ก้าวสำคัญ ! ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นิวเคลียร์ไทย ชูมาตรฐานสากล IAEA วาง 6 ระบบรองรับ SMR

ก้าวสำคัญ ! พนส. ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นิวเคลียร์ไทย ชูมาตรฐานสากล IAEA วาง 6 ระบบรองรับ SMR ย้ำเตรียมพร้อมเชิงรุกก่อนตัดสินใจเชิงนโยบาย
8 ก.ย. 69 คณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (พนส.) เผยแผนยุทธศาสตร์เตรียมความพร้อมด้านพลังงานนิวเคลียร์ของประเทศไทย มุ่งปรับปรุงกลไกกำกับดูแลตามมาตรฐานสากล IAEA พร้อมวางโครงสร้างพื้นฐาน 6 ระบบหลัก เพื่อรองรับเทคโนโลยีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ในอนาคต ชูนโยบายเตรียมพร้อมเชิงรุก ยึดหลักความปลอดภัยสูงสุด บุคลากร และเทคโนโลยี ควบคู่การดันอุตสาหกรรมไทยสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก
การประชุมคณะกรรมการ พนส. ครั้งที่ 2/2569 โดยมี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ปฏิบัติหน้าที่ประธานการประชุม ร่วมด้วย ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. และ นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ได้ร่วมกำหนดทิศทางนโยบายพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติของประเทศ โดยเน้นย้ำบทบาทการเป็นเสาหลักด้านความปลอดภัยของ พนส. ในฐานะผู้กำหนดนโยบาย และ ปส. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล (Regulatory Body)
- เตรียมความพร้อมเชิงรุก ยึดหลัก 3S สร้างความเชื่อมั่น
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เปิดเผยว่า การดำเนินงานของ พนส. อยู่บนแนวคิด "เตรียมความพร้อมล่วงหน้า โดยไม่รอให้เทคโนโลยีมาถึง" เพื่อให้ประเทศไทยมีข้อมูลและระบบที่พร้อมก่อนการตัดสินใจเชิงนโยบาย ทั้งนี้ การเตรียมรับมือ SMR ไม่ได้หมายความว่าประเทศได้ตัดสินใจเลือกใช้พลังงานนิวเคลียร์แล้ว แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศรองรับที่สมบูรณ์ภายใต้หลักสากล 3S ได้แก่ ความปลอดภัย (Safety), ความมั่นคงปลอดภัย (Security) และการพิทักษ์ความปลอดภัย (Safeguards)
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลการประชุมคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติว่า ท่ามกลางวิกฤตการณ์พลังงานทั่วโลก พลังงานนิวเคลียร์รูปแบบ SMR ถือเป็นหนึ่งในพลังงานสะอาดทางเลือกที่ได้รับความสนใจสูง รัฐบาลจึงต้องวางโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยและกฎหมายให้มีความชัดเจนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระดับสากล
สำหรับการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการขับเคลื่อนเทคโนโลยี SMR แบ่งออกเป็น 4 ด้านหลัก ประกอบด้วย
- ด้านกฎหมายและหลักประกันความปลอดภัย
มอบหมายให้สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) เสนอร่างพระราชบัญญัติความรับผิดทางแพ่งต่อความเสียหายทางนิวเคลียร์ (Nuclear Liability Act) ต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อกำหนดกลไกความรับผิดชอบทางการเงิน การจัดตั้งกองทุนชดเชยความเสียหาย และการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบหากเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งเป็นมาตรฐานบังคับตามหลักสากล
- ด้านการพัฒนาบุคลากร
บูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวง อว., กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงพลังงาน ในการจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนและแผนพัฒนาพัฒนากำลังคน รองรับเทคโนโลยี SMR และการกำกับดูแลด้านความปลอดภัย
- ด้านการบริหารจัดการกากนิวเคลียร์
เร่งรัด ปส. จัดทำแผนนโยบายแห่งชาติว่าด้วยการจัดการกากนิวเคลียร์และเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วแบบครบวงจรตลอดวงจรอายุ (Life Cycle) เพื่อป้องกันการส่งต่อภาระและผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมไปยังคนรุ่นหลัง
- ด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี
มอบหมาย หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนเพื่อการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) ร่วมกับกระทรวงพลังงานและ ปส. สนับสนุนงานวิจัยเชิงลึก ทั้งระบบภายในเตาปฏิกรณ์ ชิ้นส่วนโครงสร้างพื้นฐาน (วัสดุปูน เหล็ก วาล์ว ปั๊ม) การเชื่อมโยงระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Integration) เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบแบบจำลองดิจิทัล (Digital Twin) และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security)
