กมธ.ฟอกเงิน เรียก Webull ชี้แจง หลังพบช่องโหว่ในระบบยืนยันตัวตน (KYC)

กมธ. ปปง. เรียกผู้บริหาร Webull เข้าชี้แจง หลังพบช่องโหว่ในระบบยืนยันตัวตน (KYC) และการทำธุรกรรมที่รวดเร็ว ทำให้แพลตฟอร์มถูกใช้เป็นช่องทางฟอกเงินของแก๊งสแกมเมอร์
11 มิ.ย. 69 กมธ.สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ประธานกรรมาธิการ ประชุมตรวจสอบมาตรการป้องกันการใช้แพลตฟอร์มการซื้อขายหลักทรัพย์ของโบรกเกอร์ เป็นช่องทางในการปิดบัญชีม้าและฟอกเงิน กรณีกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จับกุมดำเนินคดีกลุ่มผู้ต้องหาบัญชีม้าและฟอกเงิน ใช้แพลตฟอร์มของ บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ ในการกระทำความผิด ที่ ห้องประชุม N407 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา
โดยเชิญผู้แทนจาก 8 หน่วยงาน ได้แก่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กองบัญชาการตำวจสอบสวนกลาง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินน (ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย และ บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วม
ทั้งนี้นายพิทักษ์เดช ให้สัมมภาษณ์ก่อนการประชุมว่า กรณีที่ตรวจสอบเพราะเมื่อเดือนมี.ค. ตำรวจสอบสวนกลางได้ปฏิบัติการจับกุมดำเนินคดีกลุ่มผู้ต้องหาบัญชีม้าและฟอกเงินผ่านแพลตฟอร์มของบริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด จึงเชิญ 8 หน่วยงานให้ข้อเท็จจริงเพื่อป้องกันการฟอกเงินของเครือข่ายสแกมเมอร์ และมุ่งเป้าไปที่การเชื่อมโยงถึงตัวการที่แท้จริง นอกจากนั้นจะได้สอบถามถึงการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ ก.ล.ต. และตำรวจสอบสวนกลางว่ามีความคืบหน้าต่อการดำเนินการต่อคดีดังกล่าวอย่างไร
นายพิทักษ์เดช กล่าวต่อว่าที่สำคัญจะสอบถาม ก.ล.ต.ว่ามีมาตรการดำเนินการอย่างไร เพราะมีประเด็นที่พบว่าผู้ที่ถูกหลอกลวงโอนเงินไปเข้าบัญชี นาย ก. แล้วนาย ก.โอนตรงไปยังบริษัทหลักทรัพย์หรือไม่ แล้วกรณีเงินที่โอนจากบัญชีม้าไปยังบริษัทตลาดหลักทรัพย์นั้นได้ดำเนินการอย่างไร
และภายหลังการประชุม นายพิทักษ์เดช ให้สัมภาษณ์ว่ากรณีดังกล่าวพบว่ามีความเสียหายเกือบ 59 ล้านบาท และมีผู้เสียหาย 393 ราย ซึ่งในการตั้งคำถามกับตัวแทนของบริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัดนั้น ยอมรับว่าเป็นความบกพร่องจากบุคลากรของบริษัทจริง ซึ่งกมธ.ได้บันทึกคำพูดไว้ในบันทึกการประชุมแล้ว แต่เมื่อตนและกมธ.หลายคนซักถามถึงความรับผิดชอบต่อความเสียหาย รวมถึงการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบนั้น ตัวแทนของบริษัทวีบูลล์ ปฏิเสธที่จะดำเนินการใดๆ ขณะที่การดำเนินการของ ก.ล.ต. ฐานะหน่วยงานที่ต้องกำกับบริษัทหลักทรัพย์ในตลาด ไม่พบว่าได้ดำเนินการลงโทษหรือปฏิบัติการใดๆ เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบ
“กมธ.จึงทำหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตอบมาเป็นลายลักษณ์อักษร โดยเฉพาะ ก.ล.ต. ที่ต้องมีหน้าที่กำกับดูและมีหน้าที่สำคัญที่ต้องรับผิดชอบกับกรณีที่เกิดความเสียหาย จึงขอให้ตอบเป็นลายลักษณ์อักษรที่จะดำเนินการอย่างไรกับบริษัทวีบูลล์ นอกจากนั้นแล้วยังได้ทำหนังสือถึง สภ.เมืองปทุมธานี เพื่อขอรายละเอียดและคำชี้แจงต่อการดำเนินการในคดีที่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความ รวมถึงการดำเนินคดีไปยังคนในแถวหนึ่ง แถวสองของคดีนี้อย่างไรบ้าง และเมื่อได้รายละเอียดทั้งหมดแล้ว กมธ.จะเชิญบริษัทวีบูลล์เข้าชี้แจงต่อกมธ.อีกครั้ง” นายพิทักษ์เดช กล่าว
