ปทุมธานีเดือด จยย.ปะทะ รปภ. ปมเปิดไฟเลี้ยว เพจดังเผยคลิปจนโซเชียลวิจารณ์สนั่นข้ามวัน
ปทุมธานีเดือด! เพจดังแชร์คลิปวิน จยย.หัวร้อนปะทะ รปภ.จนเกิดกระแสดังข้ามวันในโซเชียล จากกรณีเพจเจ๊ม้อย V+ ได้มีการโพสต์คลิปโดยมีใจความว่า“ปัญหาเกิดจากเปิดไฟเลี้ยว
ปทุมธานี เพจดังแชร์คลิปวิน จยย.หัวร้อนปะทะ รปภ.จนเกิดกระแสดังข้ามวันในโซเชียล
จากกรณีเพจเจ๊ม้อย V+ ได้มีการโพสต์คลิปโดยมีใจความว่า“ปัญหาเกิดจากเปิดไฟเลี้ยว วินไม่พอใจ เป็นอย่างที่เห็น ขอ 2 รอบ หมอบ 2 รอบ บนท้องถนนพูดจากันด้วยเหตุผลนะคะ จนกระทั่งมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์และคอมเมนต์กันสนั่นในโลกโซเชียลอยู่ในขณะนี้
ล่าสุดเมื่อวันที่ (30 ตุลาคม 69) ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปตรวจสอบเรื่องราวดังกล่าวที่ ร้านขายก๋วยเตี๋ยวเรือชื่อร้านว่า “กิมรวยเต๋วเรือ” ตั้งอยู่ภายใน ซอยนครชัยวิลล่า2 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุวินรถจักรยานยนต์และชายสวมเสื้อสีเทาเกิดการทะเลาะวิวาทกัน จนเกิดกระแสการแชร์และวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก
จากการสอบถามนายเพลิงณรงค์ รัตนแสง อายุ 55 ปี เจ้าของร้านดิมรวยกะเต๋วเรือ ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือภายในซอยนครชัยวิลล่า 2 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี กล่าวว่าจากกรณีตนเองได้ถ่ายคลิปเหตุทะเลาะวิวาทบริเวณหน้าร้าน ก่อนนำไปเผยแพร่ในกลุ่มชุมชน ตนเองไม่มีเจตนาประจานหรือเข้าข้างฝ่ายใด เพียงต้องการบันทึกเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดความเสียหายกับร้านค้า ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2 วันก่อน(28 ตุลาคม 69) ในช่วงเวลาประมาณ 05.30-06.00 น. ขณะนั้นมีบุคคลสองฝ่ายโต้เถียงกันบริเวณหน้าร้าน โดยมีประเด็นเกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนนและการเปิดไฟเลี้ยว แม้ตนจะไม่เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่เริ่มต้น แต่เมื่อเห็นทั้งสองฝ่ายมีปากเสียงกัน จึงตัดสินใจถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน เพราะเกรงว่าหากเหตุการณ์บานปลายจนมีการใช้กำลัง อาจทำให้สินค้าและทรัพย์สินภายในร้านได้รับความเสียหาย
นอกจากนี้ ขณะเกิดเหตุที่ร้านของตนยังมีลูกค้าประมาณ 3-4 คนกำลังซื้อสินค้าอยู่หน้าร้าน ทำให้เกิดความแตกตื่น โดยต่อมามีวินรถจักรยานยนต์รับจ้างประมาณ 2-3 คนเข้ามาช่วยห้ามปราม ก่อนที่คู่กรณีจะแยกย้ายกันไป ซึ่งต้องขอชื่นชมกลุ่มวินรถจักรยานยนต์รับจ้างที่เข้ามาช่วยระงับเหตุ ไม่ได้เข้าร่วมทะเลาะวิวาทแต่อย่างใด ภายหลังเกิดเหตุตนเองได้นำคลิปไปโพสต์ในกลุ่มชุมชนที่ตนเป็นสมาชิก โดยมีเจตนาเพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนใจเกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนน การเปิดไฟเลี้ยว และการควบคุมอารมณ์เมื่อเกิดความขัดแย้ง ไม่ได้มีเจตนาประจานบุคคลใดหรือเข้าข้างฝ่ายใด และไม่ได้เผยแพร่คลิปไปยังเพจอื่น
ทั้งนี้ภายหลังคลิปถูกเผยแพร่ออกไปจนกลายเป็นกระแส มีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โทรศัพท์มาหาตน พร้อมขู่ว่าอาจดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ตนเองจึงชี้แจงว่า ในคลิปไม่ได้มีการกล่าวด่าทอหรือพาดพิงบุคคลใด เพียงต้องการเตือนสมาชิกในชุมชนให้ระมัดระวังการใช้รถใช้ถนน และไม่ควรใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ตนได้เก็บข้อความสนทนาที่เกี่ยวข้องไว้เป็นหลักฐาน และพร้อมเข้าไปชี้แจงข้อเท็จจริงหากได้รับการติดต่อให้เจรจาหรือพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ โดยยืนยันว่าเจตนาหลักของการถ่ายคลิปคือการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับร้านค้า เนื่องจากเหตุทะเลาะวิวาทเกิดขึ้นบริเวณหน้าร้านโดยตรง และยังส่งผลกระทบต่อลูกค้าที่กำลังซื้อสินค้า พร้อมฝากเตือนประชาชนให้ใช้สติในการขับขี่และแก้ไขปัญหาด้วยเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์หรือกำลังในการตัดสินความขัดแย้ง
