ทำเกินไปไหม? ชายหญิงเปิดรั้วบุกบ้านคนอื่น ไล่ตีหมาจรจัด

ทัวร์ลงยับ! ชายหญิงบุกรุกเปิดรั้วเข้าบ้านคนอื่นถือไม้รุมตีหมาจรคาที่พักปมแค้นเก่า เจ้าของบ้านฉุนถามลั่นเหมาะสมไหม ชาวเน็ตจี้เละผิดกฎหมาย 2 ข้อหาหนัก
ภูเก็ต (18 ก.ค. 2569) – ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าดราม่าสะเทือนใจคนรักสัตว์ กรณีเพจเฟซบุ๊ก "Phuket Times ภูเก็ตไทม์" ได้นำคลิปภาพกล้องวงจรปิดความยาวบีบคั้นหัวใจมาเผยแพร่สู่สาธารณะ ซึ่งบันทึกภาพเหตุการณ์ที่มีชายและหญิงคู่หนึ่งพากันเดินมาเปิดประตูรั้วบ้านของประชาชนรายหนึ่ง ก่อนจะก้าวเท้าสอดส่องเข้ามาในพื้นที่ส่วนบุคคล พลันคว้าอาวุธไม้ไล่หวดทำร้ายสุนัขสีขาวตัวหนึ่งที่กำลังนอนหลับอยู่จนมันต้องร้องเอ๋งและวิ่งหนีตายอุตลุด ท่ามกลางเสียงเรียกร้องถามหาความรับผิดชอบและกระแสวิจารณ์ขยายวงกว้าง
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ เจ้าของบ้านหลังเกิดเหตุ (ขอสงวนนาม) เปิดเผยรายละเอียดว่า สุนัขตัวที่ปรากฏในคลิปเป็นสุนัขจรจัดในระแวกนี้ที่มักจะแวะเวียนเข้ามาหลบแดดหลบฝนและนอนพักภายในรั้วบ้านของตนเป็นประจำ ซึ่งตนก็เมตตาให้อาหารและน้ำดื่มประทังชีวิตเป็นครั้งคราวเท่านั้น ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงส่วนตัวโดยตรง แต่หลังจากตนกลับมาบ้านก็ต้องตกใจเมื่อพบร่องรอยคราบเลือดและรอยความเสียหายกระจายอยู่ตามพื้น จึงเปิดกล้องวงจรปิดดูและพบเหตุการณ์อุกอาจดังกล่าว ต่อมาจึงทราบชนวนเหตุว่า เมื่อประมาณ 1 เดือนก่อน สุนัขจรตัวนี้เคยไปกัดสุนัขของกลุ่มผู้ก่อเหตุเข้า แต่สิ่งที่ตนยอมรับไม่ได้และติดใจที่สุดคือ เหตุใดจึงกล้าเปิดรั้วบุกเข้ามาในบ้านคนอื่นในยามวิกาลเพื่อสะสางความแค้นส่วนตัวเช่นนี้
เจ้าของบ้านระบุต่ออีกว่า หลังเกิดเรื่องตนรู้สึกหวาดกลัวเรื่องความปลอดภัยจึงได้ประสานไปยังองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในพื้นที่ เพื่อร้องขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยจับสุนัขจรจัดตัวนี้ส่งต่อไปยังศูนย์พักพิงสัตว์เลี้ยงทันทีเพื่อป้องกันปัญหาบานปลาย แต่ทว่าทาง อบต. ได้แจ้งตอบกลับมาว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถรับสุนัขเข้าไปดูแลได้ เนื่องจากภายในศูนย์พักพิงกำลังเกิดโรคระบาดร้ายแรงในกลุ่มสัตว์ ตนจึงจำเป็นต้องนำคลิปนี้มาโพสต์เพื่ออุทาหรณ์และอยากถามมุมมองสังคมว่าการเปิดรั้วบ้านคนอื่นเข้ามาตีหมาแบบนี้มันเหมาะสมถูกต้องแล้วหรือไม่
ขณะเดียวกัน ภายหลังคลิปดังกล่าวถูกกระจายออกไป ได้มีชาวเน็ตและกลุ่มคนรักสัตว์แห่เข้ามาคอมเมนต์ถล่มทลาย โดยส่วนใหญ่แสดงความเห็นใจเจ้าของบ้านและสงสารน้องหมาที่ถูกกระทำรุนแรง พร้อมทั้งแนะนำให้เจ้าของบ้านดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายกฎหมายอาญาชัดเจน คือ 1. ข้อหาบุกรุกเคหะสถานในเวลากลางคืน และ 2. ความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับในอัตราที่สูงมาก เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่สังคมต่อไป




















