"แม่ภัทร" ลุ้นเปิดตู้เซฟ ฝากถึงลูกชาย "เบนซ์" หากยังไม่คืนกุญแจ

"แม่ภัทร" หอบตู้เซฟขึ้น สน.วังทองหลาง แต่ยังเปิดไม่ได้ หวั่นทรัพย์สินไม่ครบ ฝากถึงลูกชาย "เบนซ์" หากยังไม่คืนกุญแจ
วันที่ 15 ต.ค. เมื่อเวลา 10.37 น. ที่ สน.วังทองหลาง นางสาวณภัทร หรือ แม่ภัทร พร้อมทีมงานสายไหมต้องรอ เดินทางมาถึง สน.วังทองหลาง พร้อมตู้เซฟ ก่อนที่แม่ภัทรจะให้สัมภาษณ์ว่า แม่ภัทรยกตู้เซฟกลับมาแล้ว หลังประสานนิติบุคคลให้นำออกจากที่พัก โดยต้องใช้คนถึง 8 คนช่วยกันยกขึ้นรถ เนื่องจากตู้เซฟมีน้ำหนักมาก ซึ่งตลอดการยกตู้เซฟ เจ้าหน้าที่ตำรวจแนะนำให้ถ่ายวิดีโอเก็บไว้ทุกขั้นตอนเพื่อเป็นหลักฐาน พร้อมบอกว่า นายเบนซ์ ลูกชาย ยังไม่นำกุญแจตู้เซฟมาคืน และไม่ทราบว่ามีการเปลี่ยนรหัสหรือไม่ ขณะนี้ประสานให้นำกุญแจมาเปิด
แม่ภัทรยอมรับว่า ขณะยกตู้เซฟพยายามฟังเสียงภายในตู้ หวังว่าจะได้ยินเสียงทรัพย์สินกระทบกัน แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงอะไร พร้อมยอมรับว่าเริ่มเผื่อใจไว้แล้ว เพราะไม่แน่ใจว่าภายในตู้เซฟยังมีทรัพย์สินเหลืออยู่หรือไม่
สำหรับกุญแจตู้เซฟ ลูกชายยังไม่ได้นำมาคืน ส่วนรหัสตู้เซฟนั้น แม่ภัทรทราบรหัสเดิม แต่ไม่ทราบว่าปัจจุบันมีการเปลี่ยนรหัสไปแล้วหรือไม่ จึงประสานผ่านผู้จัดการนิติบุคคลให้ลูกชายนำกุญแจมาให้ โดยได้รับแจ้งว่าลูกชายอยู่ข้างนอกและต้องกลับไปนำกุญแจมาก่อน คาดว่าอาจนำมาให้ได้ในช่วงบ่ายถึงเย็น
แม่ภัทรกล่าวว่า ขณะนี้ยังพยายามโทรศัพท์ติดต่อลูกชายทุกวัน แต่ลูกชายยังไม่รับสาย พร้อมฝากข้อความถึงลูกชายว่า อยากให้รับโทรศัพท์แม่บ้าง และนำกุญแจมาให้ เพราะได้รับตู้เซฟกลับมาแล้ว และต้องการนำทรัพย์สินภายในออกมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
ส่วนกรณีที่ลูกชายโทรศัพท์ไปแจ้งนิติบุคคลในช่วงเช้าก่อนยกตู้เซฟ โดยบอกว่ายังไม่ให้ยกและต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น แม่ภัทรระบุว่า ก่อนดำเนินการทุกขั้นตอนได้ปรึกษาเจ้าหน้าที่แล้ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชี้แจงว่า การยกตู้เซฟไม่ใช่หน้าที่ของตำรวจ เนื่องจากมีการนำตู้เซฟมาคืนแล้ว แต่ต้องระมัดระวังไม่ให้ทรัพย์สินภายในได้รับความเสียหายระหว่างเคลื่อนย้าย
แม่ภัทรระบุว่า หากลูกชายไม่นำกุญแจมาให้ ตำรวจแจ้งว่าจะดำเนินการออกหมายเรียก แต่จะทำให้กระบวนการล่าช้า จึงอยากขอความอนุเคราะห์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยพิจารณาว่า สามารถจ้างช่างกุญแจมาเปิดตู้เซฟต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมบันทึกคลิปวิดีโอไว้เป็นหลักฐานได้หรือไม่ โดยยังไม่ได้ปรึกษาในประเด็นนี้อย่างเป็นทางการ และจะสอบถามเจ้าหน้าที่อีกครั้งว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่
