ชาวเน็ตน้ำตาไหลตาม ชีวิตล่าสุด หนูน้อย พ่อพาหัดนอนในหลุมให้ชิน

ชีวิตล่าสุด หนูน้อย 2 ขวบป่วยธาลัสซีเมีย จนพ่อเกือบถอดใจ พาลูกสาวหัดนอนในหลุมให้คุ้นชิน ชาวเน็ตน้ำตาไหลตาม
เรื่องราวที่เคยสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้คนในประเทศจีน กลับกลายเป็นเรื่องราวแห่งความหวังในเวลาต่อมา หลังเด็กหญิงซึ่งเคยป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง จนพ่อถึงขั้นขุดหลุมศพเตรียมไว้ให้และพาลูกสาวลงไปนอนด้วยกัน วันนี้เธอสามารถกลับมามีสุขภาพแข็งแรงและใช้ชีวิตได้ตามปกติ ขณะที่หลุมศพแห่งความสิ้นหวังถูกเปลี่ยนเป็นสวนดอกไม้ที่เต็มไปด้วยความหมาย
เรื่องราวของ จางซินเล่ย เด็กหญิงจากเมืองเน่ยเจียง มณฑลเสฉวน ประเทศจีน เป็นที่รู้จักในวงกว้างตั้งแต่ปี 2560 หลังเธอเกิดมาพร้อมกับโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง ส่งผลให้ต้องเข้ารับการถ่ายเลือดอย่างต่อเนื่อง และมีความเสี่ยงต่อพัฒนาการล่าช้า รวมถึงภาวะแทรกซ้อนเกี่ยวกับหัวใจ
ในเวลานั้นชีวิตของเด็กหญิงเต็มไปด้วยข้อจำกัด เธอมักใช้เวลาอยู่ตามลำพัง เล่นกับลูกสุนัขหรือกองทรายของเพื่อนบ้าน เนื่องจากอาการป่วยทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตเหมือนเด็กทั่วไปได้
แม้การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์จะเป็นแนวทางที่สามารถช่วยรักษาโรคได้ แต่การหาผู้บริจาคที่มีความเข้ากันได้ถือเป็นเรื่องยาก ขณะที่ จางลี่หยง ผู้เป็นพ่อ มีรายได้เพียงเดือนละประมาณ 2,500 หยวน หรือราว 12,000 บาท แต่ครอบครัวต้องแบกรับค่ารักษาลูกสาวตลอด 2 ปีสูงกว่า 140,000 หยวน หรือประมาณ 682,000 บาท จนเงินเก็บแทบหมด แม้ชาวบ้านจะช่วยกันบริจาคเงินให้ครอบครัวก็ตาม
กระทั่งเดือนมิถุนายน 2560 ผู้เป็นพ่อจึงตัดสินใจขุดหลุมแห่งหนึ่งบนที่ดินของครอบครัว และพาลูกสาววัย 2 ขวบลงไปนอนและเล่นด้วยกัน โดยเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า “ที่พำนักสุดท้าย”
เขาหวังเพียงว่าการทำให้ลูกสาวคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้ จะช่วยให้เธอไม่หวาดกลัวหากวันหนึ่งต้องเผชิญกับความตาย ขณะที่แม่ของเด็กหญิงนำป้ายไปติดไว้ใกล้บริเวณดังกล่าว เพื่อขอความช่วยเหลือจากผู้คนในการรักษาลูกสาว
ภาพครอบครัวพาเด็กหญิงลงไปอยู่ในหลุมศพสร้างความสะเทือนใจอย่างมาก และทำให้เกิดความคิดเห็นหลากหลาย บางส่วนเรียกร้องให้หน่วยงานเข้าช่วยเหลือ ขณะที่บางคนกลับวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจของผู้เป็นพ่อ
อย่างไรก็ตาม หลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไปอย่างกว้างขวาง มีการระดมทุนช่วยเหลือค่ารักษา ขณะที่รัฐบาลท้องถิ่นเข้ามาช่วยรับภาระค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ ทำให้ครอบครัวมีโอกาสต่อสู้เพื่อรักษาลูกสาวต่อไป
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม 2560 เมื่อจางซินเล่ยมีน้องสาวเกิดมา และครอบครัวได้เก็บเลือดจากสายสะดือเอาไว้ ก่อนนำมาใช้ในการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ให้กับเด็กหญิง
การผ่าตัดใช้เวลานานถึง 8 ชั่วโมง ก่อนที่เด็กหญิงจะเข้าสู่ช่วงพักฟื้นและติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง กระทั่งผลเลือดกลับมาเป็นปกติ และเธอไม่จำเป็นต้องเข้ารับการถ่ายเลือดเป็นประจำทุกเดือนอีกต่อไป
ต่อมาผู้สนับสนุนในท้องถิ่นยังเข้ามาช่วยเหลือค่าใช้จ่ายด้านการรักษา ทำให้ครอบครัวสามารถทุ่มเทเวลาให้กับการดูแลเด็กหญิงได้อย่างเต็มที่
เวลาผ่านไป จางซินเล่ยเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรง ผลตรวจสุขภาพเป็นที่น่าพอใจ และปัจจุบันเธอสามารถเข้าเรียนระดับประถมศึกษาได้ตามปกติ เธอเติบโตเป็นเด็กหญิงร่าเริง ชื่นชอบการวาดรูปและการเต้นรำ อีกทั้งยังมีผลการเรียนที่ดี
สิ่งที่ทำให้เรื่องราวนี้ยิ่งสะเทือนใจและอบอุ่นหัวใจไปพร้อมกัน คือ หลุมศพที่พ่อเคยขุดเตรียมไว้ให้ลูกสาวในวันนั้น ไม่ได้กลายเป็นสถานที่แห่งสุดท้ายของชีวิตอีกต่อไป
พ่อแม่ของจางซินเล่ยตัดสินใจเปลี่ยนพื้นที่ดังกล่าวให้กลายเป็น สวนดอกทานตะวัน โดยผู้เป็นแม่เรียกสวนแห่งนี้ด้วยความรักว่า “สวนวิเศษของซินเล่ย” และเชื่อว่าจะนำพาความโชคดีมาสู่ครอบครัว
จากสถานที่ที่เคยสะท้อนความสิ้นหวังของครอบครัว กลับกลายเป็นสวนดอกไม้ที่เต็มไปด้วยชีวิตและความหวัง เรื่องราวของจางซินเล่ยจึงกลายเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า ในวันที่ทุกอย่างดูเหมือนจะไม่มีทางออก ความช่วยเหลือจากผู้คนและโอกาสในการรักษา อาจเปลี่ยนชะตาชีวิตของคนคนหนึ่งไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ข้อมูลจาก SCMP

ชาวเน็ตน้ำตาไหลตาม ชีวิตล่าสุด หนูน้อย พ่อพาหัดนอนในหลุมให้ชิน

อุตุฯ เตือนไทยตอนบนรับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก 18-21 ส.ค. 69

หวยออกวันนี้ 16 สิงหาคม 69 ตรวจหวย ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16/8/69

รอยไหม้ยาวรอบคอ! ชายวัย 50 ขี่ จยย. โดนสายเคเบิลห้อยบาดคอเจ็บ
















