สุดอุกอาจ คนร้ายควงลูกซอง บุกงาน "ชิม ช้อป ใช้" บาดเจ็บ 6 ราย

โคราชระทึก คนร้ายควงลูกซอง บุกกลางงาน "ชิม ช้อป ใช้" บาดเจ็บ 6 ราย เปิดชนวนเหตุ เร่งตามล่ากลุ่มผู้ก่อเหตุมารับโทษ
เกิดเหตุระทึกกลางงาน “ชิม ช้อป ใช้” บริเวณหน้าอนุสาวรีย์พ่อขุนทด อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เมื่อช่วงค่ำวันที่ 12 สิงหาคม 2569 หลังกลุ่มคนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธมีดทำร้ายคนในงาน ก่อนใช้อาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ยิงใส่ผู้คน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 ราย โดยมี 1 รายอาการสาหัส
เหตุการณ์เกิดขึ้นเวลาประมาณ 22.30 น. ซึ่งเป็นช่วงที่งานใกล้เลิกและบรรดาพ่อค้าแม่ค้ากำลังเก็บร้าน จู่ๆ เกิดเหตุทะเลาะวิวาท ก่อนกลุ่มผู้ก่อเหตุจะใช้อาวุธมีดและปืนลูกซองก่อเหตุยิง ส่งผลให้ผู้คนในบริเวณดังกล่าวแตกตื่นและพากันหลบหนี
หลังได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ด่านขุนทด รีบเข้าระงับเหตุ พร้อมติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุ โดยสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 1 ราย ขณะที่ผู้บาดเจ็บได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยกู้ภัยฮุก 31 จุดด่านขุนทด และนำส่งโรงพยาบาลหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ด่านขุนทด ก่อนที่ผู้บาดเจ็บบางรายจะถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา
สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 6 ราย ประกอบด้วย
- นายประกอบ ปฎิทิน ผู้จัดงาน ถูกอาวุธมีดฟันบริเวณแผ่นหลังและนิ้วมือ
- นายสุทน ป้อมกลาง ถูกยิงบริเวณแผ่นหลังและแขนขวา
- นายวีรวุฒิ หมายสุข ถูกยิงตามร่างกายและแขนรวม 13 นัด อาการสาหัส
- นางสุภาวณี โสดา ถูกยิงบริเวณขา 2 นัด และมีสะเก็ดปืนถูกบริเวณหลัง
- นางปนัดดา ปานเกิด ถูกยิงบริเวณแขนซ้าย
- นายเต้ ไม่ทราบนามสกุล ถูกยิงบริเวณหลัง 9 นัด
ด้าน พ.ต.ท.อาคม ชุดขุนทด รอง ผกก.ป.สภ.ด่านขุนทด พร้อมกำลังตำรวจ เข้าติดตามและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 1 ราย ก่อนนำตัวไปสอบสวน พร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และเก็บหลักฐานสำคัญ รวมถึงตรวจหาเขม่าดินปืนจากตัวผู้ต้องสงสัย
จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ต้องสงสัยกำลังพยายามขโมยรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่บริเวณงาน แต่เจ้าของรถมาพบเข้าเสียก่อน จึงเข้าไปพูดคุยและเกิดปากเสียงกัน ก่อนเจ้าของรถและผู้จัดงานจะช่วยกันควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไว้
ต่อมา ผู้ต้องสงสัยอีกคนสามารถวิ่งหลบหนีออกไปได้ ก่อนจะกลับมาพร้อมพวกและนำอาวุธมีดกับปืนเข้ามาก่อเหตุ จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย จากนั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไป
ขณะนี้ตำรวจ สภ.ด่านขุนทด อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุที่เหลือ พร้อมรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับชนวนเหตุและจำนวนผู้ก่อเหตุที่แน่ชัด ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน




















