ข่าว

"ธนารัตน์" แจงชัด สาเหตุ รับเป็นวิทยากรอบรมบุคลากรโครงการ TH-AI Passport

22 ก.ค. 2569 | 20:18 น.
"ธนารัตน์" แจงชัด สาเหตุ รับเป็นวิทยากรอบรมบุคลากรโครงการ TH-AI Passport

ธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO บริษัท DomeCloud ออกมาเคลียร์ชัด แจงละเอียดยิบ สาเหตุรับเป็นวิทยากร อบรมบุคคลากร โครงการ TH-AI Passport

จากประเด็นเรื่อง "TH-AI Passport" หรือ AI PASS โครงการยกระดับทักษะ AI ของคนไทย ที่กำลังถูกสังคมจับตามอง ตามมาการตั้งคำถามและข้อสงสัยในหลายๆด้าน โดยทาง นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) และ CEO ของบริษัท DomeCloud ออกมาโพสต์ชี้แจงผ่านโลกออนไลน์ เกี่ยวกับการรับเป็น วิทยากร อบรมบุคคลากรในโครงการ TH-AI Passport พร้อมย้ำ เมื่อโอกาสมาถึง หลังได้รับการติดต่อให้เป็นวิทยากร คิดแล้วว่านี่แหละโอกาสที่จะผลักดันภารกิจนี้ ก็สนใจที่จะรับ และได้ตัดสินใจไปเรียบร้อยแล้ว 

"ธนารัตน์" แจงชัด สาเหตุ รับเป็นวิทยากรอบรมบุคลากรโครงการ TH-AI Passport

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โดย นายธนารัตน์ ได้กล่าวถึง เรื่องจัดซื้อ TH AI Passport ชาวเน็ตเสียงแตกเป็นสองฝั่ง


ทีม A มองว่ามันมาแน่ เลยต้องช่วยกันตบตีให้เข้ารูปเข้ารอย จะได้คุ้มค่ามากขึ้น ด่าจนกว่าจะแก้ไขว่างั้น
ในขณะที่ทีม B มองว่ายังล้มทัน อย่าเพิ่งไปคุยเรื่องแก้ไขติชมระบบ นาทีนี้ต้องคุยเรื่องทำไงก็ได้เพื่อยกเลิกโครงการแล้ว B ก็ตีกันเองกับ A


ตัวผมเองเป็นทีม A เพราะคิดว่าหนีไม่พ้น แต่ก็มีข้อมูลวงในมาว่า มันยกเลิกได้ งวดแรกยังไม่ได้จ่าย ถ้าจริงแบบนั้นก็เข้าใจได้ว่ามีหวัง  แต่ผมก็คิดว่าเรื่องนี้มันจะไม่ล้ม เพราะมันล้มไม่ได้ มันเป็นเรื่องอนาคตทางการเมืองของไชยชนก


ล่าสุดตอนนี้มีการทาบทามผมไปเป็น วิทยากรอบรมบุคคลากรในโครงการ ถ้าผมตกลงก็ยิ่งตอกย้ำไปใหญ่ว่าผมอยากจะสวนกระแสทีม B ไปทีม A ให้ได้

ถ้าผมรับงาน มันตรงกับที่ผมคิดก็จริง แต่มันจะทำให้ทีม B ไม่พอใจแน่ๆ ผมต้องใช้ความคิดเป็นอย่างมากที่จะหนักแน่นในจุดยืน หลังจากที่แตะเรื่องนี้ิน้อยมากมาหลายวัน วันนี้ผมตัดสินใจแล้ว ผมตกลงจะช่วยเป็นวิทยากรให้เค้าครับ

"ธนารัตน์" แจงชัด สาเหตุ รับเป็นวิทยากรอบรมบุคลากรโครงการ TH-AI Passport


วอนพี่ๆ ทีม B ฟังเหตุผลผมนิดนึง


1. ในทางระเบียบ ใช่ ถ้ายังไม่จ่ายงวดแรก ยังมีลุ้นคว่ำโครงการ แต่ในทางปฏิบัติ เราเห็นกันดีแล้วว่าคดีที่ชัดมากๆ อย่างบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ก็ยังไม่จบ ไอ้คำว่า ผิด 100% แต่รอด 1,000,000% แม่งมันเฮงซวยเกินกว่าจะยอมรับ แต่ผมไม่มีอำนาจไปทำอะไร ในขณะที่อย่างน้อยถ้าผมไปเป็น speaker ผมยังมีโอกาสเอาผลประโยชน์ของชาติกลับมา