จากการประเมินความพร้อมของประเทศไทยตามกรอบแนวทาง 19 ประเด็นของ IAEA พบว่า ประเทศไทยมีความพร้อมแล้ว 10 ประเด็น และอยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการอีก 6 ประเด็น โดยมี 3 เรื่องเร่งด่วนที่ต้องขับเคลื่อน ได้แก่ การกำหนดนโยบายระดับชาติ การจัดตั้งองค์กรขับเคลื่อนหลัก และการจัดหาแหล่งเงินลงทุน นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีแนวคิดส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนและทรัพยากรภายในประเทศ (Local Content) จากภาคอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การก่อสร้าง และโลหะหนัก เพื่อดึงผู้ประกอบการ SME เข้าสู่ระบบนิเวศ (Ecosystem) ของเทคโนโลยี SMR ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระดับภูมิภาค
ด้าน นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ระบุว่า แม้ปัจจุบันประเทศไทยจะมีพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติบังคับใช้อยู่แล้ว แต่การผลักดันร่าง พ.ร.บ. ความรับผิดทางแพ่งต่อความเสียหายทางนิวเคลียร์เพิ่มเติม จะช่วยยกระดับการกำกับดูแลให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลสูงสุด ซึ่งตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ปส. ได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ IAEA ในการประเมินมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อให้มั่นใจว่าการนำพลังงานนิวเคลียร์มาใช้ประโยชน์ในอนาคตจะมีความมั่นคง ปลอดภัย และคุ้มครองประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เปิดโครงสร้าง 6 ระบบหลัก ขับเคลื่อนระบบนิเวศนิวเคลียร์ไทย
เพื่อให้การเตรียมความพร้อมครอบคลุมทุกมิติ ที่ประชุมได้กำหนดกรอบการดำเนินงานผ่าน 6 ระบบสำคัญ ประกอบด้วย
1. กำกับดูแลตลอดวงจรชีวิต (Life-cycle Regulation): ควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยตั้งแต่การคัดเลือกสถานที่ตั้ง การก่อสร้าง การเดินเครื่อง จนถึงการเลิกดำเนินการ
2. ระบบตอบสนองเหตุฉุกเฉินบูรณาการ: ยกระดับแผนเผชิญเหตุทางนิวเคลียร์และรังสีตั้งแต่ระดับชาติถึงระดับพื้นที่ พร้อมเปิดเผยข้อมูลแก่ประชาชนอย่างโปร่งใส
3. กรอบกฎหมายและการคุ้มครอง (Nuclear Liability): พัฒนากฎหมายความรับผิดทางนิวเคลียร์ให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อการคุ้มครองและชดเชยเยียวยาตามหลักสากล
4. การบริหารจัดการกากกัมมันตรังสี: วางระบบจัดการเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วอย่างครบวงจรและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อไม่ทิ้งภาระให้คนรุ่นหลัง
5. การพัฒนาบุคลากรรองรับอนาคต: เร่งสร้างวิศวกร ผู้เชี่ยวชาญ และเยียวยารองรับทักษะใหม่ เช่น AI, Cybersecurity และกฎหมายนิวเคลียร์
6. ยกระดับสู่ผู้สร้างคุณค่าทางเทคโนโลยี (Value Creator): ผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานนิวเคลียร์ระดับโลก
- ผนึกกำลังทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว
ด้าน ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ระบุว่า พร้อมเชื่อมโยงศักยภาพของมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยในการพัฒนาองค์ความรู้และกำลังคนสมรรถนะสูง นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน พนส. รวม 6 ท่าน ครอบคลุมสาขาวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ นิติศาสตร์ และแพทยศาสตร์ ได้แก่ รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม, รศ.สมยศ ศรีสถิตย์, รศ.ดร.พาสิทธิ์ หล่อธีรพงศ์, ดร.สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ, รศ.ดร.สุรศักดิ์ บุญเรือง และ ผศ.พญ.ปฐมพร ศิรประภาศิริ เพื่อร่วมวางรากฐานการใช้นิวเคลียร์เพื่อสันติอย่างมั่นคงและยั่งยืน

สลด พิตบูลจู่โจมเจ้าของดับกลางบ้าน หลังพยายามใส่ปลอกคอให้

ก้าวสำคัญ ! ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นิวเคลียร์ไทย ชูมาตรฐานสากล IAEA วาง 6 ระบบรองรับ SMR

หมอดูดังเคาะ 2 ราศี การเงินแข็งแรง-โชคลาภเด่น ระวังรักซ้อน

เตือน 8-13 ก.ย. นี้ เตรียมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก เริ่มภาคอีสานก่อนลามทั่วประเทศ
