ด้านนายวรโชติ เภากลิ่น อายุ 56 ปี เจ้าของร้านขายรองเท้าบริเวณหน้าจุดเกิดเหตุเปิดเผยถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ในช่วงเช้าตรู่ขณะเกิดเหตุประมาณ 06.00.น.ของวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมาได้มีรถจักรยานยนต์คันหนึ่งคาดว่าจะเป็น รปภ.ได้เปิดไฟเลี้ยวเพื่อเลี้ยวรถตามปกติ แต่ระหว่างนั้นได้มีการส่งเสียงตะโกนจากวิน จยย.คู่กรณีและใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมใส่กัน ส่งผลให้อีกฝ่ายเกิดความไม่พอใจอย่างมาก จึงได้ขี่รถตามเข้ามารับฟังและต่อว่าเรื่องพฤติกรรมเหตุการณ์ดังกล่าวบานปลายกลายเป็นการจอดรถลงมาริมถนน มีการโต้เถียงด้วยอารมณ์และลงไม้ลงมือปะทะกันถึง 2 รอบ โดยในระหว่างนั้นมีวินรถจักรยานยนต์รับจ้างใกล้เคียงที่เห็นเหตุการณ์ ได้รีบเข้ามาระงับเหตุและห้ามปราม เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย จนกระทั่งทั้งสองฝ่ายยอมแยกย้ายกันไป โดยไม่มีรายงานเหตุรุนแรงเพิ่มเติมหลังจากนั้น ส่วนสาเหตุหลักน่าจะมาจากความเร่งรีบในช่วงเช้าตรู่ที่วิน จยย.รีบไปรับผู้โดยสารหรือเดินทาง ประกอบกับความใจร้อนซึ่งอาจเกิดความเข้าใจผิดกันจนเกิดการกระทบกระทั่ง จึงอยากฝากเตือนสติผู้ใช้รถใช้ถนนให้มีความอดทนอดกลั้นและใจเย็นต่อกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก
ในขณะที่ทางด้านนายชาติ ประเสริฐ อายุ 51 ปี วินรถจักรยานยนต์หมายเลข 103 คู่กรณีที่มีการชกต่อยกับชัยชุดเทา(รปภ.) ไม่สะดวกให้สัมภาษณ์เนื่องจากอยู่ระหว่างทำงานประจำจึงได้ให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่าเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ซึ่งก่อนเกิดเหตุตนเองกับคู่กรณีมีการขับขี่ปาดหน้ากัน และอีกฝ่ายเลี้ยวรถโดยไม่ได้เปิดสัญญาณไฟเลี้ยว ทำให้ตนเกิดความไม่พอใจและอุทานออกไปว่า “ขี่เหี้ยอะไร” ก่อนที่อีกฝ่ายจะถามว่าด่าทำไม จึงเกิดการโต้เถียงกันขึ้น แล้วหลังจากมีปากเสียงกัน ตนได้ขี่รถเลยไปเล็กน้อย ก่อนจะลงจากรถ ซึ่งเป็นช่วงที่ปรากฏตามคลิปวิดีโอ ตนขอยืนยันว่าอีกฝ่ายเป็นคนเดินเข้ามาหาตนก่อน ส่วนเรื่องการดำเนินคดี ขณะนี้ตนเองยังไม่ได้เข้าแจ้งความ และหลังเกิดเหตุก็ยังไม่ได้พบกับคู่กรณีอีกเลย ตนยอมรับว่าก่อนเกิดเหตุมีการใช้ถ้อยคำไม่สุภาพจริง เป็นการอุทานออกมาด้วยความไม่พอใจ พร้อมยอมรับว่าคำพูดดังกล่าวไม่เหมาะสม ซึ่งในเหตุการณ์ครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายต่างมีอารมณ์ร้อนด้วยกันทั้งคู่ แต่หากใครทำผิดก็ควรยอมรับผิด โดยเฉพาะกรณีการเลี้ยวรถโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว หากยอมรับว่าตัวเองผิดและกล่าวขอโทษกัน เรื่องก็น่าจะจบลงได้ พร้อมยืนยันว่าตนเองก็ยอมรับในส่วนที่พูดจาไม่สุภาพเช่นกัน
ในขณะที่ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อขอสัมภาษณ์กับทางด้าน รปภ. ซึ่งเป็นคู่กรณีวิวาทกับทางด้านวินรถจักรยานยนต์เพื่อขอสัมภาษณ์แต่ไม่สามารถติดต่อได้
ขอบคุณภาพและที่มาจาก : คุณกำพล วงศ์สุทธา

ศรัทธาไม่เคยลืม ลูกกลับมาแก้บนถวายน้องกุมารทองเจ้าสัวเฮง หลังคำอธิษฐานสมหวัง

ปทุมธานีเดือด จยย.ปะทะ รปภ. ปมเปิดไฟเลี้ยว เพจดังเผยคลิปจนโซเชียลวิจารณ์สนั่นข้ามวัน

ตรวจหวย 1 พฤศจิกายน 2569 ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ตรวจหวยทุกรางวัล

มูลนิธิองค์กรทำดีเงียบเหงา อาคารทั้ง 4 หลังปิดสนิท เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตสื่อถ่ายภาพภายใน
