2. ผมไม่อยู่ทีม B ไม่ได้แปลว่าผมขัดขวางทีม B การกระทำของผมไม่มีผลอะไร ที่กล่าวอ้างว่าผมช่วยเสริมความแกร่งให้กับโครงการเป็นเหตุให้คว่ำยากขึ้น ผมไม่คิดว่าเป็นเรื่องจริง ในทางกลับกัน ถ้าผมมีพลังขนาดนั้นจริง การที่ผมเข้าทีม B ย่อมทำให้คว่ำโครงการได้ง่ายขึ้นเช่นกัน ผมไม่ใช่ keyman ผมไม่มีอำนาจ อันที่จริงผมไม่สามารถช่วยอะไรจากการเข้าทีม B ได้ด้วยซ้ำ แต่ถ้าอยู่ทีม A ผมยังสามารถพอที่จะทำอะไรได้


3. ผมไม่ได้วาง narrative ให้สังคมยอมแพ้ ตัวผมเองก็ไม่ได้ยอมแพ้ ผมเอาใจช่วยทีม B เสมอ แต่ผมแค่ไม่มีอำนาจหรือบทบาทอะไรในทีม B ในขณะที่ถ้าผมเป็นทีม A ผมยังมีบทบาทบ้าง ถ้าผมไม่รับสิแปลว่าผมยอมแพ้ ยอมแพ้ให้พวกแม่งที่เป็นใครก็ไม่รู้มาชุบมือเปิบ ในเมื่อผมเข้าไปลงมือแก้ไขได้ ผมก็ยินดีจะทำ


ช่วยค้านผมที ผมพร้อมฟังป.ล. ไม่ได้จ้างตรง เข้าใจว่าเป็นการจ้างช่วงงานส่วนฝึกอบรมออกมาจ้างช่วงต่ออีกอีกที

 

และหลังจากโพสต์ข้างต้นได้เผยแพร่ผ่านโซเชียลไปแล้ว ทาง  นายธนารัตน์  ได้มาชี้แจงเพิ่มเติม ด้วยข้อความร่ายยาว ว่า   หลังจากโพสต์ ทีม A ทีม B ผมพบว่าส่วนมากจะใช้ตัวอย่างผลไม้พิษซึ่งผมก็ไม่เห็นด้วยอยู่ดี เพราะมันเทียบกันไม่ได้

 

ผมยกกรณีที่ผมสู้มาแล้วก็ได้ ผมเล่าได้เต็มปากดี
1. ผมเจอบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งผิดรัฐธรรมนูญชัดเจน
2. ผมสู้จนเรื่องถึงศาล
3. แต่กกต.ก็รับรองผลการเลือกตั้ง และมีการตั้งรัฐบาลอยู่ดี
4. ต่อให้ในภายหลังศาลตัดสินให้บาร์โค้ดผิด ก็ไม่สามารถย้อนเวลาได้
ถ้าจะใช้หลักการผลไม้พิษ นั่นแปลว่าใครก็ตามที่มีส่วนร่วมเป็นสมาชิกสภา ย่อมผิดหมดทุกคน


แต่ความเป็นจริงคือ เรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญก็ดำเนินไป พร้อมๆ กับการตรวจสอบจากฝ่ายค้านก็ต้องทำไปควบคู่กัน ไม่มีใครบอกว่าฝ่ายค้านเห็นดีเห็นชอบกับผลไม้พิษสักคน

  • กรณี TH AI Passport

1. พรรคประชาชนพบปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างของโครงการ
2. สู้จนเรื่องถึงชั้นกรรมาธิการและอัยการสูงสุดแล้ว (อัยการตรวจสัญญา)
3. แต่โครงการก็เดินหน้าอยู่ดี คนนอกอาจจะไม่รู้ แต่ผมได้ทดลอง ผมรู้ว่ามันจะมาสิ้นเดือนนี้แล้ว
4. ต่อให้ในภายหลังอัยการสูงสุดออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว มันก็ไม่สามารถย้อนเวลาได้
พอเป็นกรณีแบบนี้ เทียบกันได้ตรงๆ คือทีม A เป็นฝ่ายค้านของกรณีแรก และทีม B เป็นศาลรัฐธรรมนูญแต่ครั้งนี้ หลายคนกลับบอกว่าทีม A เข้าตำราผลไม้พิษมันจะไปใช่ตำรานั่นได้ยังไง เงื่อนไขคนละแบบโดยสิ้นเชิง