สำหรับทรัพย์สินภายในตู้เซฟ แม่ภัทรประเมินมูลค่าตามราคาปัจจุบันไว้ที่กว่า 9 ล้านบาท เนื่องจากมีทองคำอยู่ภายใน ซึ่งราคาทองคำในวันที่ซื้อกับราคาปัจจุบันแตกต่างกัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจแนะนำให้คำนวณมูลค่าตามราคาปัจจุบัน
แม่ภัทรยืนยันว่าจำรายการทรัพย์สินได้ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ และมีภาพถ่ายกับหลักฐานบางส่วนที่เคยเก็บไว้ โดยทรัพย์สินที่เคยเห็นล่าสุด ซึ่งลูกชายนำมาให้ดูและคืนให้แม่ ประกอบด้วยต่างหู 2 คู่ แหวนรุ่น 2 วง และแหวนเพชร 2 วง ซึ่งแม่ภัทรยืนยันว่าไม่ได้มีทรัพย์สินเพียงเท่านี้ เพราะลูกชายรับรู้มาตลอดว่าแม่ซื้อทองคำและทรัพย์สินอะไรเก็บไว้บ้าง
แม่ภัทรยังเปิดเผยว่า ก่อนตัดสินใจแจ้งความ พยายามติดต่อพูดคุยกับลูกชายมาโดยตลอด เพื่อขอให้คืนบ้าน โรงงาน และตู้เซฟ โดยลูกชายเคยรับปากว่าจะคืนทรัพย์สินทั้งหมด แต่มีการเลื่อนเวลาออกไปเรื่อย ๆ กระทั่งนำทรัพย์สินบางส่วนมาคืนและยืนยันว่ามีอยู่เพียงเท่านั้น ซึ่งแม่ภัทรไม่เห็นด้วย เพราะเชื่อว่ายังมีทรัพย์สินอื่นอีก
นอกจากนี้ แม่ภัทรระบุว่า เคยพยายามเข้าไปพูดคุยที่โรงงาน แต่ถูกน้องชายของลูกสะใภ้ขัดขวางไม่ให้เข้าไป พร้อมยืนยันว่าก่อนหน้านี้พยายามเจรจากับลูกชายอย่างเต็มที่แล้ว ไม่ได้ต้องการให้เรื่องบานปลายจนต้องแจ้งความ
แม่ภัทรยืนยันว่า หากเปิดตู้เซฟแล้วพบว่าทรัพย์สินไม่ครบ หรือไม่มีทรัพย์สินเหลืออยู่ ก็พร้อมดำเนินการแจ้งความเพิ่มเติมตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยพิจารณาแนวทางดำเนินการ เพื่อให้สามารถเปิดตู้เซฟตรวจสอบทรัพย์สินได้โดยเร็วที่สุด
ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและพนักงานที่นำตู้เซฟออกมาจากหมู่บ้าน จะช่วยกันยกตู้เซฟขึ้นรถเข็นและเคลื่อนย้ายมายัง สน.วังทองหลาง ก่อนนำไปเก็บไว้ภายในห้องควบคุมตัวผู้ต้องหา เพื่อความปลอดภัย

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเวทีถอดรหัสความสำเร็จ “IP Finance” ระดับโลก ยกระดับ IP สู่หลักประกันการเงินยุคใหม่ของไทยและอาเซียน

เปิดเลขรถ งูเหลือมยักษ์ ซุกห้องเครื่องกระบะ ทำเจ้าของรถลมแทบจับ

หวยลาววันนี้ 15 ต.ค. 69 ตรวจผลหวยลาวพัฒนางวดล่าสุด ผลหวยลาว

ฮือฮา "เลขพญาบึ้ง" เสี่ยงทายคีบกระดาษออกมาให้ สะดุดตาเลขที่ได้
















