รู้แล้ว กระเป๋าแอร์สาวไทยผ่านเครื่องเอ็กซเรย์ไปได้ไง

เปิดเหตุผล ทำไมกระเป๋ายาเสพติดผ่านเอ็กซเรย์สนามบินได้? สนามบินสุวรรณภูมิแจงชัด ไม่ได้ออกแบบค้นหายาเสพติด
หลังเกิดกรณีลูกเรือสายการบินไทยถูกจับพร้อมยาเสพติดที่ออสเตรเลีย จนหลายคนตั้งคำถามว่าทำไมกระเป๋าจึงผ่านเครื่องเอ็กซเรย์ของสนามบินสุวรรณภูมิได้ ล่าสุดสนามบินออกมาชี้แจงว่า ระบบตรวจสัมภาระขาออกถูกออกแบบมาเพื่อค้นหาวัตถุระเบิดเป็นหลัก ส่วนการสกัดกั้นยาเสพติดต้องอาศัยข่าวกรอง การคัดกรอง และการตรวจค้นด้วยเครื่องมือเฉพาะ
จากกรณีพนักงานต้อนรับสายการบินไทยถูกเจ้าหน้าที่ออสเตรเลียควบคุมตัว หลังตรวจพบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าเดินทาง จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และข้อสงสัยว่า เหตุใดสัมภาระดังกล่าวจึงสามารถผ่านการตรวจของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้
ล่าสุด ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ออกมาชี้แจงว่า กระเป๋าเดินทางของลูกเรือรายดังกล่าวได้ผ่านการตรวจด้วยเครื่องเอ็กซเรย์ในระบบสายพานลำเลียงสัมภาระขาออกตามขั้นตอนปกติ โดยผลการตรวจไม่พบวัตถุระเบิดหรือสารระเบิด จึงได้รับอนุญาตให้เข้าสู่กระบวนการลำเลียงขึ้นอากาศยาน
ทสภ.อธิบายว่า เครื่องเอ็กซเรย์ที่ใช้กับสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่องเป็นระบบ Explosive Detection System (EDS) ซึ่งมีหน้าที่หลักในการค้นหาและตรวจจับวัตถุระเบิด เพื่อป้องกันภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของการบินพลเรือน ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ตรวจหายาเสพติดโดยตรง
นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า การตรวจค้นผู้โดยสารและสัมภาระขาออกของสนามบินเป็นไปตามมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ซึ่งมุ่งเน้นการค้นหาวัตถุที่อาจเป็นอันตรายต่อเที่ยวบิน เช่น วัตถุระเบิด อาวุธ โลหะ หรือของเหลวต้องห้าม
สำหรับยาเสพติด โดยเฉพาะหากมีการซุกซ่อนหรือบรรจุในลักษณะเฉพาะ เครื่องเอ็กซเรย์อาจไม่สามารถแยกแยะได้จากการตรวจตามปกติ ดังนั้น การสกัดกั้นยาเสพติดจึงต้องอาศัยข้อมูลข่าวกรอง การวิเคราะห์ความเสี่ยง และการตรวจค้นเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ทสภ.ระบุว่า หากได้รับข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) หรือหน่วยงานด้านความมั่นคงว่ามีบุคคลหรือสัมภาระต้องสงสัย ก็จะดำเนินการตรวจค้นเป็นกรณีพิเศษทันที
นอกจากนี้ สนามบินยังชี้แจงว่า หลายประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญกับการตรวจหายาเสพติดในเที่ยวบินขาเข้าเป็นหลัก โดยใช้มาตรการเฉพาะ เช่น สุนัขดมกลิ่น การตรวจค้นเชิงลึก และการคัดกรองจากข้อมูลข่าวกรอง ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับกรณีที่เจ้าหน้าที่ออสเตรเลียสามารถตรวจพบยาเสพติดในครั้งนี้
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยืนยันว่า ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ส. กรมศุลกากร กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 และสถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ภายใต้โครงการ Airport Interdiction Task Force (AITF) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองและคัดกรองผู้ต้องสงสัยอย่างต่อเนื่อง
สถิติการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2568 จนถึงปัจจุบัน สามารถจับกุมผู้ลักลอบนำเข้าและส่งออกยาเสพติดผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้แล้วกว่า 23 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางรวม 211 กิโลกรัม
พร้อมกันนี้ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยืนยันว่าจะเดินหน้าร่วมกับทุกหน่วยงานด้านความมั่นคงในการยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามการลักลอบขนยาเสพติด ควบคู่กับการรักษามาตรฐานความปลอดภัยด้านการบิน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการและประชาคมการบินระหว่างประเทศ




