ผมไม่ได้มีธงและผมไม่ได้ดื้ออะไร แต่ถ้าจะค้านผม เราก็มาคุยกันว่าวิธีคิดของคุณคืออะไร หักล้างกับผมได้ไหม ซึ่งจนถึงตอนนี้ผมยังไม่เห็นใครยกหลักการที่หักล้างได้
เช่นเดิมครับ โพสต์นี้ก็จะรับฟังต่อเช่นกัน และยินดีมากที่เราจะได้แลกเปลี่ยนกันครับ

จากนั้นก็ตามมาด้วยโพสต์   ทาง CEO ของ DomeCloud ได้มาตอบคำถามทุกข้อสงสัยต่างๆ พร้อมย้ำว่า วิจารณ์ผมได้ แต่อยากให้ช่วยอ่านบริบทก่อนนิดนึง อย่าเพิ่งต่อยผิดตัวครับ!


เพิ่งตื่น...พอดีทำร้านเบียร์ กว่าร้านจะปิด กว่าจะอาบน้ำ เลยเล่นเอาเกือบเช้าโอ้โหนี่มันอะไรกันครับเนี่ย เป็นข่าวใหญ่โตอะไรปานนั้นก่อนอื่นเลย ขอบคุณทุกคำท้วงติง ผมได้อ่านแล้ว แต่อาจจะไม่ได้ตอบ ตอบไม่ไหวจริงๆ เยอะมากๆ

 

ผมขอตอบแบบไวๆ ตรงนี้ไว้เท่านี้ครับ

1. ผมไม่ได้เล่นการเมือง และผมจะไม่มีวันเล่น ให้ผมจำให้ได้ก่อนว่าประชุมเดือนที่แล้ว รับปากอะไรใครไว้ ผมก็ลืมแล้ว ผมไม่มีคุณสมบัติอะไรที่เหมาะเลยครับ แถมอีกอย่าง เงินเดือนสส.ไม่พอใช้ครับ วุฒิการศึกษาก็ไม่ได้โดดเด่น ไม่มีผลงานอะไรเด่น เป็นแค่คนทำธุรกิจเล็กๆ ขาดทุนบ้าง กำไรนิดหน่อย เป็นแค่โนบอดี้ครับ


2. ตอนนี้ผมเป็นมากสุดคือที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการชุดหนึ่ง ซึ่งไม่ได้มีค่าตอบแทนอะไร ช่วยด้วยใจ ไม่มีนัยยะสำคัญอะไร แม้แต่บัตรเข้าอาคารรัฐสภาก็ยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ


3. เมื่อผมไม่ได้มีตำแหน่งทางการเมือง หรือมีอิธิพลเหนืออะไรใคร การที่บอกว่าผมโดนซื้อไปแล้ว จึงไม่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง เค้าจะซื้อผมทำไมครับ ผมช่วยอะไรเค้าได้  แต่ไม่เป็นไรครับ ถ้าแค่คอมเมนต์สนุกๆ ผมเข้าใจ มันเกิดขึ้นได้ และสบายใจได้ มีคนดักไว้ละว่าผมจะฟ้อง ตั้งแต่บาร์โค้ด ผมโดน SLAPP มาเยอะ ดังนั้นผมจะไม่ฟ้องใครโดยไม่จำเป็น แต่ถ้าเป็นไปได้ อย่าใส่ร้ายผมแบบนี้เลย


4. ถ้ามีโอกาสได้ดูเอกสารราคากลาง จะเห็นได้ว่า งบในส่วนการเป็นวิทยากรอยู่ที่ชั่วโมงละ 1,200 บาท โดยจะจัด 4 รอบ รอบละ 6 ชั่วโมง รวมทั้งสิ้น 28,800 บาท ผมยังไม่ได้คุยตัวเลข แต่ผมเห็นเลขนี้นานแล้วเพราะผมเข้ากมธ.กับสส.ไอซ์ (สส.ไอซ์ชวนด้วยตัวเอง) และในอนุที่ผมเป็นที่ปรึกษา ก็มีวาระเรื่องนี้ ดังนั้นผมเตรียมใจไปแล้วมันคือตัวเลขแค่นี้ ที่ผมจะสื่อก็คือ คำพูดมากมายความหมายรับงานบลาๆ มันเป็นเงินแค่นี้เองครับ ถ้าใครคิดว่าเป็นเพราะเรื่องเงินใช่ไหม ผมตอบเลยว่าไม่ใช่ครับ