นายพิทักษ์เดช กล่าวต่อว่าในประเด็นที่เกิดขึ้นถือเป็นความเสียหายกับประชาชน แต่ ก.ล.ต.กลับไม่มีมาตรการเชิงรุกที่จะดำเนินการเพื่อยับยั้งความเสียหายกับผู้ลงทุน ดังนั้นกมธ.จึงฝากไปยัง ก.ล.ต. รวมถึงสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้ดำเนินการเข้มงวดต่อการปฏิบัติงาน และกำกับเชิงนโยบายเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายขึ้นอีก ทั้งนี้ต้องมีวิธีการอุดช่องโหว่ของตลาดทุนที่ไม่ให้กลุ่มบุคคลหรือ โบรกเกอร์ใช้แพลตฟอร์มไปดำเนินการใดที่ผิดกฎหมายในลักษณะบัญชีม้าหรือการฟอกเงิน
ซีอีโอ Webull ยอมรับความบกพร่องของพนักงาน
นายชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด (Webull Thailand) ได้เข้าชี้แจงด้วยตัวเอง ยืนยันมาตรฐานการตรวจสอบตัวตน (KYC) ระดับสากล ซึ่ง Webull เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ และดำเนินธุรกิจในไทยโดยได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย บริษัทมีกระบวนการตรวจสอบตัวตนลูกค้า (KYC) ที่เข้มงวดตามเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. และ ปปง. โดยใช้ระบบ NDID และการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล (Biometric) ด้วยการถ่ายภาพใบหน้าเปรียบเทียบกับบัตรประชาชน
นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบรายชื่อกับฐานข้อมูลความเสี่ยงทั่วโลก (World-Check) ฐานข้อมูลการล้มละลาย และฐานข้อมูลนักการเมืองท้องถิ่นที่พัฒนาขึ้นเอง โดยมีการใช้ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ความสอดคล้องของอาชีพ รายได้ และที่อยู่ เพื่อป้องกันความเสี่ยง
นายชลเดช ยังได้ปฏิเสธข่าวเรื่องรับเงินสดและธุรกิจธนาคารเถื่อน ยืนยันว่า Webul ไม่มีการรับฝากเงินสด การฝากเงินต้องทำผ่านระบบ Dynamic QR Code หรือ ATS ซึ่งมีเงื่อนไขสำคัญคือ ชื่อบัญชีธนาคารและชื่อบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ต้องเป็นชื่อเดียวกันเท่านั้น หากไม่ตรงกันระบบจะปฏิเสธทันที
ส่วนกรณีการจ่ายดอกเบี้ยในบัญชีที่ยังไม่ได้ซื้อหุ้น ยืนยันว่าไม่ใช่การทำธุรกิจธนาคาร แต่เป็นการนำเงินลูกค้าไปฝากไว้กับธนาคารพันธมิตรระดับโลก ซึ่งให้ดอกเบี้ยสูงในสกุลเงิน USD (ประมาณ 3.5%) แล้วบริษัทก็นำดอกเบี้ยนั้นมาจ่ายคืนให้ลูกค้าตามนโยบายของ บล. ทั่วไป
อย่างไรก็ตาม ซีอีโอ Webull ยอมรับความบกพร่องกรณีบัญชีม้าและความเสียหาย 60 ล้านบาท ต่อคณะกรรมาธิการว่า เคยเกิดกรณีตรวจพบบัญชีม้า 2 บัญชี ซึ่งเกิดจาก "ความบกพร่องในการปฏิบัติงานของพนักงาน" (Operational Risk) ที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเอกสารหน้าสมุดบัญชีที่ลูกค้ายื่นมาเป็นเอกสารปลอม แม้ว่าขั้นตอน KYC อื่นๆ จะผ่านตามระบบก็ตาม โดยกรณีนี้ได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในการแจ้งเบาะแส
ทั้งนี้ ในที่ประชุมถามย้ำถึงตัวเลขความเสียหายสูงถึง 60 ล้านบาท ซึ่งนายชลเดชไม่ได้ปฏิเสธตัวเลขดังกล่าว แต่ยืนยันว่าเป็นความบกพร่องของพนักงานและบริษัทได้ดำเนินการแก้ไขช่องโหว่ของระบบร่วมกับธนาคารพันธมิตรเสร็จสิ้นภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก
