ข่าว

"ซีพี" ชู Sustainability Report กุญแจขับเคลื่อนธุรกิจยั่งยืน

31 ส.ค. 2569 | 18:13 น.
"ซีพี" ชู Sustainability Report กุญแจขับเคลื่อนธุรกิจยั่งยืน

“ซีพี” ชู Sustainability Report กุญแจขับเคลื่อนธุรกิจยั่งยืน จาก “เป้าหมาย”สู่ “ผลลัพธ์ที่วัดได้”ลดScope 3ลง9.39% ตอกย้ำวิสัยทัศน์ “ศุภชัยเจียรวนนท์”ผลักดันรายงานความยั่งยืนเป็นกลไกสร้างความโปร่งใส ยกระดับธรรมาภิบาลและขับเคลื่อนเศรษฐกิจยั่งยืน

31 สิงหาคม 2569 – เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เปิดเผย รายงานความยั่งยืน ประจำปี 2568 (Sustainability Report 2025) สะท้อนความก้าวหน้าการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนสู่ผลลัพธ์ที่วัดผลได้ พร้อมชู “รายงานความยั่งยืน” ไม่ใช่เพียงเครื่องมือเปิดเผยข้อมูลหรือสรุปผลการดำเนินงาน แต่เป็น กลไกสำคัญในการกำหนดเป้าหมาย ติดตามความก้าวหน้า สร้างความโปร่งใส และผลักดันองค์กรให้พัฒนาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความท้าทายทั้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และกติกาการค้าโลกยุคใหม่

"ซีพี" ชู Sustainability Report กุญแจขับเคลื่อนธุรกิจยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กร และการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า การจัดทำรายงานความยั่งยืนมีความสำคัญมากกว่าการรวบรวมผลการดำเนินงานในแต่ละปี เพราะการมีเป้าหมาย ตัวชี้วัด และการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ทำให้องค์กรสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า สิ่งที่ดำเนินการไปแล้วสร้างผลลัพธ์มากน้อยเพียงใด ยังมีช่องว่างใดที่ต้องพัฒนา และเรื่องใดที่ต้องเร่งดำเนินการต่อไป

“รายงานความยั่งยืนไม่ควรเป็นเพียงรายงานว่าองค์กรทำอะไรไปแล้ว แต่ต้องเป็นเครื่องมือที่ทำให้องค์กรรู้ว่าจะต้องทำอะไรต่อไป เมื่อเรากำหนดเป้าหมาย มีตัวชี้วัด ติดตามผล และเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ก็จะทำให้ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงเจตนารมณ์ แต่กลายเป็นกระบวนการบริหารจัดการที่สามารถวัดผลและพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง”

"ซีพี" ชู Sustainability Report กุญแจขับเคลื่อนธุรกิจยั่งยืน

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่ให้ความสำคัญกับบทบาทของภาคเอกชนในการร่วมแก้ปัญหาความท้าทายของโลก และเคยเสนอให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงตลาดทุนทั่วโลก ผลักดันให้บริษัทจดทะเบียนจัดทำ Sustainability Report เป็นมาตรฐานสำคัญ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ ยกระดับความโปร่งใส และทำให้การดำเนินธุรกิจคำนึงถึงมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน

นายศุภชัย เคยชี้ให้เห็นว่า ระบบตลาดทุนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจ และแม้ที่ผ่านมาได้ยกระดับธรรมาภิบาลเพื่อคุ้มครองผู้มีส่วนได้เสียมาอย่างต่อเนื่อง แต่โลกวันนี้จำเป็นต้องก้าวไปอีกขั้นสู่ “ความยั่งยืนเชิงระบบ” โดยการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนจะช่วยสร้างทั้งความตระหนักรู้ ความรับผิดชอบ และแรงขับเคลื่อนให้องค์กรนำเรื่อง ESG เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์และการดำเนินธุรกิจ

ดร.ธีระพลกล่าวว่า สำหรับ เครือซีพี หลักคิดดังกล่าวถูกนำมาสู่การปฏิบัติภายใต้ค่านิยม “3 ประโยชน์” ที่ยึดประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และองค์กรเป็นลำดับสุดท้าย รวมถึง 3 เสาหลักด้านความยั่งยืน ได้แก่  การกำกับดูแลกิจการ หรือ Heart: Living Rights, การดูแลสังคม หรือ Health: Living Well, และการปกป้องรักษาสิ่งแวดล้อม หรือ Home: Living Togetherโดยมุ่งทำให้เป้าหมายด้านความยั่งยืนสามารถเชื่อมโยงลงไปสู่การดำเนินงานจริง ทั้งภายในองค์กรและตลอดห่วงโซ่อุปทาน

หนึ่งในความก้าวหน้าสำคัญของปี 2568 คือ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม Scope 3 ซึ่งลดลง 9.39% ผ่านการดำเนินตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยเฉพาะการทำงาน ร่วมกับเกษตรกร ซัพพลายเออร์ และพันธมิตรทางธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการผลักดันระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อยืนยันที่มาของวัตถุดิบทางการเกษตรที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า และสนับสนุนการทำเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน

ขณะเดียวกัน การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานโดยตรงใน Scope 1 และ Scope 2 ในปี ลดลง 8.06% เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ในกระบวนการผลิตเป็น 18% และสามารถนำขยะหรือของเสียกลับมาใช้ประโยชน์ (Waste Utilization) ได้ถึง 87.90% ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเดินหน้าสู่เป้าหมาย Zero Waste to Landfill ภายในปี 2030 และ Net Zero ภายในปี 2050

