คุ้มไหม "TH-AI Passport" เกิดข้อสงสัย-กังวล ซีอีโอ DomeCloud แจงทำไมถึงควรสมัคร

ท่ามกลางข้อสงสัย กังวล TH-AI Passport ว่า คุ้มไหม? ปลอดภัยจริงหรือไม่ ข้อมูลส่วนตัว? ล่าสุดยอดลงทะเบียน ทะลุล้านแล้ว! ซีอีโอ Dome Cloud ออกอธิบายว่า ทำไมถึงควรสมัคร
โครงการ TH-AI Passport โดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มุ่งยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ให้คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวนไม่น้อยกว่า 5,000,000 คน เพื่อเตรียมความพร้อมของกำลังคนไทยสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งได้มีการเปิดลงทะเบียนTH-AI Passport ล่วงหน้าไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค.69 ผ่านเว็บไซต์ de.aipass.net เพื่อสมัคร ยืนยันตัวตน และสร้างบัญชีสำหรับเข้าใช้งาน AiPASS ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม AI ภายใต้โครงการ ก่อนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 สิงหาคม 2569
ล่าสุด 20 ส.ค.69 ณ เวลา 14.40 น. สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีการอัปเดต ว่า TH-AI Passport ยอดลงทะเบียนรับสิทธิ์ AiPASS สำเร็จแล้ว พุ่งทะลุล้านไปเรียบร้อยแล้ว
TH-AI Passport และ AiPASS คืออะไร
- TH-AI Passport คือชื่อโครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย โดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- AiPASS คือแพลตฟอร์มภายใต้โครงการ TH-AI Passport ที่รวบรวมโมเดล AI จากผู้ให้บริการหลายรายไว้ในที่เดียว ให้ประชาชนคนไทยเข้าถึง AI คุณภาพสูงได้โดยไม่ต้องสมัครหลายบัญชี
สำหรับ แพลตฟอร์ม AiPASS ออกแบบให้ผู้เริ่มต้นสามารถทดลองใช้โมเดลหลายประเภทในแพลตฟอร์มเดียว เพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์และเรียนรู้ว่า เครื่องมือแต่ละประเภทเหมาะกับงานลักษณะใด ภายใต้โครงการฯ ประชาชนจะได้รับสิทธิ์เข้าใช้งาน AiPASS ซึ่งรวบรวมโมเดล AI จากผู้พัฒนาชั้นนำกว่า 14 ราย รวมมากกว่า 30 โมเดลไว้ในแพลตฟอร์มเดียว รองรับการใช้งานทั้งด้านการสนทนา การเขียนโปรแกรม การค้นคว้าเชิงลึก
ตลอดจนการสร้างภาพ วิดีโอ และเพลง นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงการเรียนรู้กับการทดลองใช้จริงภายใต้แนวคิด Learn • Earn • Plern ผ่านหลักสูตรด้าน AI กว่า 96 หลักสูตร พร้อมองค์ความรู้และหลักสูตรจากพันธมิตรระดับโลก ได้แก่ Google for Education, Microsoft Elevate และ OpenAI
- ดร.การดี ตั้งข้อสงสัย โครงการ TH-AI Passport เรื่อง ประกาศความเป็นส่วนตัวและข้อกำหนดการใช้งาน
จากกระแสการแห่ลงทะเบียน TH-AI Passport นั้น ทาง ดร.การดี เลี่ยวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคพรรคประชาธิปัตย์ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้ออกมาโพสต์ถึงโครงการนี้ ถึงข้อสงสัย โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว
วันนี้ระบบ AiPASS เปิดให้ลงทะเบียนแล้วค่ะ อ้อได้เข้าไปอ่าน "ประกาศความเป็นส่วนตัวและข้อกำหนดการใช้งาน" อย่างละเอียด และพบข้อความหนึ่งที่สำคัญมาก
ในเอกสารระบุไว้ว่า "แพลตฟอร์มไม่สามารถรับคำสั่ง ประมวลผล และสร้างคำตอบให้แก่ท่านได้ หากปราศจากการส่งต่อข้อมูลไปยังโมเดล AI ที่ท่านเลือกใช้งาน...หากท่านไม่ประสงค์ให้มีการประมวลผลข้อมูลดังกล่าว ท่านจะไม่สามารถใช้บริการได้"
พูดง่ายๆ คือ กระทรวงฯ ยอมรับด้วยเอกสารตัวเองแล้วว่า การส่งข้อมูลของคนไทยไปประมวลผลที่ต่างประเทศ "ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเงื่อนไขบังคับ"
ซึ่งประเด็นนี้ ขัดกับ TOR ข้อ 2.2 อย่างชัดเจน ที่ระบุว่าโครงการนี้จะต้อง "จัดเก็บและประมวลผลภายในประเทศไทย พร้อมยกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายไทยอย่างสูงสุด"
เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่ข้อสงสัยของฝ่ายค้านอีกต่อไปค่ะ แต่เป็นความจริงที่ปรากฏออกมาแล้ว
อ้อขอย้ำจุดยืนในการตรวจสอบเรื่องนี้ ดังนี้ค่ะ
1.ต้องไม่มีการเบิกจ่ายเงินงวดใดๆ เพิ่มเติม จนกว่าจะมีคำชี้แจงที่ชัดเจนและโปร่งใส ถึงความขัดแย้งระหว่าง TOR กับเงื่อนไขการใช้งานที่เกิดขึ้นจริง
2.ต้องเปิดเผยรายละเอียดสัญญาที่แก้ไข ซึ่งตอนนี้ทราบว่ามีการแก้ไขสัญญาเสร็จแล้ว แต่กระทรวงฯ ยังไม่มีการชี้แจงรายละเอียด โดยเฉพาะประเด็นเรื่องรูปแบบการจ่ายเงินแบบ Pay per "active user"
3."ยอดผู้ลงทะเบียน" ไม่ใช่ตัวชี้วัดความคุ้มค่านะคะ และอ้อขอคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าเลยค่ะว่า ต่อจากนี้จะมีความพยายามนำ "ยอดผู้ลงทะเบียน" มาเป็นตัวประกัน เพื่อสร้างความชอบธรรมในการเดินหน้าโครงการต่อ ซึ่งยอดผู้ลงทะเบียน ไม่ใช่ตัวชี้วัดความคุ้มค่า
ประเด็นสำคัญที่ต้องระวังที่สุดเลยก็คือ หน้าต่างลงทะเบียนนี้อาจถูกใช้เป็นเครื่องมืออ้างสิทธิ์ว่าเป็น Active User เพื่อให้เกิดการ "จ่ายเงินรายหัวโดยทันที" ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง ประชาชนอาจจะแค่กดลงทะเบียน แต่ยังไม่ได้มีการใช้งานจริง หรือยังไม่ได้เกิดการพัฒนาทักษะตามวัตถุประสงค์ของโครงการเลยด้วยซ้ำ
ตัวเลขผู้ลงทะเบียน ไม่ใช่คำตอบของการประมวลผลข้อมูล ไม่ใช่คำตอบของการนับ Token และไม่ใช่คำตอบของการจ่าย Pay per use ที่ยังค้างคาอยู่แม้แต่ข้อเดียว และเดาว่าผู้ที่ pre register นี้ จะโดนเหมารวมนับเพื่อจ่ายตังค์แม้ว่าจะไม่มีการใช้งานเลยก็ตาม
ขณะนี้อ้อกำลังรอเอกสารอย่างเป็นทางการจากกระทรวงฯ ในทุกประเด็นที่เคยตั้งคำถามไว้ และขอยืนยันว่าจะไม่หยุดตรวจสอบเพียงเพราะมีตัวเลขผู้ลงทะเบียนสวยๆ มาอ้างอิงเพราะหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ใช่การนั่งนับยอดผู้ใช้งาน แต่คือการ "ปกป้องผลประโยชน์ของชาติ และเงินภาษีของประชาชนทุกบาททุกสตางค์ให้ถึงที่สุด" ค่ะ
จนทำให้เกิดคำถามตัวโตๆเกี่ยวกับ ตามมาว่า สมัครแล้วจะคุ้มไหม เรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลรั่วไหลไหม?
