หวั่นเกมสกัดเอกสาร จับตานัดถกคุณสมบัติประธาน"กสทช." 5 มิ.ย.นี้

จับตา 5 มิ.ย. นัดถกคุณสมบัติประธาน กสทช. รอบ 2 ด้าน เลขาธิการเครือข่ายสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลง ร่วมกับสหภาพเอ็นที ยื่นหนังสือตรงถึงกรรมการสรรหา หวั่นเกมสกัดเอกสาร ไม่ถึงโต๊ะประชุม
การประชุมคณะกรรมการสรรหา กสทช. ครั้งที่ 2 ในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมกรรมาธิการ BA429 อาคารรัฐสภา กำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิด หลังประเด็นข้อร้องเรียนเกี่ยวกับคุณสมบัติของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. กลับมาอยู่ในจุดที่คณะกรรมการสรรหาต้องให้คำตอบต่อสังคมอีกครั้ง
การประชุมครั้งนี้เป็นการพิจารณาต่อเนื่องจากการประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีรายงานว่า คณะกรรมการสรรหาเสียงข้างมากเห็นว่า คณะกรรมการสรรหามีอำนาจพิจารณาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับคุณสมบัติของประธาน กสทช.ได้
อย่างไรก็ตาม ก่อนถึงวันประชุมรอบ 2 กลับมีความเคลื่อนไหวหลายด้านที่ทำให้ประเด็นนี้ร้อนแรงขึ้น ทั้งความพยายามตั้งคำถามต่ออำนาจของคณะกรรมการสรรหา ความพยายามไม่ให้เอกสารผลสรุปของคณะกรรมาธิการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม หรือ กมธ. ICT วุฒิสภาชุดที่แล้ว ถึงมือกรรมการสรรหา รวมถึงการยื่นหนังสือโดยตรงจากภาคประชาชนและสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ สร.ทช.
แหล่งข่าวในรัฐสภาเปิดเผยว่า ก่อนการประชุมวันที่ 5 มิถุนายน ยังมีความพยายามทำให้คณะกรรมการสรรหาขาดความชอบธรรมในการพิจารณาเรื่องคุณสมบัติของประธาน กสทช. โดยมีการหยิบยกข้อกฎหมายหลายประเด็นมาอ้างว่า คณะกรรมการสรรหาไม่มีอำนาจพิจารณาเรื่องดังกล่าว แม้ที่ประชุมครั้งแรกจะมีมติเสียงข้างมากไปแล้วว่ามีอำนาจพิจารณา
“ประเด็นนี้ไม่ได้เป็นเพียงข้อถกเถียงทางกฎหมายตามปกติ แต่มีความพยายามทำให้คณะกรรมการสรรหาถูกตั้งคำถามเรื่องอำนาจและความชอบธรรม ทั้งที่ที่ประชุมครั้งแรกมีมติไปแล้วว่ากรรมการสรรหามีอำนาจพิจารณาเรื่องนี้”
แหล่งข่าวระบุว่า หนึ่งในความเคลื่อนไหวที่ถูกจับตาคือ มีหนังสือจากนักกฎหมายอาวุโสรายหนึ่ง ซึ่งถูกมองว่าใกล้ชิดกับประธาน กสทช. ส่งถึงกรรมการสรรหา โดยชี้ประเด็นข้อกฎหมายหลายข้อ เพื่อให้เห็นว่าคณะกรรมการสรรหาไม่มีอำนาจพิจารณาเรื่องคุณสมบัติของประธาน กสทช. และพยายามตีกรอบไม่ให้เรื่องดังกล่าวเข้าสู่การวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาโดยตรง
นอกจากนี้ ยังมีการหยิบยกประเด็นสถานะของกรรมการสรรหาบางคนขึ้นมาเป็นข้อโต้แย้ง โดยเฉพาะกรณี ดร.วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่ ว่าไม่สามารถเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการสรรหาได้ เนื่องจากไม่ได้เป็นกรรมการสรรหาชุดแรกที่ร่วมพิจารณาตั้งแต่ต้น
แหล่งข่าวมองว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นอีกความพยายามหนึ่งในการทำให้กระบวนการประชุมและการวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาถูกตั้งคำถามเรื่องความชอบธรรม ทั้งที่ตามหลักแล้ว ตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาตามกฎหมาย ไม่ได้ผูกติดกับตัวบุคคลเดิมตลอดกระบวนการ
“หากใช้เหตุผลว่า ผู้ว่าการแบงก์ชาติคนใหม่เข้าประชุมไม่ได้ เพราะไม่ได้อยู่ในชุดแรกตั้งแต่ต้น ก็เท่ากับทำให้ตำแหน่งตามกฎหมายกลายเป็นเรื่องตัวบุคคล ทั้งที่กรรมการสรรหาหลายตำแหน่งเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง”
อีกประเด็นที่ถูกจับตามาก คือ เอกสารผลสรุปของ กมธ. ICT วุฒิสภาชุดก่อน ซึ่งมี พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ เป็นประธานกรรมาธิการ และเคยตรวจสอบประเด็นคุณสมบัติของ นพ.สรณ อาจไม่ถูกส่งเข้าสู่โต๊ะประชุมคณะกรรมการสรรหาอย่างครบถ้วน โดยมีการอ้างเหตุผลด้านขั้นตอนธุรการว่า รายงานดังกล่าวยังไม่ผ่านการสรุปเข้าสู่ที่ประชุมวุฒิสภาในสมัยก่อน และวุฒิสภาชุดเดิมได้สิ้นสุดวาระไปแล้ว