เอกสารชุดนี้สส.ไอซ์เป็นคนเผยแพร่ครับ ตามอ่านได้เลย ( อ่านเอกสาร )
 

5. ผมเห็นแล้วว่าโครงการนี้แม่งคว่ำไม่ทัน 1 สิงหา ยังไงมันก็ไม่ทันครับ กมธ.ติดตามงบยังเจออุปสรรคในการเรียกข้อมูลอยู่เลย ผมคิดว่ายังไงก็ต้องมีทีมสำรองออกไปลุยครับ เพราะกมธ.ติดตามงบใช้เวลาอีกนาน เป็นการเช็คบิลเอาผิดย้อนหลัง ไม่ใช่การยับยั้งเหตุ คนละภารกิจกัน มันก็เหมือนกับตอนที่มีคนขับรถชนแล้วพบว่าเมาแล้วขับ เลยทำโทษย้อนหลัง ในขณะที่มีความพยายามจากจราจรอีกชุด ที่ตั้งด่านเป่าแอลกอฮอล์ จับตั้งแต่ก่อนชนนั่นแหละ มันคนละภารกิจกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าขัดแย้งกัน


6. สถานการณ์ปัจจุบัน สิ่งที่กมธ.ติดตามงบทำอยู่ คือพยายามคว่ำโครงการให้ได้ พูดง่ายๆ ถ้าสำเร็จ รัฐจ่าย 0 บาท ถ้าไม่สำเร็จ จ่าย 1620 ล้าน ในขณะที่การต่อสู้ที่อีกฝ่ายนึงทำ ส่งผลแล้วทันที คือสดช.แก้สัญญา เปลี่ยนจากจ่ายเหมาเป็น Pay per Active User แปลว่าอะไร แปลว่ากรอบเงินที่รัฐต้องจ่ายจากผลงานทีมนี้ คืออยู่ระหว่าง มากกว่า 0 ถึงน้อยกว่า 1620 ล้าน โดยตัวเลขที่ประเมินจะอยู่ที่ 630 ล้านบาท ประหยัดลงไป 1 พันล้านครับ นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าทีมนี้ทำได้ดีและผมอยากช่วยทีมนี้ และขอย้ำอีกที ทีมกมธ.จะคว่ำ ก็ดำเนินงานไป ผมไม่ได้แย้งอะไร


7. ตัวเลข 630 ล้านมาจาก ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับ Generative AI ประมาณ 120 ล้านบาท และอีก 510 ล้านบาท จากตัวเลขประเมินว่าจะมีผู้ใช้จริง 1.7 ล้าน โดยตัวเลข 1.7 ล้านมาจากจำนวนคนที่ DE ทำหนังสือขอความร่วมมือให้เข้ามาใช้งานได้ ได้แก่ข้าราชการทั้งประจำและลูกจ้าง รวมถึงพนักงานรัฐวิสาหกิจ โดยทุก 1 คนที่มาใช้ สดช.จะต้องจ่าย 25 บาทต่อเดือน รวมแล้ว 300 บาทต่อปี 1.7 ล้าน × 300 = 510 ล้านบาท รวมกับ 120 ล้านก่อนหน้า เป็น 630 ล้านบาท 


เรายังมีทางเลือกอื่นอีกที่จะทำให้ประเทศเสียหายน้อยลงครับ คว่ำได้เป็นเรื่องที่ดี แต่ผมกลัวจะคว่ำไม่ได้ ผมได้บทเรียนแล้วว่าเราประมาทไม่ได้ ขนาดบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งยังคว่ำการตั้งรัฐบาลไม่ได้เลยครับ ดังนั้นถ้าทำอะไรก็ได้ แล้วประเทศเสียหายน้อยลง ผมว่าเราควรทำ ทำให้เสียหาย 0 บาทเลย สำหรับผมผมมองว่าตอนนี้เราทำไม่ทันครับ ดังนั้นลดความเสียหายได้กี่บาท ก็เป็นผลดีทั้งสิ้น ไม่ใช่หรอครับ

