ยึดทรัพย์ 2 หมื่นล้าน ล้างบางทุนเทาไม่เว้น ขรก.-นักการเมือง ย้ำรัฐหนุนต่างชาติลงทุนสุจริต

รัฐบาลยกระดับปราบปรามขบวนการ "ทุนเทา-นอมินี" อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสั่งขยายผลอายัดทรัพย์สินไปแล้วรวมมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท พร้อมเปิดสปอตไลต์ตรวจเข้มทุกภาคส่วน
รัฐบาล ยกระดับปราบปรามขบวนการ "ทุนเทา-นอมินี" อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสั่งขยายผลอายัดทรัพย์สินไปแล้วรวมมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท พร้อมเปิดสปอตไลต์ตรวจเข้มทุกภาคส่วน ไม่เว้นแม้กระทั่งข้าราชการหรือนักการเมือง
กวาดล้างทุนเทา อายัดทรัพย์สินกว่า 20,000 ล้านบาท เดินหน้าตรวจสอบไม่เว้น ขรก.การเมือง หากเข้าข่ายต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ปราบปรามนอมินี (18 กันยายน 2569) นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าปราบปรามนอมินี ทุนเทา และขบวนการสวมบัตรประชาชนอย่างต่อเนื่อง ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เชื่อมโยงธุรกรรมการเงิน บุคคล นิติบุคคล ผู้ถือหุ้น และการถือครองที่ดิน เพื่อขยายผลจากผู้เกี่ยวข้องไปถึงเครือข่ายและทรัพย์สิน
นายกรัฐมนตรีกำชับให้การกำกับดูแลคนต่างชาติและแก้ไขปัญหานอมินีดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา รวดเร็ว และใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการใช้นอมินีถือครองที่ดิน การประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย และการใช้ประเทศไทยเป็นฐานก่ออาชญากรรม ขณะเดียวกันยังเปิดรับชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนและประกอบธุรกิจโดยสุจริตและถูกต้องตามกฎหมาย
การทำงานเชิงรุกเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม จากการประสานข้อมูลธุรกรรมทางการเงินเพื่อติดตามความผิดปกติและปราบปรามบัญชีม้า ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลกับข้อมูลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประวัติทางการเงิน ส่งผลให้การยื่นจดทะเบียนบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีลดลงประมาณร้อยละ 70
จากการขยายผลโครงสร้างการถือหุ้น พบประมาณ 2,100 บริษัทเข้าข่ายเป็นนอมินี และอีกกว่า 10,000 บริษัทมีข้อสงสัยต้องตรวจสอบเพิ่มเติม โดยส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมาย
ด้านการถือครองที่ดิน กระทรวงมหาดไทยตรวจพบบริษัทที่มีหลักฐานเข้าข่ายนอมินีถือครองที่ดินมูลค่ารวมกว่า 80,000 ล้านบาท และดำเนินการตามกฎหมายเพื่อนำไปสู่การบังคับจำหน่าย ขณะเดียวกัน การขยายผลขบวนการสวมบัตรประชาชนพบเครือข่ายในหลายพื้นที่ ล่าสุดปฏิบัติการ “ปิดฉากแรงเงา 2” จังหวัดสุราษฎร์ธานี ศาลออกหมายจับ 33 คน จับกุมได้ 27 คน จากเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนโดยมิชอบ
นอกจากนี้ การติดตามเส้นทางการเงินของเครือข่าย “ยิม เลียก–เบน สมิธ” สามารถยึดและอายัดทรัพย์สินรวมประมาณ 20,392 ล้านบาท สะท้อนการขยายผลการปราบปรามจากตัวบุคคลไปถึงเครือข่ายทางการเงินและทรัพย์สิน
นายเอกภพกล่าวว่า ผลการดำเนินงานทั้งการลดลงของบริษัทกลุ่มเสี่ยง การตรวจสอบการถือครองที่ดิน การปราบปรามขบวนการสวมบัตรประชาชน และการยึดอายัดทรัพย์สิน เป็นหลักฐานว่ารัฐบาลเอาจริงกับการจัดการปัญหาที่หมักหมมซุกซ่อนอยู่มานานให้เห็นผลอย่างรวดเร็ว
รัฐบาลจะเดินหน้าบูรณาการข้อมูลและขยายผลตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ทั้งเส้นทางการเงิน โครงสร้างผู้ถือหุ้น บุคคลที่เกี่ยวข้อง และทรัพย์สิน เพื่อดำเนินการกับผู้กระทำผิดตามกฎหมาย
นายเอกภพกล่าวถึงพรรคการเมืองต่าง ๆ ด้วยว่า หากมีสมาชิกหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่เข้าข่ายต้องรับการสอบสวนหรือดำเนินคดีในกรณีนอมินีหรือทุนเทา ขอให้พรรคต้นสังกัดกำชับและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ นำบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนและกระบวนการยุติธรรมเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป ไม่ควรมีการปกป้องหรือแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปตามพยานหลักฐานและกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา

1 ราศี ดวงดีมาก ข่าวดีที่รอคอยกำลังจะมา พร้อมคำแนะนำ 1 เรื่อง

ชาวรังสิตจับตา "สะพานแดง" ขยับขึ้นธงเหลือง ระดับน้ำแตะ 1.36 เมตร เทศบาลเตือนเฝ้าระวังใกล้ชิด

ภาพที่รอคอย "หนุ่ม ศรราม-กุ้งพลอย" เผยโมเมนต์นาทีประทับใจ

ยึดทรัพย์ 2 หมื่นล้าน ล้างบางทุนเทาไม่เว้น ขรก.-นักการเมือง ย้ำรัฐหนุนต่างชาติลงทุนสุจริต
















