ไข้มาลาเรียระบาดทะลุ 5,126 ราย สธ.ยันไร้นโยบายล็อกดาวน์

กรมควบคุมโรคเตือนไข้มาลาเรียระบาดหนัก ชายแดนตะวันตกอ่วม ป่วยพุ่ง 5 พันราย ย้ำชัดมียารักษาหายขาดและไม่มีการล็อกดาวน์พื้นที่
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ออกแถลงการณ์ด่วนเตือนภัยสถานการณ์ โรคไข้มาลาเรีย ในประเทศไทย หลังยอดผู้ติดเชื้อพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง โดยรายงานข้อมูลล่าสุดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 10 มิถุนายน 2569 พบผู้ป่วยสะสมแล้วกว่า 5,126 ราย และมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย พร้อมกันนี้ทางหน่วยงานได้ออกมายืนยันเพื่อสยบข่าวลือ โดยย้ำชัดว่าสธ.ยันไร้นโยบายล็อกดาวน์ (Lockdown) ในพื้นที่ใดของประเทศอย่างแน่นอน
นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกว่า กลุ่มเสี่ยงที่พบอัตราการป่วยมากที่สุดคือกลุ่มวัยทำงานอายุ 25 – 44 ปี โดยเฉพาะผู้ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม สำหรับเชื้อที่ตรวจพบส่วนใหญ่คือเชื้อโปรโตซัวกลุ่มพลาสโมเดียม ชนิด Plasmodium vivax
ด้านพื้นที่ระบาดชุกชุมพบว่ากระจุกตัวอยู่บริเวณชายแดนฝั่งตะวันตก ได้แก่ จังหวัดตาก กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง ชุมพร แม่ฮ่องสอน ราชบุรี และเพชรบุรี ซึ่งพบผู้ติดเชื้อได้ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ โดยมี ยุงก้นปล่องเพศเมีย เป็นพาหะนำโรคหลัก
อาการไข้มาลาเรีย และกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวัง
หากประชาชนถูกยุงพาหะกัด จะมีอาการผู้ป่วยที่สังเกตได้ชัดเจน ดังนี้:
- มีไข้สูง และมีไข้ขึ้นเป็นระยะ
- หนาวสั่น
- ปวดศีรษะรุนแรง
- อ่อนเพลีย และปวดเมื่อยตามร่างกาย
ข้อควรระวัง: หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว
อย่างไรก็ตาม นายแพทย์นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้กล่าวย้ำเพื่อความมั่นใจว่า โรคนี้มี ยารักษาเฉพาะ และสามารถรักษาให้หายขาดได้ หากได้รับการวินิจฉัยอย่างรวดเร็ว
เปิด 5 วิธีป้องกันตนเอง และมาตรการเชิงรุก "1-3-7"
ประชาชนที่ต้องเดินทางหรืออาศัยในพื้นที่เสี่ยง สามารถดูแลและป้องกันไข้มาลาเรียให้ห่างไกลจากยุงก้นปล่องได้ด้วย 5 วิธีปฏิบัติ คือ
1. สวมเสื้อผ้าให้มิดชิด
2. ทายากันยุง
3. นอนในมุ้งเสมอ
4. หลีกเลี่ยงการอยู่ในบริเวณที่มียุงชุกชุมช่วงพลบค่ำถึงรุ่งเช้า
5. ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
นอกจากนี้ ทางส่วนกลางได้สั่งการให้หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ดำเนินมาตรการเชิงรุก มาตรการ 1-3-7 อย่างเคร่งครัด ได้แก่ รายงานผู้ป่วยใหม่ภายใน 1 วัน -> สอบสวนโรคภายใน 3 วัน -> ลงพื้นที่ควบคุมโรคภายใน 7 วัน
ทั้งนี้ หากพบว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดเพิ่งเดินทางกลับจากพื้นที่ป่าหรือพื้นที่เสี่ยง แล้วมีอาการไข้สูง หนาวสั่น หรืออ่อนเพลียผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีพร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง หรือหากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

เปิดวิธีร่วมโครงการ "ดอกเบี้ยคนละครึ่ง" สวัสดิการใหม่กองทุนหมู่บ้านปี 2569

เกณฑ์ใหม่สวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ปมลดหย่อนภาษีพ่อแม่ทำพ้นสภาพจริงไหม

คุก "ทนายตั้ม" 5ปี 12เดือน คดีเจ๊อ้อย ศาลสั่งชดใช้คืนกว่า 72ล้าน

ไข้มาลาเรียระบาดทะลุ 5,126 ราย สธ.ยันไร้นโยบายล็อกดาวน์
















