เตือนภัยร้ายหน้าฝน! กินเห็ดป่าทำตับไตวาย ดับแล้ว 3 ราย

โรงพยาบาลน่านเตือนภัยฤดูฝน พบผู้ป่วยกินเห็ดพิษพุ่งสูง 29 ราย เสียชีวิตแล้ว 3 ราย ย้ำเห็ดป่าหน้าตาคล้ายเห็ดกินได้ เสี่ยงตับไตวายเฉียบพลัน
โรงพยาบาลน่าน ออกประกาศเตือนภัยร้ายในช่วงฤดูฝน หลังสถิติผู้ป่วยกินเห็ดพิษพุ่งสูงอย่างน่ากลัว โดยพบรายงานผู้ป่วยจากการกินเห็ดพิษแล้วจำนวน 29 ราย และมีผู้เสียชีวิตถึง 3 ราย ทางแพทย์ย้ำชัดเห็ดป่าบางชนิดหน้าตาคล้ายเห็ดกินได้ จนยากแก่การแยกด้วยตาเปล่า หากรับประทานผิดเสี่ยงต่ออาการตับไตวายและเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว
แพทย์หญิงวาลิกา รัตนจันทร์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริการปฐมภูมิ โรงพยาบาลน่าน พร้อมด้วย นายกิติศักดิ์ แก้วนิ่ม นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ และทีมเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลน่าน (2) ศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ได้ร่วมกันประชาสัมพันธ์เพื่อแจ้งเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการรับประทานเห็ดป่าเป็นพิเศษ
จากการเก็บสถิติพื้นที่ที่พบผู้ป่วยกินเห็ดพิษจำนวน 29 ราย และผู้เสียชีวิต 3 ราย มีรายละเอียดแยกตามพื้นที่ดังนี้:
• อำเภอทุ่งช้าง ผู้ป่วย 5 ราย
• อำเภอบ่อเกลือ ผู้ป่วย 5 ราย
• อำเภอเมืองน่าน ผู้ป่วย 5 ราย
• อำเภอเชียงกลาง ผู้ป่วย 4 ราย (เสียชีวิต 1 ราย)
• อำเภอนาหมื่น ผู้ป่วย 4 ราย
• อำเภอปัว ผู้ป่วย 2 ราย (เสียชีวิต 1 ราย)
• อำเภอเวียงสา ผู้ป่วย 2 ราย
• อำเภอนาน้อย ผู้ป่วย 1 ราย (เสียชีวิต 1 ราย)
• อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ผู้ป่วย 1 ราย
จากวิถีชีวิตของชาวบ้านในชนบท หลังจากว่างเว้นจากการทำนา มักจะเข้าไปเก็บเห็ดป่าที่ขึ้นเองตามธรรมชาติในป่า สวน หรือไร่ เพื่อนำมารับประทานและวางขายเนื่องจากมีราคาค่อนข้างแพง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนตั้งแต่เดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่มีเห็ดป่าขึ้นเป็นจำนวนมาก
ทางเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลว่า เห็ดพิษที่รุนแรงถึงแก่ชีวิตและต้องหลีกเลี่ยงคือ เห็ดระโงกพิษ หรือที่เรียกในท้องถิ่นว่า เห็ดระโงกหิน เห็ดระงาก เห็ดสะงาก และเห็ดไข่ตายซาก ซึ่งมีรูปร่างคล้ายกับเห็ดระโงกที่กินได้ ข้อแตกต่างคือ เห็ดที่กินได้ขอบหมวกจะเป็นริ้วคล้ายรอยหวี มีกลิ่นหอม ก้านดอกกลวง ส่วนเห็ดระโงกที่เป็นพิษ กลางดอกหมวกจะนูนขึ้นเล็กน้อย ปลอกหุ้มโคนยึดติดกับก้านดอก ก้านดอกตัน มีกลิ่นเอียนค่อนข้างแรงเมื่อดอกแก่ และมักขึ้นแยกจากกลุ่มเห็ดที่กินได้ มีทั้งสีเหลืองอ่อน สีเขียวอ่อน สีเทาอ่อน และสีขาว
นอกจากนี้ ยังพบผู้ป่วยที่กินเห็ดพิษที่มีลักษณะคล้ายเห็ดโม่งโค่ง (หรือเห็ดไข่ห่าน) ปีละไม่ต่ำกว่า 20 ราย ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่อำเภอบ่อเกลือและอำเภอเฉลิมพระเกียรติ
โรงพยาบาลน่าน จึงขอความร่วมมือให้ประชาชนยึดหลัก "ไม่รู้จัก ไม่แน่ใจ ไม่เก็บ ไม่ซื้อ ไม่กิน" หากต้องการรับประทานควรเลือกเห็ดที่มาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือหรือมาจากฟาร์ม และหากรับประทานเห็ดเข้าไปแล้วมีอาการผิดปกติ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง หรือปวดท้องอย่างรุนแรง ซึ่งมักจะแสดงอาการตั้งแต่ 30 นาทีไปจนถึง 24 ชั่วโมง ให้รีบเดินทางไปโรงพยาบาลทันที เพราะหากรุนแรงพิษจะทำลายระบบภายในส่งผลให้เกิดตับอักเสบ ไตวาย และหัวใจวายอันตรายถึงชีวิต




