จากประเด็นดังกล่าวที่กำลังเกิดการวิเคราะห์ในทุกๆแง่มุม และชั่งน้ำหนักว่าแท้จริงแล้วประชาชนคนไทยควรจะลง ทาง "เอิร์ธ" ธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โดมคลาวด์ จำกัด (DomeCloud) และผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีบล็อกเชน ออกมาอธิบายแง่มุมที่ว่า ทำไมถึงควรสมัครลงทะเบียน TH-AI Passport ชี้ อย่าเพิ่งอคติจนเกินข้อเท็จจริง
เอาล่ะตอนนี้เริ่มมีความกังวลกันว่า ควรสมัคร AI Pass หรือไม่ ผมในฐานะคนที่ได้รับเชิญมาตั้งแต่ช่วงทดลอง ขอตอบแบบไวๆ ว่า
*** สมัครไปเถอะครับ ***
หลักการเดียวกับไทยช่วยไทยนั่นแหละ คือมันเป็นเงินเราอยู่ดี ไปใช้สิทธิ์ที่พึงได้กันครับ
เรื่องจัดซื้อมีปัญหานั่นอีกเรื่องนึง แต่ในเมื่อมันมาแล้วก็ใช้ประโยชน์จากมันกันเถอะครับ อย่าให้สูญเปล่า
อะ ต่อไปนี้ ตอบยาวๆ กันต่อครับอย่าเพิ่งอคติจนเกินข้อเท็จจริงไปครับ คุยกับแบบแฟร์ๆ อะไรผิดว่าไปตามผิด
1. คุ้มไหม?
- คุ้มครับ
- สดช.จ่ายให้เอกชนตามการใช้งานจริง หัวละ 25 บาทต่อเดือน
- ประชาชนได้ใช้ Opus 4.8, ได้ใช้ Seedance สร้างคลิปความยาว 60 วินาทีต่อเดือน
- ซึ่งเป็นเงินมูลค่าเกิน 25 บาทต่อเดือนไปมาก เอาแค่ Seedance ก็ 60 บาทละ
- อย่าไปมองว่าสมัครเพื่อคุยกับ Gemeni 3.1 Flash Lite ซึ่งฟรีและห่วย แต่ให้มองว่า การที่เราเข้าไปเรียนเดือนละ 10 นาทีก็ได้ใช้ Opus 4.8 ฟรีแล้ว ผมยังนึกช่องทางเข้าถึง Opus 4.8 ฟรีแบบนี้ที่อื่นไม่ได้เลย
- ละนี่ 30 วันแรก ไม่ต้องเรียนก็ได้ใช้ AI ตัวโปรฟรีด้วย ผมว่ายิ่งคุ้ม
2. ข้อมูลรั่วไหลไหม?
- ยังสรุปไม่ได้
- ต้องแยกก่อนว่า ข้อมูลที่ว่ามีอะไรบ้าง คือมีตั้งแต่ 2.1 ข้อมูลส่วนตัวตามที่ ThaID/ทางรัฐ ส่งให้ 2.2 ข้อมูลพฤติกรรม 2.3 prompt (ข้อความที่คุยกับ AI)
- 2.1, 2.2 เขียนใน TOR ชัดเจนว่าต้องเก็บในประเทศ
- อันตรายไหม ไม่ และเป็นปกติมาก ทุกวันนี้เราใช้หรือไม่ใช้ 2.1 ก็เป็นข้อมูลที่รัฐถืออยู่แล้ว (และรั่วไปแล้ว ) ส่วน 2.2 พฤติกรรม เค้าเขียนว่าทำให้เป็นนิรนามแล้ว และข้อมูลส่วนนี้มักเป็นนิรนามตั้งแต่แรก เช่น วันนึงเข้าใช้งานกี่นาที ซึ่งมันระบุอะไรยาก และความน่ากังวลต่ำ
- จะเหลือ 2.3 prompt นี่แหละ ในเงื่อนไขการให้บริการ และประกาศความเป็นส่วนตัว เขียนชัดเจน ว่าจำเป็นต้องส่งไปต่างประเทศ ถ้าไม่ยอมก็อดใช้
- แล้ว 2.3 เนี่ย เราควรจะกังวลไหม ส่วนตัวผมก็ยังมองว่าไม่ ไม่ใช่ไว้ใจโครงการนะ แต่เพราะมันก็เป็นของมันแบบนี้ ถ้ากลัวก็ไม่ได้ใช้ AI ซักตัวครับ ประเทศเราไม่มี AI Data Center ครับ ไปใช้ที่อื่น prompt ก็ส่งออกนอกประเทศหมดอยู่ดี
- ที่ต้องระวัง ไม่ใช่แค่กับที่ระบบนี้ คือเวลาเราเขียน prompt อย่าไปใส่ข้อมูลอะไรที่กลัวรั่วไหลลงไปครับ หยุดที่ตัวเราเสียเอง ก็ไม่เกิดปัญหาละครับ