นอกเหนือจากมิติสิ่งแวดล้อม เครือซีพียังสนับสนุนงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) จำนวน 35,390 ล้านบาท เพื่อพัฒนานวัตกรรมด้านอาหาร พลังงาน และเทคโนโลยีการเกษตรยุคใหม่ ตลอดจนดำเนินโครงการส่งเสริมความเท่าเทียมทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Education for Equality) ซึ่งในปีที่ผ่านมาได้มีส่วนสร้างโอกาสการเข้าถึงการเรียนรู้แก่ประชาชนทั่วโลกกว่า 35.8 ล้านคน

ดร.ธีระพลกล่าวเพิ่มเติมว่า ความยั่งยืนไม่สามารถเกิดขึ้นจากองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ที่มีห่วงโซ่อุปทานครอบคลุมผู้ประกอบการ คู่ค้า เกษตรกร และผู้บริโภคจำนวนมาก การกำหนดเป้าหมายและเปิดเผยผลการดำเนินงานอย่างโปร่งใส จึงช่วยส่งต่อมาตรฐานและสร้างแรงขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกันทั้งระบบ

“ความยั่งยืนไม่ใช่เป้าหมายปลายทาง แต่เป็นกระบวนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รายงานความยั่งยืนจึงไม่ใช่บทสรุปของสิ่งที่เราทำสำเร็จ แต่เป็นทั้งกระจกที่ทำให้เราเห็นผลการดำเนินงานของตัวเอง และเข็มทิศที่บอกว่าเรายังต้องพัฒนาเรื่องใดต่อไป สิ่งสำคัญที่สุดคือการนำข้อมูลเหล่านี้กลับไปสู่การลงมือทำ เพื่อสร้างคุณค่าร่วมทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้เติบโตไปด้วยกัน”

 

ทั้งนี้ เครือซีพีจัดทำรายงานความยั่งยืนอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2559 โดย รายงานความยั่งยืนประจำปี 2568 นับเป็นรายงานฉบับที่ 10 ครอบคลุมผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของเครือเจริญโภคภัณฑ์และบริษัทใน 8 สายธุรกิจ ใน 23 ประเทศและเขตเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงความคืบหน้าในการบรรลุยุทธศาสตร์และเป้าหมายความยั่งยืนทั้ง 15 เป้าหมาย ตลอดจนการดำเนินงานเพื่อตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย โดยกำหนดขอบเขตการรายงานจากบริษัทที่เครือฯ ถือครองหุ้นในสัดส่วนมากกว่าหรือเท่ากับ 10% หรือมีอำนาจในการบริหารจัดการและควบคุมการปฏิบัติงาน

นอกเหนือจากรายงานความยั่งยืนประจำปี 2568 เครือซีพียังจัดทำ รายงานเฉพาะเรื่อง (Topic-specific Reports) อีก 5 ฉบับ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกในประเด็นที่สนใจได้อย่างครอบคลุม ได้แก่ Stakeholder Engagement and Materiality Insights Supplement 2025

 

ซึ่งนำเสนอแนวทางการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียและการประเมินประเด็นสาระสำคัญของเครือฯ, Sustainability Performance Supplement 2025 ซึ่งนำเสนอผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนในช่วง 4 ปีล่าสุด, Delivering on Our SDG Commitment 2025 ซึ่งนำเสนอแนวทางการจัดลำดับความสำคัญของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs), Climate & Nature Resilience Supplement 2025 (IFRS S2 & TNFD)

 

ซึ่งนำเสนอการบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสด้านสภาพภูมิอากาศและธรรมชาติตลอดห่วงโซ่คุณค่า และ Human Rights Supplement 2025 ซึ่งนำเสนอแนวทางการเคารพและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน การตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน รวมถึงประเด็นด้านสิทธิแรงงาน อาชีวอนามัยและความปลอดภัย แรงงานข้ามชาติ การป้องกันการเลือกปฏิบัติและการคุกคาม ตลอดจนความหลากหลาย ความเสมอภาค และการมีส่วนร่วม

รายงานความยั่งยืน ประจำปี 2568 ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ จึงไม่เพียงสะท้อนผลการดำเนินงานที่ผ่านมา แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า ด้วยการนำข้อมูลและผลลัพธ์ที่วัดได้มาใช้กำหนดทิศทาง ยกระดับการดำเนินงาน และสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อเปลี่ยนเป้าหมายด้านความยั่งยืนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และสร้างคุณค่าระยะยาวให้แก่ประเทศ ประชาชน และองค์กรตามหลัก “3 ประโยชน์”

 

ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

มท.3 ลงพื้นที่สงขลา เร่งโยธาฯ ลุยระบบระบายน้ำควนลัง-คอหงส์ ป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่

มท.3 ลงพื้นที่สงขลา เร่งโยธาฯ ลุยระบบระบายน้ำควนลัง-คอหงส์ ป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่

"สุนารี" เผยเลขธูปหลังแก้บนศาลตายาย ครอบครัวขอให้สุขภาพแข็งแรง

"สุนารี" เผยเลขธูปหลังแก้บนศาลตายาย ครอบครัวขอให้สุขภาพแข็งแรง

"ซีพี" ชู Sustainability Report กุญแจขับเคลื่อนธุรกิจยั่งยืน

"ซีพี" ชู Sustainability Report กุญแจขับเคลื่อนธุรกิจยั่งยืน

อัปเดตล่าสุด ดินโคลนถล่ม สูญหายกว่า 4,200 คน ขอให้มีปาฏิหาริย์

อัปเดตล่าสุด ดินโคลนถล่ม สูญหายกว่า 4,200 คน ขอให้มีปาฏิหาริย์

รู้แล้วน้ำอะไรที่อยู่ใน หม้อสัมฤทธิ์หัวกระเทียม อายุ 2,000 ปี

รู้แล้วน้ำอะไรที่อยู่ใน หม้อสัมฤทธิ์หัวกระเทียม อายุ 2,000 ปี