัตราความเร็วที่สูงของเรือรวมกับน้ำนิ่ง ทำให้เกิดลานจอดที่อันตราย ซึ่งให้ความรู้สึกคล้ายกับคอนกรีต หากผู้ที่กระโดดจากเรือที่กำลังแล่นไม่ได้ปกป้องคอและศีรษะ พวกเขาอาจเป็นอัมพาตถาวร และที่ร้ายแรงที่สุดคือเสียชีวิตทันที
เทรนด์ดังติ๊กต็อกสังเวยแล้ว 4 ชีวิต พ่อลูกสามทำตาม ดับสลดต่อหน้าครอบครัว

 

ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

เช็กด่วน! ไทยมีฝนตกเพิ่มขึ้น พร้อมจับตาพายุดีเปรสชันลูกใหม่

เช็กด่วน! ไทยมีฝนตกเพิ่มขึ้น พร้อมจับตาพายุดีเปรสชันลูกใหม่

หาม "ทนายไพศาล" ส่งโรงพยาบาลด่วน หลังเกิดอาการวูบเจ็บหน้าอก

หาม "ทนายไพศาล" ส่งโรงพยาบาลด่วน หลังเกิดอาการวูบเจ็บหน้าอก

"ใหม่ รัชดา" เปิดหมดเปลือก ทำไมต้องสาดน้ำใส่ "เจนี่" กลางงานแต่ง

"ใหม่ รัชดา" เปิดหมดเปลือก ทำไมต้องสาดน้ำใส่ "เจนี่" กลางงานแต่ง

จดทะเบียนรับความคุ้มครอง IP ในไทยต่อเนื่อง ครึ่งปี 69 ขอจดทะเบียนทะลุ 3.8 หมื่น

จดทะเบียนรับความคุ้มครอง IP ในไทยต่อเนื่อง ครึ่งปี 69 ขอจดทะเบียนทะลุ 3.8 หมื่น

รู้จัก "เนื้อครามสกลนคร" วัตถุดิบล้ำค่า สู่ผ้าย้อมครามระดับโลก

รู้จัก "เนื้อครามสกลนคร" วัตถุดิบล้ำค่า สู่ผ้าย้อมครามระดับโลก