- ในแง่ TOR ว่าขัดกันไหม ผมก็ยังมองว่าไม่ขัดกับ TOR ข้อ 2.2 และ 4.2.1.7 (2) ที่ระบุเพียงว่า ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลการลงทะเบียน และข้อมูลพฤติกรรม ต้องประมวลผลในประเทศครับ ไม่ได้ห้าม prompt ออกนอกประเทศครับ ซึ่งต้องตีความกันต่อไปว่า prompt ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตามนิยามในมาตรา 6 พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ จึงจะชี้ขาดได้ครับ
3. กลัวเรื่องเอาข้อมูลส่วนตัวเราไปเทรน National LLM
- ไม่ต้องกลัวครับ
- ต่อจากข้อที่แล้ว แยกประเภทข้อมูลก่อน สิ่งที่จะนำไปเทรนคือ 2.2 พฤติกรรมครับ และ 2.3 prompt ครับ ไม่ใช่ 2.1 ข้อมูลส่วนตัว
- โดยเฉพาะ 2.3 prompt เป็นเรื่องที่วงการ AI ทำกันอยู่แล้ว เรียกว่าการ Distill ครับ
- อีกอย่างการเอาข้อมูลส่วนตัวไปบอก AI ก็ไม่เป็นประโยชน์ต่อการเทรนโมเดลอยู่ดีครับ มันรู้ชื่อที่อยู่เราไปก็เท่านั้น เชื่อผม นักวิจัยไม่ได้อยากให้ AI มันรู้เรื่องพวกนี้หรอก รู้ไปก็ไม่ได้ฉลาดขึ้น และอีกอย่าง ถ้าเค้าอยากทำจริง เค้าไม่ต้องตั้งโครงการนี้ เค้าเป็นหน่วยงานรัฐนะครับ เค้ามีทะเบียนราษฎร์ในมืออยู่แล้วครับ จะมารอให้เรากรอกข้อมูลอีกรอบไปทำไม
4. โดเมน .net ไม่ปลอดภัยจริงหรือไม่
- ไม่จริงครับ
- ลำพังตัวโดเมนเองไม่ได้มีปัญหาอะไร
- การใช้ .net ไม่ได้แปลว่าอันตรายโดยปริยาย
- การใช้ .net ไม่ได้บ่งบอกว่ามันประมวลผลในหรือนอกประเทศ
- ปัญหาเดียวของเรื่องนี้เลยคือ .net มันจดง่าย อาจมีโจรไปจดโดเมนที่ดูเผินๆ คล้ายกัน เช่นกรณี Facebook[dot]com เคยมีโจรจด Faecbook[dot]com ไปหลอกให้ชาวบ้านคลิกลิงก์เพื่อขโมยรหัสผ่าน สลับตัวหนังสือนิดเดียว ไม่ทันสังเกตอาจเข้าใจผิดว่าเป็นเว็บจริง
- ดังนั้นเห็น .net ไม่ได้แปลว่าอันตรายในทันทีนะครับ สรุปไม่ได้ แต่แค่มันเปิดโอกาสให้มีคนมาหลอกได้ ซึ่งจะมีหรือไม่มี เนียนหรือไม่เนียน ก็ต้องว่ากันต่อไป
- แต่ถามว่าเมคเซนส์ไหมที่ต้องย้ายไป .go.th ผมตอบได้ทันทีว่า ควรเป็นอย่างยิ่ง เพราะเรื่องนี้เคยมีมติครม.แล้ว และมาตรฐาน มสพร. 11-2566 ข้อ 3.1.1 ก็กำหนดไว้ชัดเจน
- รวมถึงตอนนี้มีการจดโดเมน aipass.go.th แล้ว และทาง สกมช. ผู้ดูแลเรื่องความปลอดภัยไซเบอร์ภาครัฐ ก็เป็นผู้แนะนำให้ใช้ช่องทางนี้ ดังนั้นสดช. ก็ควรพิจารณาย้ายไปใช้ช่องทางนี้เถอะครับ

"หวยฮานอยวันนี้" 20/8/69 สด ตรวจหวยฮานอยวันนี้ ผลหวยฮานอยล่าสุด

4 จุดบนร่างกายที่มี "ก้อนไขมันสีเหลือง" ทำเสี่ยงโรคหัวใจ

เหมืองทองคำถล่มครั้งใหญ่ในแอฟริกากลาง ดับแล้วกว่า 100 ราย

คุ้มไหม "TH-AI Passport" เกิดข้อสงสัย-กังวล ซีอีโอ DomeCloud แจงทำไมถึงควรสมัคร
