ข้ออ้างดังกล่าวทำให้เกิดคำถามว่า เป็นเพียงปัญหาทางระเบียบราชการ หรือเป็นความพยายามจาก “มือที่มองไม่เห็น” ในการสกัดไม่ให้เอกสารสำคัญถึงมือกรรมการสรรหา ก่อนวันประชุมที่อาจมีผลโดยตรงต่อสถานะของประธาน กสทช.
“เอกสารของ กมธ. ICT เป็นเอกสารสำคัญ เพราะเป็นผลจากกระบวนการตรวจสอบของวุฒิสภาชุดก่อน หากเอกสารชุดนี้ไม่ถึงมือกรรมการสรรหา การพิจารณาก็อาจไม่ครบถ้วนตั้งแต่ต้น”
ท่ามกลางความเคลื่อนไหวดังกล่าว เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 มิถุนายน 2569 ที่สำนักงานศาลปกครองสูงสุด คณะของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ สร.ทช. ร่วมกับ เมธา มาสขาว เลขาธิการเครือข่ายสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลง ได้เข้ายื่นหนังสือถึง ดร.วิษณุ วรัญญู เลขานุการคณะกรรมการสรรหา กสทช. และรองประธานศาลปกครองสูงสุด เรื่อง ขอให้สอบสวนการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. ที่อาจเข้าข่ายขัดต่อกฎหมาย
การยื่นหนังสือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้เอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องถึงมือคณะกรรมการสรรหาโดยตรง ก่อนการประชุมรอบ 2 วันที่ 5 มิถุนายน โดยเฉพาะเอกสารผลสรุปของ กมธ. ICT วุฒิสภาชุดก่อน ซึ่งผู้ร้องเห็นว่าเป็นหนึ่งในเอกสารสำคัญที่ต้องถูกนำเข้าสู่การพิจารณาอย่างเป็นทางการ
“เหตุผลที่ต้องมายื่นหนังสือโดยตรง เพราะไม่ต้องการให้เอกสารสำคัญตกค้างอยู่ในขั้นตอนธุรการ หรือถูกอ้างว่าไม่สามารถส่งต่อได้ หากกรรมการสรรหาจะพิจารณาเรื่องนี้ ต้องพิจารณาบนเอกสารและข้อเท็จจริงที่ครบถ้วน”
หนังสือของ สร.ทช. ลงวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ส่งถึงประธาน เลขานุการ และคณะกรรมการสรรหา กสทช. มีสาระสำคัญคือ ขอให้สอบสวนการดำรงตำแหน่งของประธาน กสทช. ที่อาจเข้าข่ายขัดต่อกฎหมาย โดยอ้างถึงพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 และระเบียบสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาว่าด้วยการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์
ใจความสำคัญของหนังสือระบุว่า สร.ทช. ในฐานะองค์กรตัวแทนพนักงานรัฐวิสาหกิจของ บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ เห็นว่า หากประธาน กสทช. มีสถานะหรือพฤติการณ์ที่เข้าข่ายขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้าม ย่อมกระทบโดยตรงต่อการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม และต่อประโยชน์ของรัฐวิสาหกิจด้านโทรคมนาคม จึงมีสิทธิและหน้าที่ในการยื่นเรื่องให้ตรวจสอบ
ประเด็นข้อร้องเรียนหลักเกี่ยวข้องกับสถานะของ นพ.สรณ ในช่วงก่อนและระหว่างการได้รับการสรรหาเป็นกรรมการ กสทช. โดย สร.ทช.ตั้งข้อสังเกตว่า นพ.สรณอาจยังมีความเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยมหิดล และคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ทั้งในแง่การปฏิบัติหน้าที่ตรวจรักษาผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน รวมถึงการรับค่าตอบแทนรายชั่วโมงในช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องกับการสรรหาและแต่งตั้ง
ประเด็นดังกล่าวถูกเชื่อมโยงกับข้อห้ามตามกฎหมาย กสทช. โดยเฉพาะเรื่องการเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานรัฐ และการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพที่อาจขัดกับการปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลา หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่ร้องเรียน อาจนำไปสู่ข้อสรุปว่า ผู้ดำรงตำแหน่งประธาน กสทช.มีลักษณะต้องห้ามมาตั้งแต่ต้น และอาจต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
“ประเด็นไม่ได้อยู่แค่ว่าเป็นแพทย์หรือไม่ แต่ต้องตรวจสอบว่าในช่วงเวลาที่ได้รับการสรรหาและแต่งตั้ง ยังมีสถานะเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานรัฐ หรือมีการปฏิบัติหน้าที่และรับค่าตอบแทนที่เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามหรือไม่”
