ข่าว

นาทีน้ำท่วมเนปาล - ทิเบต กวาดทั้งหมู่บ้าน ยอดเสียชีวิตยังไม่นิ่ง

27 ส.ค. 2569 | 16:45 น.

นาทีน้ำท่วมเนปาล - ทิเบต กวาดหายทั้งหมู่บ้าน ยอดเสียชีวิตยังพุ่งไม่นิ่ง คนหายทะลุพัน ชาวต่างชาติไปเที่ยวช่วงนี้โชคร้ายสุด

เกิดเหตุภัยพิบัติครั้งใหญ่บริเวณพื้นที่ชายแดนเทือกเขาหิมาลัย ระหว่างเนปาลกับทิเบต หลังเกิดมวลน้ำมหาศาลพร้อมดินโคลนและก้อนหินไหลทะลักลงมาตามแม่น้ำ ก่อนเข้ากวาดล้างชุมชนตามแนวภูเขาและหุบเขา สร้างความเสียหายอย่างหนักทั้งบ้านเรือน ถนน สะพาน และระบบสาธารณูปโภค ขณะที่มีรายงานผู้เสียชีวิตและสูญหายจำนวนมาก

 

นาทีน้ำท่วมเนปาล - ทิเบต กวาดทั้งหมู่บ้าน ยอดเสียชีวิตยังไม่นิ่ง

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 โดยพื้นที่ประสบภัยเป็นเส้นทางยอดนิยมของนักเดินป่าและผู้แสวงบุญ ทำให้มีนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติจำนวนมากอยู่ในพื้นที่ ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่ามีนักท่องเที่ยวสูญหายประมาณ 403 ราย ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติราว 341 ราย ขณะที่เจ้าหน้าที่สามารถกู้ร่างผู้เสียชีวิตได้แล้วอย่างน้อย 157 ราย และคาดว่าจำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากยังมีพื้นที่อีกหลายจุดที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าถึงได้

 

ภาพความเสียหายจากพื้นที่ประสบภัยเผยให้เห็นบ้านเรือนจำนวนมากถูกกระแสน้ำและโคลนซัดจนพังถล่ม รถยนต์ถูกกระแสน้ำพัดลอยไปตามทาง ขณะที่สะพานเหล็กหลายแห่งถูกทำลายจนขาดออกจากกัน โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ระบุว่า ความเสียหายเกิดขึ้นแทบทุกจุดที่มองเห็น และหมู่บ้านบางแห่งที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำถูกกระแสน้ำพัดหายไปทั้งหมด

นาทีน้ำท่วมเนปาล - ทิเบต กวาดทั้งหมู่บ้าน ยอดเสียชีวิตยังไม่นิ่ง

หนึ่งในผู้รอดชีวิตวัย 68 ปี เล่านาทีชีวิตว่า ขณะเกิดเหตุมีน้ำโคลนจำนวนมหาศาลไหลบ่าตรงเข้ามาหาบ้าน ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาพยายามคว้ามือภรรยาเพื่อพาขึ้นไปยังระเบียง แต่ภรรยากลับถูกกระแสน้ำและโคลนซัดหายไป ก่อนที่เฮลิคอปเตอร์จะเข้ามาช่วยเหลือเขาในอีก 4-5 ชั่วโมงต่อมา แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบภรรยา

 

ขณะที่ผู้รอดชีวิตอีกรายเล่าว่า สามารถเอาชีวิตรอดมาได้ด้วยการปีนขึ้นไปบนต้นมะม่วง หลังเห็นกระแสน้ำและโคลนพัดทำลายบ้านที่ตนเองทำงานอยู่ต่อหน้าต่อตา

 

นาทีน้ำท่วมเนปาล - ทิเบต กวาดทั้งหมู่บ้าน ยอดเสียชีวิตยังไม่นิ่ง

 

ก่อนหน้านี้มีการตั้งข้อสันนิษฐานว่าแผ่นดินไหวอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ส่วนล่างของธารน้ำแข็งถล่ม จนนำไปสู่เหตุการณ์น้ำหลากครั้งใหญ่ แต่ข้อมูลจากสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ หรือ USGS ระบุว่า แผ่นดินไหวขนาด 4.4 แมกนิจูดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกับภัยพิบัติ อาจไม่ได้เป็นต้นเหตุโดยตรง แต่เป็นแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากการถล่มของหิน น้ำจากธารน้ำแข็ง และเศษซากที่เคลื่อนตัวลงมา

 

ด้านผู้เชี่ยวชาญยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบลำดับเหตุการณ์อย่างละเอียด โดยหนึ่งในกลไกที่ถูกนำมาวิเคราะห์คือการเกิด “Landslide Dam” หรือเขื่อนธรรมชาติจากดินและหินที่ถล่มลงมาปิดกั้นลำน้ำ จนน้ำสะสมตัวกลายเป็นทะเลสาบ ก่อนที่เขื่อนธรรมชาติจะพังทลายและปล่อยมวลน้ำจำนวนมหาศาลออกมาในลักษณะคล้ายเขื่อนแตก

 

 

รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาวิศวกรรมปฐพีและฐานราก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์วิเคราะห์เหตุการณ์ดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊ก Suttisak Soralump โดยตั้งข้อสังเกตว่าลักษณะมวลน้ำระลอกแรกมีขนาดใหญ่ รุนแรง และเคลื่อนที่เร็ว แตกต่างจากน้ำป่าไหลหลากทั่วไป อีกทั้งรูปแบบการไหลยังมีลักษณะคล้าย “เขื่อนแตก”

 

ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า หากไม่ได้เกิดจากเขื่อนที่มนุษย์สร้างขึ้น ก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจเกิดจากการพังทลายของเขื่อนธรรมชาติหรือทะเลสาบธารน้ำแข็ง โดยมวลดิน หิน น้ำ และน้ำแข็งจากพื้นที่ภูเขาสูงอาจถล่มลงมาปิดกั้นลำน้ำ กลายเป็นเขื่อนธรรมชาติ ก่อนน้ำจะสะสมจนมีปริมาณมหาศาล

 

เมื่อเขื่อนธรรมชาติดังกล่าวไม่สามารถรับแรงดันของน้ำได้ อาจเกิดการล้นหรือพังทลายอย่างฉับพลัน และปล่อยมวลน้ำที่สะสมอยู่ทะลักลงสู่พื้นที่ด้านล่างอย่างรุนแรง ขณะเดียวกัน หากมีเขื่อนธรรมชาติเกิดขึ้นหลายจุดตามแนวลำน้ำ ก็อาจเกิดการพังทลายต่อเนื่อง หรือที่เรียกว่า “Cascade failure” ทำให้มวลน้ำเพิ่มขนาดและความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

นาทีน้ำท่วมเนปาล - ทิเบต กวาดทั้งหมู่บ้าน ยอดเสียชีวิตยังไม่นิ่ง

อีกปัจจัยหนึ่งที่เป็นไปได้คือการถล่มอย่างฉับพลันของธารน้ำแข็งหรือมวลหินจากธารน้ำแข็งลงสู่ทะเลสาบธารน้ำแข็ง จนเกิดคลื่นขนาดใหญ่พัดทำลายเขื่อนธรรมชาติและปลดปล่อยมวลน้ำออกมาอย่างรวดเร็ว ปรากฏการณ์ดังกล่าวเรียกว่า “Glacier Lake Outburst Flood” หรือ GLOF

 

รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ยังระบุด้วยว่า เนื่องจากกระบวนการเหล่านี้เกิดขึ้นบนพื้นที่สูงมาก มวลน้ำที่ไหลลงสู่พื้นที่ด้านล่างจึงสามารถเพิ่มความเร็วและพลังทำลายล้างได้อย่างมาก ที่สำคัญการพังทลายของเขื่อนธรรมชาติอาจเกิดขึ้นได้แม้ในวันที่ไม่มีฝนตกหรือท้องฟ้าแจ่มใส ซึ่งเรียกว่า “Sunny day failure” ทำให้เป็นภัยพิบัติที่คาดการณ์และแจ้งเตือนได้ยาก

 

สำหรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบยังเป็นเส้นทางแสวงบุญไกรลาศ–มานาสโรวาร์ ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในทิเบตและได้รับความเคารพจากหลายศาสนา โดยเฉพาะชาวฮินดูที่เชื่อว่าเขาไกรลาสเป็นที่ประทับของพระศิวะ ขณะที่ทะเลสาบมานาสโรวาร์ก็ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน จึงมีผู้แสวงบุญเดินทางเข้าไปในพื้นที่เป็นจำนวนมาก

 

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำเฮลิคอปเตอร์ออกค้นหาผู้รอดชีวิต พร้อมลำเลียงและทิ้งเสบียงฉุกเฉินให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวหลายพันคนที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ขณะที่องค์การสหประชาชาติและหน่วยงานพันธมิตรกำลังระดมเสบียงและบุคลากรเข้าไปช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบ

 

อย่างไรก็ตาม มีรายงานความคืบหน้าว่าจำนวนผู้สูญหายในพื้นที่เนปาลและทิเบตอาจเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 1,000 ราย โดยเกือบ 800 รายเป็นชาวต่างชาติ ขณะที่ตำรวจคาดว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มเกิน 165 ราย หลังยังคงพบร่างผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความพยายามของเจ้าหน้าที่ในการค้นหาผู้สูญหายและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน

 

ทั้งนี้ แม้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะถูกมองว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้ธารน้ำแข็งในเทือกเขาหิมาลัยบางส่วนละลายเร็วขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญยังระบุว่าเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าปัจจัยดังกล่าวมีบทบาทโดยตรงต่อภัยพิบัติครั้งนี้ โดยยังต้องมีการตรวจสอบข้อมูลทางธรณีวิทยาและสภาพพื้นที่อย่างละเอียดต่อไป

นาทีน้ำท่วมเนปาล - ทิเบต กวาดทั้งหมู่บ้าน ยอดเสียชีวิตยังไม่นิ่ง

ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

"วันพระ" ตรง "จันทรุปราคา" ข้อห้าม คำแนะนำที่สายมูควรรู้

"วันพระ" ตรง "จันทรุปราคา" ข้อห้าม คำแนะนำที่สายมูควรรู้

เอาไงดี สาวได้ทำงานในฝัน แต่หัวหน้าเป็นแฟนใหม่ของแฟนเก่า

เอาไงดี สาวได้ทำงานในฝัน แต่หัวหน้าเป็นแฟนใหม่ของแฟนเก่า

กทม. ยกระดับตรวจเข้ม 1,040 สถานประกอบการ สั่งปรับจุดเสี่ยงทันที

กทม. ยกระดับตรวจเข้ม 1,040 สถานประกอบการ สั่งปรับจุดเสี่ยงทันที

นาทีน้ำท่วมเนปาล - ทิเบต กวาดทั้งหมู่บ้าน ยอดเสียชีวิตยังไม่นิ่ง

นาทีน้ำท่วมเนปาล - ทิเบต กวาดทั้งหมู่บ้าน ยอดเสียชีวิตยังไม่นิ่ง

กทม. นำร่อง "ฉีดวัคซีนไข้เลือดออก" ให้ นร.ป.4 ใน 40 โรงเรียน

กทม. นำร่อง "ฉีดวัคซีนไข้เลือดออก" ให้ นร.ป.4 ใน 40 โรงเรียน