"ธนารัตน์" แจงชัด สาเหตุ รับเป็นวิทยากรอบรมบุคลากรโครงการ TH-AI Passport
8. ผมมีภารกิจที่อยากทำมานานแล้ว ผมพูดครั้งแรกในงาน AI ประชาชน ว่าการทำหนังสือขอให้ 1.7 ล้านคนนั้นมาใช้งาน เงินจะหล่นน้ำฟรีถ้าไม่มีการกดดันในหลักสูตรพัฒนาบุคลากรให้มากกว่านี้ กลัวมันจะกลายเป็นการสั่งให้ข้าราชการเข้ามาใช้งานเพื่อจะได้เบิกเงินได้ และไม่มีใครได้ประโยชน์อะไร ต้องมีใครสักคนเข้าไปผลักดันในส่วนนี้ให้ได้


9. ภารกิจที่ผมเสนอคือ ต้องนำ AI ไปใช้ประกอบดุลยพินิจ ผมยกตัวอย่างไปในงานว่า ผมมีปัญหากับเรื่องนี้เป็นการส่วนตัว ผมไปขอคัดสำเนาคำพิพากษาจากศาลปกครองสูงสุด ครั้งแรกคัดไม่ได้ ไปครั้งที่สองคัดได้ นี่ขนาดสถาบันตุลาการนะครับ และความสม่ำเสมอของดุลยพินิจไม่ได้จำกัดแค่ที่นี่ที่เดียว มันเป็นปัญหาที่ประชาชนเจอกันแทบทุกหน่วยงาน ผมจึงของ่ายๆ แค่ให้เอาแบบคำร้องส่งให้ AI อ่านและพิจารณา

 

จากนั้นพิมพ์ออกมาเปรียบเทียบกับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ ถ้าตรงกันก็ดี แต่ถ้าไม่ตรงให้เจ้าหน้าที่เขียนชี้แจงประกบ เรื่องแค่นี้ทำได้ทันที ไม่ต้องจัดซื้้ออะไรเพิ่ม แต่มันต้องผลักดันยังไง ในวันนั้นผมยังไม่ทราบ


10. เมื่อโอกาสมาถึง ผมได้รับการติดต่อว่าสนใจเป็นวิทยากรไหม ผมคิดว่านี่แหละ โอกาสที่จะผลักดันภารกิจนี้ ผมก็สนใจที่จะรับ อย่างที่เห็น ความคิดผมมันเรียบง่ายมากเลยครับ ไม่มีอะไรเบื้องหลังเลย เรื่องมันเป็นมาแค่นี้เอง


ผมขอเน้นย้ำอีกที วิจารณ์ผมได้ แต่อยากให้ช่วยอ่านบริบทก่อนนิดนึง อย่าเพิ่งต่อยผิดตัวครับ

ข่าวล่าสุด

ข่าวเด่น

สะเทือนวงการ! AIS คว้าลิขสิทธิ์ยิงสดฟุตบอลสโมสรยุโรป ผ่าน AIS PLAY ยาว 4 ปี

สะเทือนวงการ! AIS คว้าลิขสิทธิ์ยิงสดฟุตบอลสโมสรยุโรป ผ่าน AIS PLAY ยาว 4 ปี

เปิดผลสอบช้างป่าสีดอหูพับดับ! ชี้ จนท. ประมาทเลินเล่อ

เปิดผลสอบช้างป่าสีดอหูพับดับ! ชี้ จนท. ประมาทเลินเล่อ

สลด 5 รายชื่อทหารพรานเสียชีวิต เหตุคนร้ายบุกถล่มจุดตรวจนราธิวาส

สลด 5 รายชื่อทหารพรานเสียชีวิต เหตุคนร้ายบุกถล่มจุดตรวจนราธิวาส

"ธนารัตน์" แจงชัด สาเหตุ รับเป็นวิทยากรอบรมบุคลากรโครงการ TH-AI Passport

"ธนารัตน์" แจงชัด สาเหตุ รับเป็นวิทยากรอบรมบุคลากรโครงการ TH-AI Passport

หมอหัวใจแนะ ครูทราย รีบเก็บเวชระเบียนก่อนสาย ข้อมูลสำคัญทำคดีพลิกได้

หมอหัวใจแนะ ครูทราย รีบเก็บเวชระเบียนก่อนสาย ข้อมูลสำคัญทำคดีพลิกได้