ปปง. สั่งสอบเข้มย้ำโทษปรับหนักรายกระทง เร่งอายัดทรัพย์คืนผู้เสียหาย
นายวิทยา นีติธรรม รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ระบุว่า ว่าขณะนี้ สำนักงาน ปปง. ได้เข้าสู่กระบวนการสอบสวนและเตรียมลงพื้นที่ตรวจ ณ สถานที่ทำการ เพื่อตรวจสอบว่าบริษัทมีการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การรู้จักลูกค้า (KYC) และการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (CDD) อย่างถูกต้องหรือไม่ ในส่วนของกระบวนการกำกับดูแล หากพบว่าบริษัทไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด จะมีโทษปรับไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อหนึ่งฐานความผิด และปรับรายวันอีกวันละ 10,000 บาท จนกว่าจะแก้ไขให้ถูกต้อง ซึ่งขณะนี้ทางบริษัทได้เตรียมข้อมูลเพื่อเข้าชี้แจงในประเด็นดังกล่าวแล้ว
นอกจากการตรวจสอบเรื่องการกำกับดูแลแล้ว ปปง. ยังมุ่งเน้นไปที่การดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงิน โดยต้องพิสูจน์ทราบว่าในขณะทำธุรกรรมกับกลุ่มผู้กระทำความผิด ทางบริษัทรับรู้หรือไม่ว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างประสานงานกับพนักงานสอบสวนในพื้นที่สภ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการจับกุมผู้ต้องในกรณีหลอกลวงประชาชน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและรายงานมายัง ปปง. เพื่อใช้เป็นฐานในการยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เพื่อนำมาเฉลี่ยคืนให้แก่ประชาชนที่ถูกหลอกลวง
รองเลขาธิการ ปปง. ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ตาม(ร่าง)พระราชกำหนด (พรก.) ฉบับใหม่ที่กำลังจัดทำ กำหนดให้สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่ามีมาตรการป้องกันที่เพียงพอตามที่หน่วยงานกำกับดูแลประกาศกำหนด ซึ่งถือเป็นการผลักภาระการพิสูจน์ไปยังผู้ให้บริการว่าได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้วหรือไม่ คาดการณ์ว่าภายในเดือนหน้าจะเริ่มเห็นผลการดำเนินงานที่เป็นสาระสำคัญ ทั้งในด้านการตรวจสอบทรัพย์สินและการดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงินกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะมีการรายงานความคืบหน้าให้คณะกรรมาธิการฯ ทราบต่อไป
“บริษัทมีความโปร่งใสและยินดีให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบ โดยในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ ทั้งสำนักงาน ก.ล.ต. และ ปปง. มีกำหนดการเข้าตรวจเยี่ยมและตรวจสอบระบบงานของบริษัท ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่จะพิสูจน์มาตรฐานการดำเนินงานของแพลตฟอร์ม” นายชลเดช กล่าวและปฏฺิเสธที่จะให้ข้อมูลเมื่อ กรรมาธิการสอบถามว่าแล้วกรณีที่มีความเสียหายเกิดขึ้นแล้วบริษัทดำเนินการไปอย่างไรแล้วบ้าง ซึ่งนายชลเดชขอใช้สิทธิ์ไม่ชี้แจงประเด็นนี้ ซึ่งประธานได้ขอให้บันทึกการประชุมไว้ด้วย

เพชร พุ่มพวง โชว์ให้เห็นชัด ๆ เลขหางประทัด งานรำลึกแม่ผึ้ง พุ่มพวง

กมธ.ฟอกเงิน เรียก Webull ชี้แจง หลังพบช่องโหว่ในระบบยืนยันตัวตน (KYC)

เปิดอาการล่าสุด "ฮั้ว Nap a Lean" หลังฟอกไตมากว่า 10 เดือน

เปิดเบื้องลึก สาวด่ากราดไม่เลือกหน้า ชีวิตพลิกหลังสามีถูกจับ
