หนังสือของ สร.ทช. ยังอ้างถึงเอกสารหลายชุดที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบก่อนหน้านี้ ทั้งบันทึกและหนังสือจากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา หนังสือร้องเรียนถึงนายกรัฐมนตรี เอกสารจาก กมธ. ICT วุฒิสภาชุดก่อน ซึ่งมี พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ เป็นประธานกรรมาธิการ เอกสารจากมหาวิทยาลัยมหิดล และเอกสารข่าวจากสื่อมวลชน โดยเห็นว่าเอกสารเหล่านี้ควรถูกนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการสรรหาอย่างครบถ้วน
สาระสำคัญอีกประการหนึ่งของหนังสือคือ การโต้แย้งข้ออ้างที่ว่า สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาไม่มีอำนาจส่งเอกสารหรือดำเนินการต่อ เนื่องจากเรื่องยังไม่ถูกนำเข้าสู่ที่ประชุมวุฒิสภาชุดก่อน โดย สร.ทช.เห็นว่า ประเด็นนี้เป็นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่ง กสทช. ซึ่งเกี่ยวข้องกับกฎหมายโดยตรง จึงไม่ควรถูกปัดตกด้วยเหตุผลทางธุรการ
หนังสือของ สร.ทช. ขอให้คณะกรรมการสรรหาดำเนินการอย่างน้อย 3 เรื่อง คือ หนึ่ง ตรวจสอบข้อเท็จจริงและคุณสมบัติของ นพ.สรณ ว่ามีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายหรือไม่ สอง หากพบว่าขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ขอให้ดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึงการสรรหาบุคคลใหม่แทน และสาม แจ้งผลการตรวจสอบต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงาน กสทช. สำนักงาน ป.ป.ช. หรือหน่วยงานที่มีอำนาจ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ภายหลังการยื่นหนังสือ สร.ทช.ได้รับการตอบรับว่า ประธานกรรมการสรรหาอนุญาตให้เข้าชี้แจง และให้จัดทำเอกสารยื่นต่อกรรมการสรรหาที่เหลือ 6 คนได้ โดยมีกำหนดประชุมคณะกรรมการสรรหา กสทช. ครั้งต่อไปที่รัฐสภา ฝั่งวุฒิสภา วันที่ 5 มิถุนายน 2569
“การเปิดทางให้เข้าชี้แจงและยื่นเอกสารต่อกรรมการสรรหาที่เหลือ ถือเป็นจุดสำคัญ เพราะทำให้ข้อเท็จจริงไม่ถูกจำกัดอยู่แค่ในระบบธุรการ แต่เข้าสู่มือกรรมการสรรหาโดยตรง”
ทั้งนี้ มีข้อมูลจากผู้ประสานงานว่า หากผู้ร้องจะยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้กรรมการสรรหาโดยตรงในวันประชุม ควรเตรียมพร้อมที่วุฒิสภา พร้อมทำหนังสือขอเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการสรรหาในวันดังกล่าว เพื่อให้เอกสารและคำชี้แจงเข้าสู่กระบวนการพิจารณาโดยตรง
การประชุมกรรมการสรรหา กสทช.ครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงวาระตรวจสอบบุคคลคนหนึ่ง แต่เป็นการทดสอบความน่าเชื่อถือของกระบวนการสรรหาองค์กรอิสระว่า จะยืนอยู่บนหลักกฎหมาย ความโปร่งใส และเอกสารข้อเท็จจริงครบถ้วน หรือจะเปิดช่องให้กลไกนอกระบบเข้ามากำหนดทิศทางการตรวจสอบ
หากเอกสารผลสรุปของ กมธ. ICT ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญจากกระบวนการตรวจสอบของวุฒิสภาชุดก่อน ไม่ถูกส่งถึงมือกรรมการสรรหาอย่างครบถ้วน ย่อมทำให้สังคมตั้งคำถามได้ว่า การพิจารณาปมคุณสมบัติประธาน กสทช.ครั้งนี้ เป็นการตรวจสอบเพื่อหาความจริง หรือเป็นเพียงพิธีกรรมเพื่อให้เรื่องผ่านไปโดยไม่มีผู้ใดต้องรับผิดชอบ
ดังนั้น วันที่ 5 มิถุนายน จึงเป็นวันสำคัญที่ต้องจับตา ไม่เพียงชะตาของประธาน กสทช. แต่ยังรวมถึงชะตาความน่าเชื่อถือของคณะกรรมการสรรหา สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และระบบตรวจสอบองค์กรอิสระของประเทศด้วย

หวั่นเกมสกัดเอกสาร จับตานัดถกคุณสมบัติประธาน"กสทช." 5 มิ.ย.นี้

ญี่ปุ่นปรับขึ้นราคาสินค้า อาหารและเครื่องดื่ม กว่า 1,000 รายการ เริ่มมิถุนายน 2569

ปิดฉากเจ้าอาวาสวัดดัง ศาลสั่งลงโทษขั้นเด็ดขาด หลังพบความผิดสะสมนานกว่า 20 ปี

จีนประกาศเตือนภัยฤดูน้ำหลาก ปริมาณฝนจ่อเกินเกณฑ์ เร่งยกระดับรับมือน้ำท่วม
















